ไตรมาส 1 ปี 2026 OpenAI ยังนำรายได้ที่ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic อยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ แต่แนวโน้มการเติบโตของ Anthropic กำลังเร่งตัวอย่างมาก [46] Anthropic คาดว่ารายได้ไตรมาสเดือนมิถุนายน 2026 จะพุ่งเป็น 10.9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมกำไรจากการดำเนินงานราว 559 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นไตรมาสที่ทำกำไรคร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the latest revenue comparison between OpenAI and Anthropic reveal about the shifting AI industry landscape, including OpenAI gener. Article summary: It suggests the AI market is shifting from a winner-take-all consumer story toward an enterprise monetization race, and Anthropic currently looks like the faster-moving company on that dimension. Using the figures you ci. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The ArtPhilly festival is one week away! What Now: 2026 will see artists confronting our history and future through a single central question: WHAT NOW? Learn more about the festi" source context "Instagram" Reference image 2: visual subject "This is so beautiful! Take a listen as Ruth Naomi Floyd talks about Mar
ตัวเลขรายได้ล่าสุดของ OpenAI และ Anthropic กำลังสะท้อนว่าอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครมีโมเดลที่เก่งที่สุด หรือมีผู้ใช้มากที่สุดอีกต่อไป แต่กำลังถูกตัดสินจากคำถามที่สำคัญกว่า: ใครสามารถสร้างรายได้จาก AI ในโลกธุรกิจได้จริง
แม้ OpenAI จะยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่ แต่สัญญาณทางการเงินล่าสุดชี้ว่า Anthropic กำลังเร่งเครื่องไล่ตามอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลยุทธ์ที่เน้นนักพัฒนาและลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
รายงานล่าสุดระบุว่า OpenAI ทำรายได้ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 ขณะที่ Anthropic ทำได้ 4.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน
ในเชิงตัวเลข OpenAI ยังนำอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสนใจคือแนวโน้มในอนาคต
Anthropic แจ้งต่อนักลงทุนว่า บริษัทคาดว่า รายได้ในไตรมาสเดือนมิถุนายน 2026 จะพุ่งถึงประมาณ 10.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าสองเท่าของไตรมาสก่อนหน้า พร้อม กำไรจากการดำเนินงานประมาณ 559 ล้านดอลลาร์
หากตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริง นั่นจะเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะแทบไม่มีห้องวิจัย AI ระดับ frontier รายใดที่สามารถทำกำไรได้ในช่วงแรก ๆ เนื่องจากต้นทุนการฝึกโมเดลและโครงสร้างพื้นฐานสูงมาก
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Anthropic เติบโตเร็วคือ การโฟกัสตลาดองค์กรอย่างจริงจัง
ข้อมูลการใช้งานในภาคธุรกิจแสดงให้เห็นว่าบริษัทจำนวนมากกำลังเลือกใช้โมเดลและเครื่องมือของ Anthropic ในงานจริง โดยดัชนีการใช้งานขององค์กรรายหนึ่งพบว่า การใช้ AI ในธุรกิจได้เปลี่ยนสมดุลไปทาง Anthropic ซึ่งเพิ่งแซง OpenAI ในส่วนแบ่งการใช้งานขององค์กร
การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากแชตบอตสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่เกิดจากเครื่องมือที่ผสานเข้าไปในเวิร์กโฟลว์ของนักพัฒนาและบริษัท
ตัวอย่างสำคัญคือ Claude Code ผู้ช่วยเขียนโค้ดของ Anthropic ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักพัฒนาและองค์กร โดยมีรายได้แบบ run‑rate มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของบริษัท
แนวโน้มนี้สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม: เครื่องมือ AI สำหรับ การเขียนโค้ด การทำงานอัตโนมัติ และการช่วยทำงานจริง กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงที่สุดในระยะสั้น
สิ่งที่น่าสนใจในตลาด AI ตอนนี้คือ จำนวนผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้แปลว่าจะสร้างรายได้มากที่สุดเสมอไป
OpenAI ยังคงมีผู้ใช้จำนวนมหาศาลจากบริการอย่าง ChatGPT แต่การวิเคราะห์บางรายพบว่า Anthropic มีรายได้ต่อผู้ใช้สูงกว่ามาก แสดงให้เห็นว่าโมเดลที่เน้นลูกค้าองค์กรสามารถสร้างรายได้ได้มีประสิทธิภาพกว่าการให้บริการผู้ใช้ทั่วไปจำนวนมาก
เหตุผลหลัก ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงอาจตกอยู่กับบริษัทที่ ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในระบบการทำงานของธุรกิจ มากที่สุด
ในขณะเดียวกัน รายงานหลายแหล่งระบุว่า OpenAI กำลังเผชิญแรงกดดันภายในเกี่ยวกับสมดุลระหว่าง ค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานที่มหาศาลกับการเติบโตของรายได้
มีรายงานว่าบริษัท พลาดเป้าหมายภายในด้านรายได้และจำนวนผู้ใช้ใหม่บางส่วน ทำให้ผู้บริหารบางคนกังวลว่ารายได้อาจไม่เติบโตเร็วพอที่จะรองรับการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและพลังประมวลผลจำนวนมหาศาล
สถานการณ์นี้ยังทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า OpenAI อาจ เลื่อนแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ไปเป็นปี 2027 เพื่อให้ผลประกอบการมีเสถียรมากขึ้นก่อน
OpenAI ได้ออกมาปฏิเสธบางรายงาน แต่ประเด็นนี้สะท้อนความจริงใหม่ของอุตสาหกรรม AI: เศรษฐศาสตร์ของโครงสร้างพื้นฐาน AI มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
การแข่งขันไม่ได้เกิดแค่ด้านผลิตภัณฑ์ แต่ยังลามไปถึงตลาดทุน
มีรายงานว่า Anthropic กำลัง สำรวจการระดมทุนรอบใหญ่ที่อาจประเมินมูลค่าบริษัทไว้ราว 850–900 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความสนใจมหาศาลจากนักลงทุนต่อธุรกิจ AI
หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มูลค่าบริษัทอาจเข้าใกล้หรือแซงมูลค่าล่าสุดของ OpenAI ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพผู้นำในการแข่งขัน AI สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าตลาด AI กำลังเปลี่ยนจากช่วง "กระแสและการทดลอง" ไปสู่ช่วงที่เน้น โมเดลธุรกิจจริง
ในช่วงแรกของกระแส generative AI ความสำเร็จถูกวัดจาก
แต่ปัจจุบันการแข่งขันกำลังถูกกำหนดโดยสามปัจจัยใหม่
OpenAI ยังคงมีอิทธิพลและฐานผู้ใช้มหาศาลในระบบนิเวศ AI แต่การเติบโตของ Anthropic และความเป็นไปได้ในการทำกำไร แสดงให้เห็นว่า ผู้ชนะในระยะยาวอาจไม่ได้ถูกตัดสินจากกระแสหรือจำนวนผู้ใช้เพียงอย่างเดียว
แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถเปลี่ยน AI ขั้นสูงให้กลายเป็น ซอฟต์แวร์สำคัญที่ธุรกิจขาดไม่ได้
และนั่นกำลังทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI เข้มข้นกว่าที่หลายคนคาดไว้เมื่อปีที่แล้ว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ไตรมาส 1 ปี 2026 OpenAI ยังนำรายได้ที่ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic อยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ แต่แนวโน้มการเติบโตของ Anthropic กำลังเร่งตัวอย่างมาก [46]
ไตรมาส 1 ปี 2026 OpenAI ยังนำรายได้ที่ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic อยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ แต่แนวโน้มการเติบโตของ Anthropic กำลังเร่งตัวอย่างมาก [46] Anthropic คาดว่ารายได้ไตรมาสเดือนมิถุนายน 2026 จะพุ่งเป็น 10.9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมกำไรจากการดำเนินงานราว 559 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นไตรมาสที่ทำกำไรครั้งแรกของบริษัท AI ระดับ frontier [18][27]
การเติบโตของตลาดองค์กรและเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา เช่น Claude Code กำลังเปลี่ยนสมรภูมิ AI จากการแข่งขันด้านผู้ใช้ ไปสู่การแข่งขันด้านรายได้และการฝัง AI ในเวิร์กโฟลว์ธุรกิจ