ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า ข้อมูล PaymentsScan ชุดที่แคบกว่าระบุว่ามีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อรายการ และ USDC กับ USDT คิดเป็น 58...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the July 2026 surge in cryptocurrency-linked card spending reveal about the growing use of dollar-backed stablecoins for everyday. Article summary: The surge indicates that dollar-backed stablecoins are increasingly being used to fund ordinary consumer spending—not merely trading—but it does not show that they are replacing card networks. The strongest conclusion is. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
ตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 สะท้อนว่า Stablecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มีมูลค่าใกล้เคียงเงินดอลลาร์ กำลังขยับจากการเป็นสินทรัพย์สำหรับซื้อขาย มาเป็นเงินทุนที่ใช้จ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน รายการที่ถูกรายงานมีทั้งการซื้อของกิน ค่าเดินทาง และบริการส่งอาหาร ขณะที่สินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์เป็นแหล่งเงินหลักของกิจกรรมที่ติดตามได้ 1
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังด้านการวัดผลที่สำคัญ รายงานที่มีอยู่ระบุยอดรวมเดือนกรกฎาคมไว้ 2 ชุด ได้แก่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการ และข้อมูล PaymentsScan/a16z ที่ครอบคลุมแคบกว่าซึ่งระบุ ประมาณ 759 ล้านดอลลาร์จากการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันหรือถือว่าเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน แต่ทั้งสองชุดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Stablecoin กำลังเข้าสู่การชำระเงินสำหรับการใช้จ่ายทั่วไป
ชุดข้อมูลที่รายงานในวงกว้างระบุว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าจากปีก่อน แตะ 1.04 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม โดย Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์เป็นแหล่งเงินของธุรกรรมที่ติดตามได้มากกว่า 10 ล้านรายการถึง 70% ตัวอย่างการใช้จ่ายมีทั้งซื้อของชำ เรียกรถ และสั่งอาหาร 1
ส่วนชุดข้อมูลที่แคบกว่า ระบุยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนกรกฎาคมที่ประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 306 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และมีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง เทียบกับประมาณ 5.2 ล้านครั้งในเดือนกรกฎาคม 2025 2
8
12 เมื่อคำนวณจากตัวเลขดังกล่าว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 86 ดอลลาร์ต่อรายการ เพิ่มจากราว 59 ดอลลาร์ในปีก่อน
9
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยระดับนี้สอดคล้องกับการซื้อสินค้าและบริการซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าตลาดที่มีแต่การโอนคริปโตครั้งใหญ่เพียงไม่กี่รายการ แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าทุกธุรกรรมเป็นค่าใช้จ่ายของครัวเรือนก็ตาม
ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า USDC คิดเป็นประมาณ 58% ของยอดใช้จ่ายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ USDT คิดเป็นประมาณ 26% เมื่อนับรวมกัน Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์ทั้งสองเหรียญมีสัดส่วนราว 84% ของปริมาณการใช้จ่ายที่ติดตามได้ 9
10
สัดส่วนนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดผู้ใช้จึงเลือกบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโต พวกเขาอาจไม่ได้ต้องการถือสินทรัพย์คริปโตที่มีความผันผวนในจังหวะซื้อสินค้า แต่ต้องการใช้ยอดเงินดิจิทัลที่ตั้งใจรักษามูลค่าใกล้เคียงดอลลาร์
หลักฐานจึงสนับสนุนการอธิบายว่า Stablecoin เป็นแหล่งเงินสำหรับการชำระเงิน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่า Stablecoin เข้ามาแทนที่เงินที่ออกโดยธนาคาร หรือระบบชำระบัญชีแบบเดิมแล้ว
ตัวเลข 1.04 พันล้านดอลลาร์และประมาณ 759 ล้านดอลลาร์มาจากรายงานที่อ้างอิงข้อมูล PaymentsScan แต่แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าทั้งสองชุดครอบคลุมโครงการบัตร ประเภทธุรกรรม หรือคำนิยามเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ระบุยอดเดือนกรกฎาคมไว้ที่ 748.7 ล้านดอลลาร์หรือ 705.5 ล้านดอลลาร์ด้วย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าขอบเขตการติดตามแตกต่างกันในแต่ละสรุป 2
5
7
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดจึงเป็นข้อสรุปเชิงทิศทาง ไม่ใช่การนำยอดมาบวกกัน กล่าวคือ กิจกรรมผ่านบัตรคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนกรกฎาคม และ Stablecoin มีสัดส่วนสูงในกิจกรรมนั้น แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุขนาดตลาดที่แท้จริงด้วยนิยามเดียว
บัตรทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างยอดเงินบนบล็อกเชนกับขั้นตอนการจ่ายเงินที่ผู้บริโภคคุ้นเคย บริษัทคริปโตสามารถออกบัตรที่เชื่อมกับยอด Stablecoin ขณะที่โครงการที่ใช้เครือข่าย Visa หรือ Mastercard ทำให้บัตรเหล่านี้ใช้งานกับระบบรับชำระเงินของร้านค้าที่มีอยู่แล้วได้ 4
ในฝั่งผู้ใช้ แหล่งเงินอาจเป็น USDC, USDT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น แต่ในฝั่งร้านค้า ธุรกรรมยังสามารถผ่านระบบบัตรตามปกติและได้รับเงินในสกุลเงินเฟียต ซึ่งก็คือเงินตามระบบทั่วไป เช่น ดอลลาร์หรือสกุลเงินท้องถิ่น
นี่คือเหตุผลที่การเติบโตในเดือนกรกฎาคมควรถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง วิธีที่ผู้ใช้เติมเงินเพื่อใช้จ่าย มากกว่าจะเป็นการรื้อระบบเครือข่ายบัตรทั้งหมด Stablecoin อยู่เป็นหลักในฝั่งแหล่งเงินของลูกค้า ขณะที่การอนุมัติรายการ การรับชำระเงินของร้านค้า การจัดการข้อพิพาท และการชำระบัญชียังคงพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างมาก
สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม Stablecoin อาจเป็นทางเลือกในการถือยอดเงินที่อิงกับดอลลาร์ โดยไม่ต้องพึ่งเงินท้องถิ่น ยอดเงินในธนาคาร หรือการนำสินทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายทุกครั้ง แต่ประสบการณ์หน้าร้านที่คุ้นเคยยังเกิดขึ้นได้เพราะระบบการชำระเงินเดิมยังทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลเดือนกรกฎาคมจากชุดข้อมูลที่แคบกว่าแสดงให้เห็นว่าตลาดกระจุกตัวสูง RedotPay ประมวลผลยอดใช้จ่ายประมาณ 395.1 ล้านดอลลาร์ Ether.fi ประมาณ 100.3 ล้านดอลลาร์ และ KAST ประมาณ 89.6 ล้านดอลลาร์ ทั้งสามรายรวมกันคิดเป็นประมาณ 77% ของยอดรวมราว 759 ล้านดอลลาร์ที่ติดตามได้ 10
11
การกระจุกตัวนี้ทำให้ต้องอ่านพาดหัวข่าวอย่างระมัดระวัง ตัวเลขแสดงถึงกิจกรรมที่แข็งแกร่งของโครงการชั้นนำ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานกระจายตัวอย่างทั่วถึงในกลุ่มผู้ออกบัตร ร้านค้า หรือภูมิภาคต่าง ๆ ตลาดที่มีผู้ให้บริการหลักเพียงไม่กี่รายสามารถขยายตัวได้เร็ว ขณะเดียวกันฐานผู้ใช้ก็ยังอาจอยู่ในวงจำกัด
แนวโน้มการใช้ Stablecoin เห็นได้ชัดในละตินอเมริกา ข้อมูลที่รายงานระบุว่า การซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้มีส่วนร่วมในตลาดบราซิลผ่านผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนที่จดทะเบียนอยู่ที่ 14.68 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 135% จาก 6.24 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2025 24 อีกหนึ่งรายงานระบุว่า ชาวบราซิลซื้อ Stablecoin เกือบ 2.632 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 158% จากเดือนพฤษภาคม 2025
27
ยังมีตัวอย่างการใช้งานบัตรที่เชื่อมกับ Stablecoin ในภูมิภาคนี้ด้วย โดย Exodus ประกาศให้ลูกค้า DGO และ SKY+ ในอาร์เจนตินา เม็กซิโก โคลอมเบีย และบราซิล ชำระค่าสมาชิกด้วย Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐผ่านผลิตภัณฑ์บัตรของบริษัท 22
ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดผู้ใช้ในตลาดที่เผชิญความผันผวนของค่าเงิน ต้นทุนการชำระเงินข้ามพรมแดน หรือการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ไม่สม่ำเสมอ อาจสนใจยอดเงินดิจิทัลที่อิงกับดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนกรกฎาคมที่มีอยู่ ไม่ได้ระบุตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้ในบราซิลหรืออาร์เจนตินาเป็นรายประเทศ และไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานเติบโตเร็วกว่าในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำทุกแห่ง ข้อสรุปดังกล่าวจึงยังควรถือเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูลเดือนกรกฎาคมสนับสนุนข้อสรุป 3 ประการ ได้แก่
ในทางกลับกัน ข้อมูลยังไม่พิสูจน์ว่า Stablecoin เข้ามาแทนที่การชำระเงินทั่วไปแล้ว ไม่ได้พิสูจน์ว่าตลาดทั้งหมดมีมูลค่า 1.04 พันล้านดอลลาร์ภายใต้นิยามเดียว และไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานกระจายตัวในวงกว้างอย่างเท่าเทียม
ข้อสรุปที่แม่นยำที่สุดคือ Stablecoin กำลังถูกดูดซึมเข้าสู่เครือข่ายการชำระเงินเดิม ในฐานะทางเลือกใหม่สำหรับการถือและเติมเงินที่ใช้จ่ายได้ มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ระบบบัตรที่มีอยู่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า ข้อมูล PaymentsScan ชุดที่แคบกว่าระบุว่ามีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อรายการ และ USDC กับ USDT คิดเป็น 58% และ 26% ของยอดใช้จ่ายตามลำดับ หรือรวมกันประมาณ 84%
ตลาดยังรวมศูนย์อยู่ในผู้ให้บริการไม่กี่ราย โดย RedotPay, Ether.fi และ KAST คิดเป็นประมาณ 77% ของปริมาณในชุดข้อมูลที่แคบกว่า จึงสะท้อนการขยายตัว แต่ยังไม่ยืนยันการใช้งานอย่างแพร่หลายในทุกกลุ่มผู้ใช้หรือร้านค้า
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า ข้อมูล PaymentsScan ชุดที่แคบกว่าระบุว่ามีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อรายการ และ USDC กับ USDT คิดเป็น 58...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the July 2026 surge in cryptocurrency-linked card spending reveal about the growing use of dollar-backed stablecoins for everyday. Article summary: The surge indicates that dollar-backed stablecoins are increasingly being used to fund ordinary consumer spending—not merely trading—but it does not show that they are replacing card networks. The strongest conclusion is. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
ตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 สะท้อนว่า Stablecoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มีมูลค่าใกล้เคียงเงินดอลลาร์ กำลังขยับจากการเป็นสินทรัพย์สำหรับซื้อขาย มาเป็นเงินทุนที่ใช้จ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน รายการที่ถูกรายงานมีทั้งการซื้อของกิน ค่าเดินทาง และบริการส่งอาหาร ขณะที่สินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์เป็นแหล่งเงินหลักของกิจกรรมที่ติดตามได้ 1
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังด้านการวัดผลที่สำคัญ รายงานที่มีอยู่ระบุยอดรวมเดือนกรกฎาคมไว้ 2 ชุด ได้แก่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการ และข้อมูล PaymentsScan/a16z ที่ครอบคลุมแคบกว่าซึ่งระบุ ประมาณ 759 ล้านดอลลาร์จากการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกนำมารวมกันหรือถือว่าเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน แต่ทั้งสองชุดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Stablecoin กำลังเข้าสู่การชำระเงินสำหรับการใช้จ่ายทั่วไป
ชุดข้อมูลที่รายงานในวงกว้างระบุว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าจากปีก่อน แตะ 1.04 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม โดย Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์เป็นแหล่งเงินของธุรกรรมที่ติดตามได้มากกว่า 10 ล้านรายการถึง 70% ตัวอย่างการใช้จ่ายมีทั้งซื้อของชำ เรียกรถ และสั่งอาหาร 1
ส่วนชุดข้อมูลที่แคบกว่า ระบุยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนกรกฎาคมที่ประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 306 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และมีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง เทียบกับประมาณ 5.2 ล้านครั้งในเดือนกรกฎาคม 2025 2
8
12 เมื่อคำนวณจากตัวเลขดังกล่าว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 86 ดอลลาร์ต่อรายการ เพิ่มจากราว 59 ดอลลาร์ในปีก่อน
9
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยระดับนี้สอดคล้องกับการซื้อสินค้าและบริการซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าตลาดที่มีแต่การโอนคริปโตครั้งใหญ่เพียงไม่กี่รายการ แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าทุกธุรกรรมเป็นค่าใช้จ่ายของครัวเรือนก็ตาม
ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า USDC คิดเป็นประมาณ 58% ของยอดใช้จ่ายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ USDT คิดเป็นประมาณ 26% เมื่อนับรวมกัน Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์ทั้งสองเหรียญมีสัดส่วนราว 84% ของปริมาณการใช้จ่ายที่ติดตามได้ 9
10
สัดส่วนนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดผู้ใช้จึงเลือกบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโต พวกเขาอาจไม่ได้ต้องการถือสินทรัพย์คริปโตที่มีความผันผวนในจังหวะซื้อสินค้า แต่ต้องการใช้ยอดเงินดิจิทัลที่ตั้งใจรักษามูลค่าใกล้เคียงดอลลาร์
หลักฐานจึงสนับสนุนการอธิบายว่า Stablecoin เป็นแหล่งเงินสำหรับการชำระเงิน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่า Stablecoin เข้ามาแทนที่เงินที่ออกโดยธนาคาร หรือระบบชำระบัญชีแบบเดิมแล้ว
ตัวเลข 1.04 พันล้านดอลลาร์และประมาณ 759 ล้านดอลลาร์มาจากรายงานที่อ้างอิงข้อมูล PaymentsScan แต่แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าทั้งสองชุดครอบคลุมโครงการบัตร ประเภทธุรกรรม หรือคำนิยามเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ระบุยอดเดือนกรกฎาคมไว้ที่ 748.7 ล้านดอลลาร์หรือ 705.5 ล้านดอลลาร์ด้วย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าขอบเขตการติดตามแตกต่างกันในแต่ละสรุป 2
5
7
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดจึงเป็นข้อสรุปเชิงทิศทาง ไม่ใช่การนำยอดมาบวกกัน กล่าวคือ กิจกรรมผ่านบัตรคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนกรกฎาคม และ Stablecoin มีสัดส่วนสูงในกิจกรรมนั้น แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุขนาดตลาดที่แท้จริงด้วยนิยามเดียว
บัตรทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างยอดเงินบนบล็อกเชนกับขั้นตอนการจ่ายเงินที่ผู้บริโภคคุ้นเคย บริษัทคริปโตสามารถออกบัตรที่เชื่อมกับยอด Stablecoin ขณะที่โครงการที่ใช้เครือข่าย Visa หรือ Mastercard ทำให้บัตรเหล่านี้ใช้งานกับระบบรับชำระเงินของร้านค้าที่มีอยู่แล้วได้ 4
ในฝั่งผู้ใช้ แหล่งเงินอาจเป็น USDC, USDT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น แต่ในฝั่งร้านค้า ธุรกรรมยังสามารถผ่านระบบบัตรตามปกติและได้รับเงินในสกุลเงินเฟียต ซึ่งก็คือเงินตามระบบทั่วไป เช่น ดอลลาร์หรือสกุลเงินท้องถิ่น
นี่คือเหตุผลที่การเติบโตในเดือนกรกฎาคมควรถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง วิธีที่ผู้ใช้เติมเงินเพื่อใช้จ่าย มากกว่าจะเป็นการรื้อระบบเครือข่ายบัตรทั้งหมด Stablecoin อยู่เป็นหลักในฝั่งแหล่งเงินของลูกค้า ขณะที่การอนุมัติรายการ การรับชำระเงินของร้านค้า การจัดการข้อพิพาท และการชำระบัญชียังคงพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างมาก
สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม Stablecoin อาจเป็นทางเลือกในการถือยอดเงินที่อิงกับดอลลาร์ โดยไม่ต้องพึ่งเงินท้องถิ่น ยอดเงินในธนาคาร หรือการนำสินทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายทุกครั้ง แต่ประสบการณ์หน้าร้านที่คุ้นเคยยังเกิดขึ้นได้เพราะระบบการชำระเงินเดิมยังทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลเดือนกรกฎาคมจากชุดข้อมูลที่แคบกว่าแสดงให้เห็นว่าตลาดกระจุกตัวสูง RedotPay ประมวลผลยอดใช้จ่ายประมาณ 395.1 ล้านดอลลาร์ Ether.fi ประมาณ 100.3 ล้านดอลลาร์ และ KAST ประมาณ 89.6 ล้านดอลลาร์ ทั้งสามรายรวมกันคิดเป็นประมาณ 77% ของยอดรวมราว 759 ล้านดอลลาร์ที่ติดตามได้ 10
11
การกระจุกตัวนี้ทำให้ต้องอ่านพาดหัวข่าวอย่างระมัดระวัง ตัวเลขแสดงถึงกิจกรรมที่แข็งแกร่งของโครงการชั้นนำ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานกระจายตัวอย่างทั่วถึงในกลุ่มผู้ออกบัตร ร้านค้า หรือภูมิภาคต่าง ๆ ตลาดที่มีผู้ให้บริการหลักเพียงไม่กี่รายสามารถขยายตัวได้เร็ว ขณะเดียวกันฐานผู้ใช้ก็ยังอาจอยู่ในวงจำกัด
แนวโน้มการใช้ Stablecoin เห็นได้ชัดในละตินอเมริกา ข้อมูลที่รายงานระบุว่า การซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้มีส่วนร่วมในตลาดบราซิลผ่านผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนที่จดทะเบียนอยู่ที่ 14.68 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 135% จาก 6.24 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2025 24 อีกหนึ่งรายงานระบุว่า ชาวบราซิลซื้อ Stablecoin เกือบ 2.632 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 158% จากเดือนพฤษภาคม 2025
27
ยังมีตัวอย่างการใช้งานบัตรที่เชื่อมกับ Stablecoin ในภูมิภาคนี้ด้วย โดย Exodus ประกาศให้ลูกค้า DGO และ SKY+ ในอาร์เจนตินา เม็กซิโก โคลอมเบีย และบราซิล ชำระค่าสมาชิกด้วย Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐผ่านผลิตภัณฑ์บัตรของบริษัท 22
ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดผู้ใช้ในตลาดที่เผชิญความผันผวนของค่าเงิน ต้นทุนการชำระเงินข้ามพรมแดน หรือการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ไม่สม่ำเสมอ อาจสนใจยอดเงินดิจิทัลที่อิงกับดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือนกรกฎาคมที่มีอยู่ ไม่ได้ระบุตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้ในบราซิลหรืออาร์เจนตินาเป็นรายประเทศ และไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานเติบโตเร็วกว่าในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำทุกแห่ง ข้อสรุปดังกล่าวจึงยังควรถือเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูลเดือนกรกฎาคมสนับสนุนข้อสรุป 3 ประการ ได้แก่
ในทางกลับกัน ข้อมูลยังไม่พิสูจน์ว่า Stablecoin เข้ามาแทนที่การชำระเงินทั่วไปแล้ว ไม่ได้พิสูจน์ว่าตลาดทั้งหมดมีมูลค่า 1.04 พันล้านดอลลาร์ภายใต้นิยามเดียว และไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้งานกระจายตัวในวงกว้างอย่างเท่าเทียม
ข้อสรุปที่แม่นยำที่สุดคือ Stablecoin กำลังถูกดูดซึมเข้าสู่เครือข่ายการชำระเงินเดิม ในฐานะทางเลือกใหม่สำหรับการถือและเติมเงินที่ใช้จ่ายได้ มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ระบบบัตรที่มีอยู่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เชื่อมโยงกับคริปโตในเดือนกรกฎาคม 2026 อยู่ที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการในชุดข้อมูลหนึ่ง หรือประมาณ 759 ล้านดอลลาร์ในชุดข้อมูลที่แคบกว่า ข้อมูล PaymentsScan ชุดที่แคบกว่าระบุว่ามีการซื้อเกือบ 9 ล้านครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อรายการ และ USDC กับ USDT คิดเป็น 58% และ 26% ของยอดใช้จ่ายตามลำดับ หรือรวมกันประมาณ 84%
ตลาดยังรวมศูนย์อยู่ในผู้ให้บริการไม่กี่ราย โดย RedotPay, Ether.fi และ KAST คิดเป็นประมาณ 77% ของปริมาณในชุดข้อมูลที่แคบกว่า จึงสะท้อนการขยายตัว แต่ยังไม่ยืนยันการใช้งานอย่างแพร่หลายในทุกกลุ่มผู้ใช้หรือร้านค้า