รูปแบบนี้ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่าง
ผลลัพธ์คือสินเชื่อสามารถจัดโครงสร้าง นอกงบดุลของธนาคาร แต่ยังคงใช้ความสามารถในการจัดดีลของธนาคารขนาดใหญ่ได้
แพลตฟอร์มนี้จะมุ่งเน้นไปที่ ตราสารหนี้ระดับต่ำกว่า investment grade (sub‑investment‑grade) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วในตลาด direct lending
โดยทั่วไปบริษัทในกลุ่มนี้มักเลือก private credit เพราะว่า
สิ่งเหล่านี้ทำให้ กองทุน private credit กลายเป็นทางเลือกแทนตลาดพันธบัตรหรือเงินกู้แบบ syndicated loan สำหรับบริษัทจำนวนมาก
ความร่วมมือกับ HPS ไม่ใช่การรุกตลาด private credit ครั้งแรกของ Citi
ในปี 2024 ธนาคารได้ประกาศความร่วมมือกับ Apollo Global Management เปิดโครงการ private credit มูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเริ่มต้นในอเมริกาเหนือและอาจขยายไปภูมิภาคอื่นในอนาคต
เมื่อเทียบกันแล้ว
ทั้งสองดีลใช้โมเดลคล้ายกัน คือ
ธนาคารทำหน้าที่หาและจัดดีล ส่วนผู้จัดการสินทรัพย์จัดหาเงินทุนเพื่อปล่อยกู้
เหตุผลสำคัญคือโครงสร้างตลาดการเงินของยุโรปยังแตกต่างจากสหรัฐ
ข้อมูลจาก Apollo ระบุว่า ผู้ให้กู้นอกระบบธนาคารคิดเป็นเพียงประมาณ 12% ของสินเชื่อบริษัทในยุโรปและสหราชอาณาจักร ในขณะที่สหรัฐมีสัดส่วนสูงถึง ประมาณ 75%
ช่องว่างนี้ทำให้ยุโรปกลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้จัดการกองทุน private credit และนักลงทุนสถาบัน
นอกจากนี้ กฎระเบียบด้านเงินกองทุนของธนาคาร เช่น Basel III ยังทำให้ธนาคารบางแห่งปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง ส่งผลให้กองทุน private credit เข้ามาเติมช่องว่างนี้มากขึ้น
แม้ตลาดจะเติบโตเร็ว แต่ก็เริ่มมีการจับตาความเสี่ยงมากขึ้น
งานวิจัยของ Citi ระบุว่า ตลาด private credit กำลังเผชิญ ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (default) และแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ที่เพิ่มขึ้น
อีกประเด็นคือ liquidity mismatch หรือความไม่สอดคล้องระหว่างสินทรัพย์กับเงินลงทุน
กองทุน private credit มักลงทุนในเงินกู้ระยะยาวที่ขายต่อได้ยาก แต่ในบางกรณีกลับเปิดให้นักลงทุนถอนเงินได้เป็นช่วง ๆ
ตัวอย่างล่าสุดคือ BlackRock ต้องจำกัดการถอนเงินจากกองทุน private credit ของ HPS หลังมีนักลงทุนขอไถ่ถอนจำนวนมาก
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนว่า แม้สินเชื่อพื้นฐานยังไม่เสีย แต่ผู้จัดการกองทุนต้องบริหารสภาพคล่องของนักลงทุนอย่างระมัดระวัง
ดีล Citi–HPS บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายอย่างในตลาดการเงินโลก
ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดนี้ก็มาพร้อมคำถามเรื่อง ความโปร่งใส ความเสี่ยงการผิดนัด และการบริหารสภาพคล่อง
สำหรับตอนนี้ โครงการ €15 พันล้านของ Citi และ BlackRock ผ่าน HPS ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า ตลาด private credit ในยุโรปอาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการขยายตัวครั้งใหม่.
Comments
0 comments