อุปทานบิตคอยน์ที่อยู่ในกำไรมากกว่า 71% เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างตลาดฟื้นตัว และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย 74.7% ที่เคยสัมพันธ์กับช่วงเปลี่ยนจากตลาดหมีสู่ตลาดกระทิง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันเพียงลำพัง[3][8] ด้านกลับของผู้ถือที่มีกำไรมากขึ้นคือแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้นบริเวณยอดเดิม ขณะที่เงินลงทุนราว 617,000 ล้านดอลลาร์ยังขาดทุนอยู่แล...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the latest Bitcoin market analysis suggest about whether a new bull market has begun, given that more than 71% of circulating supp. Article summary: The evidence supports a cautiously bullish transition, not confirmation that a durable new bull market has begun. Bitcoin’s on-chain setup and restrained volatility are constructive, but the signal remains highly price-s. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
บิตคอยน์มีปัจจัยออนเชนที่ดีขึ้น แต่หลักฐานที่มีอยู่ยัง ไม่พอจะยืนยันว่าตลาดกระทิงรอบใหม่เริ่มต้นอย่างมั่นคงแล้ว คำอธิบายที่ใกล้เคียงกว่าในตอนนี้คือ การแกว่งสะสมฐานที่เอนเอียงขึ้น: ผู้ถือเหรียญกลับมามีกำไรมากขึ้น ความผันผวนต่ำผิดปกติ และมีแรงซื้อจากสถาบันกลับเข้ามาเป็นบางช่วง
อย่างไรก็ดี ภาวะเช่นนี้ทำให้ตลาดต้องพึ่งพาแรงซื้อที่ต่อเนื่อง เพราะเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับที่ผู้ถือจำนวนมากพร้อมทำกำไรหรือขายออกที่จุดคุ้มทุน อุปทานฝั่งขายอาจเพิ่มขึ้นได้
ตัวชี้วัด “อุปทานที่อยู่ในกำไร” (supply in profit) ใช้ประเมินสัดส่วนบิตคอยน์หมุนเวียนที่เคลื่อนย้ายบนบล็อกเชนครั้งล่าสุด ณ ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน กล่าวง่าย ๆ คือ เหรียญเหล่านั้นยังมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
มีรายงานว่าอุปทานบิตคอยน์มากกว่า 71% อยู่ในกำไร ซึ่งใกล้กับค่าเฉลี่ยในอดีต 74.7% ที่นักวิเคราะห์ Bitfinex เชื่อมโยงกับช่วงเปลี่ยนผ่านจากตลาดหมีสู่ตลาดกระทิงในอดีต3
8
นี่สะท้อนการฟื้นตัวของโครงสร้างตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างการแกว่งตัวของบิตคอยน์เหนือ 82,500 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม มีอุปทานที่มีกำไรราว 67% แต่เมื่อกลับสู่ระดับราคาใกล้เคียงกันในระยะหลัง สัดส่วนดังกล่าวสูงกว่า 71%3
8 กล่าวคือ ผู้ถือเหรียญจำนวนมากขึ้นกลับมาอยู่ฝั่งกำไร
แต่ตัวเลขนี้เป็น สัญญาณบอกบริบท ไม่ใช่ปุ่มกดให้ราคาทะลุแนวต้าน แม้ระดับใกล้ 74.7% จะเคยเกิดร่วมกับการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรตลาด แต่ไม่ได้รับประกันการเบรกเอาต์หรือระบุเวลาได้ อีกทั้งสัดส่วนนี้เปลี่ยนตามราคาได้รวดเร็ว การรีบาวด์ช่วงสั้นอาจทำให้ภาพดูแข็งแรงขึ้น ขณะที่ราคาย่อตัวไม่มากก็อาจทำให้สัญญาณอ่อนลงได้ทันที
สิ่งที่มีน้ำหนักกว่าคือ ราคาต้องยืนเหนือระดับสำคัญได้จริง และมีแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ตัวเลขครั้งเดียว
การที่เหรียญจำนวนมากกลับมามีกำไรมีทั้งข้อดีและข้อแลกเปลี่ยน เมื่อบิตคอยน์ย้อนกลับไปทดสอบยอดระยะสั้นเดิม ผู้ถือจำนวนมากขึ้นย่อมมีทางเลือกในการขายทำกำไร นักวิเคราะห์ Bitfinex อธิบายว่าสถานการณ์นี้ทำให้มีสภาพคล่องฝั่งขายแฝงอยู่ลึกขึ้นบริเวณระดับดังกล่าว3
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ลงทุนที่ติดลบอยู่ในสัดส่วนสำคัญ รายงานที่อ้างข้อมูล CryptoQuant ระบุว่า ณ ปลายเดือนสิงหาคม เงินลงทุนราว 617,000 ล้านดอลลาร์ยังอยู่ในภาวะขาดทุน4
5 หากบิตคอยน์ปรับขึ้นเข้าใกล้ต้นทุนของกลุ่มนี้ บางส่วนอาจขายเพื่อออกจากสถานะที่จุดคุ้มทุน
ไม่ได้หมายความว่าราคาจะขึ้นต่อไม่ได้ แต่หมายความว่าแรงซื้อใหม่ต้องมากพอจะรับอุปทานดังกล่าว ดังนั้น การผ่านโซน 80,000–82,500 ดอลลาร์จะน่าเชื่อถือกว่ามาก หากราคายืนเหนือระดับนั้นได้ต่อเนื่อง แทนที่จะพุ่งผ่านเพียงชั่วคราว
ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงของบิตคอยน์ในกรอบหนึ่งเดือนอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ รายงานวิเคราะห์ของ Glassnode ระบุว่าแรงกดความผันผวนนี้มีสาเหตุหลักจากผู้ถือระยะยาวเก็บเหรียญไว้นอกตลาด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าตลาด สถานะคงค้างในตลาดอนุพันธ์ หรืออัตรา funding2
ภาพนี้อาจเป็นบวก เพราะหากอุปทานหมุนเวียนในตลาดมีน้อยลง เมื่ออุปสงค์เพิ่มขึ้น ราคาอาจตอบสนองได้แรงขึ้น แต่ความผันผวนต่ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ถัดไปจะขึ้นหรือลง ควรมองว่าเป็นสัญญาณของการบีบตัวของราคา และต้องติดตามปัจจัยที่จะทำให้ภาวะนี้คลี่คลาย
Willy Woo มองว่าการที่บิตคอยน์เคลื่อนไหวแยกจากหุ้นสหรัฐฯ คล้ายปี 2015 ซึ่งเกิดก่อนตลาดกระทิงของบิตคอยน์ในปี 2017 แต่ Darkfost ผู้ร่วมวิเคราะห์ของ CryptoQuant ไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่าตัวชี้วัดความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับดัชนี S&P 500 ยังเป็นบวกจนถึงเดือนกรกฎาคม 202651
ความเห็นต่างนี้ส่วนใหญ่เกิดจากวิธีคำนวณและช่วงเวลาที่เลือกใช้ จึงยังไม่อาจใช้ “การแยกตัว” เป็นหลักฐานอิสระที่น่าเชื่อถือว่าตลาดกระทิงรอบใหม่เริ่มแล้วได้ ในตอนนี้ มันเป็นเพียงสมมติฐานที่ควรติดตามควบคู่กับราคา สภาพคล่อง และอุปสงค์
กรณีขาขึ้นระยะใกล้ไม่ได้ขึ้นกับเส้นแบ่งเพียงระดับเดียว แต่ขึ้นกับสัญญาณหลายด้านที่ต้องไปในทางเดียวกัน
ยังมีกรณีมุมมองลบที่ควรรับรู้ CryptoCon เห็นว่าการฟื้นตัวรอบล่าสุดอาจเป็นจุดเริ่มตลาดกระทิงแบบหลอก และภายใต้กรอบวิเคราะห์วัฏจักรการฮาล์ฟวิงของเขา จุดต่ำสุดสุดท้ายของรอบอาจยังไม่มาถึงจนถึงช่วงพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 202721
28 นี่เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่การคาดการณ์ที่ได้รับการพิสูจน์ แต่ตอกย้ำว่าไม่ควรสรุปว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ได้รับการยืนยันแล้ว เพียงเพราะสัดส่วนเหรียญที่มีกำไรเพิ่มขึ้น
ตัวเลขอุปทานที่อยู่ในกำไรมากกว่า 71% สนับสนุนมุมมอง บวกอย่างระมัดระวัง บิตคอยน์ซ่อมแซมโครงสร้างออนเชนได้ส่วนหนึ่ง และกำลังเข้าใกล้ระดับที่ในอดีตมักสัมพันธ์กับการเปลี่ยนระบอบตลาด
แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันตลาดกระทิงรอบใหม่ การยืนยันต้องอาศัยแรงซื้อที่ต่อเนื่อง การทะลุแนวต้านแล้วรักษาระดับเหนือโซน 80,000–82,500 ดอลลาร์ และความสามารถในการรับแรงขายจากผู้ถือที่กลับมามีกำไรหรือถึงจุดคุ้มทุนได้ จนกว่าจะเห็นสิ่งเหล่านี้ชัดเจน การเรียกตลาดว่า “แกว่งสะสมฐานโดยมีอคติไปทางขาขึ้น” ยังตั้งอยู่บนหลักฐานมากกว่าการประกาศว่าตลาดกระทิงเริ่มสมบูรณ์แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อุปทานบิตคอยน์ที่อยู่ในกำไรมากกว่า 71% เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างตลาดฟื้นตัว และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย 74.7% ที่เคยสัมพันธ์กับช่วงเปลี่ยนจากตลาดหมีสู่ตลาดกระทิง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันเพียงลำพัง[3][8]
อุปทานบิตคอยน์ที่อยู่ในกำไรมากกว่า 71% เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างตลาดฟื้นตัว และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย 74.7% ที่เคยสัมพันธ์กับช่วงเปลี่ยนจากตลาดหมีสู่ตลาดกระทิง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันเพียงลำพัง[3][8] ด้านกลับของผู้ถือที่มีกำไรมากขึ้นคือแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้นบริเวณยอดเดิม ขณะที่เงินลงทุนราว 617,000 ล้านดอลลาร์ยังขาดทุนอยู่และอาจเกิดแรงขายเมื่อราคากลับถึงจุดคุ้มทุน[4][5]
สิ่งที่ต้องจับตาคือกระแสเงินเข้า ETF บิตคอยน์สปอตสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจ และการที่ราคายืนเหนือ 80,000–82,500 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูตัวชี้วัดออนเชนเพียงค่าเดียว[3][40]