จำเลยอีกคนคือ อัลเบิร์ต โฮ (Albert Ho) อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ เลือกแนวทางต่างออกไป เขา รับสารภาพ ต่อข้อหายุยงล้มล้างรัฐ โดยยอมรับว่าเคยสนับสนุนแนวคิดยุติการปกครองพรรคเดียวในจีนแผ่นดินใหญ่
จำเลยทั้งสามเป็นอดีตผู้นำขององค์กรภาคประชาสังคมชื่อ Hong Kong Alliance in Support of Patriotic Democratic Movements of China ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์เทียนอันเหมินปี 1989
องค์กรนี้จัด พิธีจุดเทียนรำลึกประจำปีที่สวนวิกตอเรีย (Victoria Park) ต่อเนื่องมานานกว่าสามทศวรรษ งานดังกล่าวมักมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน และถือเป็นการรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมินที่เปิดเผยและใหญ่ที่สุดในดินแดนจีน
ต่อมา ทางการฮ่องกงได้ดำเนินมาตรการเข้มงวดกับกลุ่มการเมืองและองค์กรภาคประชาชนหลายแห่ง รวมถึงองค์กรนี้ ซึ่งในที่สุดก็ ยุติกิจกรรมและยุบตัวลง และการจัดงานรำลึกในลักษณะเดิมก็หยุดลงด้วย
อีกประเด็นที่ถูกจับตาในคดีนี้คือ ระยะเวลาการควบคุมตัวก่อนการตัดสินคดี
โจวและหลี่ถูกจับกุมตั้งแต่ปี 2021 และถูกควบคุมตัวมานานกว่า 4 ปี ระหว่างรอการพิจารณาคดี รวมแล้วมากกว่า 1,500 วัน โดยยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เงื่อนไขการให้ประกันตัวเข้มงวดกว่าคดีอาญาทั่วไป ศาลสามารถปฏิเสธการประกันตัวได้ หากเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าจำเลยจะไม่กระทำการที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอีก
องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งวิพากษ์วิจารณ์การคุมขังที่ยาวนานและมาตรฐานการให้ประกันตัวที่เข้มงวด โดยมองว่าอาจกระทบต่อหลักกระบวนการยุติธรรมและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
นอกเหนือจากตัวจำเลย คดีนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการเมืองและกฎหมายในฮ่องกงหลังจากมีการประกาศใช้ กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในปี 2020
กิจกรรมที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การจัดงานรำลึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ หรือการใช้คำขวัญทางการเมือง บางส่วนเริ่มถูกตรวจสอบภายใต้กรอบความผิดด้านความมั่นคงของรัฐ นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่ากฎหมายดังกล่าวทำให้พื้นที่ของการแสดงความเห็นทางการเมืองและการคัดค้านรัฐบาลในฮ่องกงลดลงอย่างมาก
เนื่องจากหลักฐานสำคัญของคดีเกี่ยวข้องกับ คำพูด คำขวัญ และกิจกรรมรำลึก มากกว่าการกระทำที่ใช้ความรุนแรง คดีนี้จึงถูกจับตามองว่าเป็นตัวชี้วัดว่า ศาลฮ่องกงจะตีความคำว่า “การยุยงให้ล้มล้างอำนาจรัฐ” กว้างเพียงใด
หลังการพิจารณาคดีหลายเดือน คณะผู้พิพากษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงระบุว่าคาดว่าจะมีคำตัดสินใน เดือนกรกฎาคม 2026
ผลของคดีนี้อาจมีผลต่อวิธีที่ศาลในฮ่องกงจัดการกับ การรณรงค์ทางการเมือง การแสดงความเห็น และการรำลึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงในอนาคต
ดังนั้น คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักเคลื่อนไหวสามคนหรือคำขวัญหนึ่งประโยค แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของ ขอบเขตใหม่ของเสรีภาพทางการเมืองในฮ่องกงหลังปี 2020
Comments
0 comments