อัตราส่วน BTC–Nasdaq ลดลง 62.2% จากจุดสูงสุดล่าสุด ใกล้เคียงการลดลง 68.5% ในปี 2021–22 และ 75.7% ในปี 2018 สะท้อนการด้อยค่าของ Bitcoin เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยี ไม่ใช่การยืนยันว่าราคา Bitcoin แตะจุดต่ำสุดแล้ว Bitcoin ฟื้นจากประมาณ 58,500 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายนขึ้นมาเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ Bi...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the Bitcoin–Nasdaq performance ratio’s 62.2% decline from its latest peak—approaching the 75.7% drawdown of the 2018 cycle and the. Article summary: The ratio’s decline signals Bitcoin has suffered an unusually deep *relative* derating versus large-cap technology—not necessarily that its dollar price has reached a bottom. It is a potential capitulation analogue to pr. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
การลดลง 62.2% ของผลตอบแทน Bitcoin เมื่อเทียบกับ Nasdaq ควรถูกมองว่าเป็น สัญญาณการยอมแพ้เชิงเปรียบเทียบ มากกว่าจะเป็นเครื่องมือทำนายทิศทางราคาของ Bitcoin โดยตรง
ข้อมูลจากกราฟของ Rand Group ซึ่งอ้างอิง The DeFi Report ระบุว่า อัตราส่วน Bitcoin ต่อ Nasdaq ลดลง 62.2% จากจุดสูงสุดล่าสุด การปรับตัวลงครั้งนี้เข้าใกล้การลดลง 68.5% ในรอบปี 2021–22 และ 75.7% ในรอบปี 2018 33
ตัวเลขดังกล่าวทำให้จุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายนมีโอกาสเป็นจุดต่ำสุดของวัฏจักรในเชิงเปรียบเทียบ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Bitcoin ผ่านจุดต่ำสุดของตลาดหมีระยะยาวแล้ว เพราะอัตราส่วนนี้อาจหยุดลดลงได้จากหลายสาเหตุ ทั้ง Bitcoin ปรับตัวขึ้น หุ้นเทคโนโลยีอ่อนตัวลง หรือสินทรัพย์ทั้งสองเคลื่อนไหวพร้อมกัน
อัตราส่วนนี้สะท้อนผลตอบแทนของ Bitcoin เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ดังนั้นการร่วงลงของอัตราส่วนจึงหมายความว่า Bitcoin สูญเสียอำนาจซื้อเมื่อเทียบกับ Nasdaq ในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีแข็งแกร่งกว่า ขณะที่ความต้องการในตลาดคริปโตอ่อนแอลง
สิ่งนี้แตกต่างจากการบอกว่า Bitcoin เองร่วงลง 62.2% จากจุดสูงสุด
ความแตกต่างดังกล่าวมีความสำคัญ Bitcoin อาจปรับตัวขึ้นเมื่อคิดเป็นดอลลาร์ แต่ยังคงทำผลงานแย่กว่า Nasdaq ได้ ในทางกลับกัน อัตราส่วนอาจฟื้นตัวในช่วงที่ Nasdaq ปรับลง แม้ Bitcoin จะเคลื่อนไหวทรงตัวก็ตาม นักลงทุนจึงควรใช้อัตราส่วนนี้เป็นเครื่องวัดความเป็นผู้นำของสินทรัพย์และระดับความต้องการรับความเสี่ยง มากกว่าจะใช้เป็นตัวชี้จุดต่ำสุดของราคาอย่างแม่นยำ
การเปรียบเทียบกับวัฏจักรในอดีตก็มีข้อจำกัดเช่นกัน การปรับตัวลงครั้งใหญ่เพียงสามช่วงยังไม่เพียงพอที่จะสร้างกฎตายตัวของวัฏจักร อีกทั้งโครงสร้างตลาดปัจจุบันมี Bitcoin ETF แบบสปอตในสหรัฐฯ การถือครองผ่านบริษัทที่มี Bitcoin ในงบดุล และเงื่อนไขสภาพคล่องที่แตกต่างจากรอบก่อน
Bitcoin ฟื้นจากประมาณ 58,500 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนขึ้นมาเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการ ETF ที่เพิ่มขึ้น โดย Bitcoin ETF แบบสปอตที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ 13 กองทุนมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในรอบประมาณ 10 เดือน ตามข้อมูลของ Bloomberg 49
ข้อมูลกระแสเงินมีความสำคัญ เพราะสะท้อนความต้องการซื้อในตลาดสปอตจริง ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวของราคาบนกระดานเทรดคริปโต อย่างไรก็ตาม เงินซื้อส่วนใหญ่ที่รายงานนั้นมาจาก iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock ดังนั้นตัวเลขรวมจึงไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่าเป็นการกลับเข้าซื้อของสถาบันในวงกว้าง แรงซื้อที่กระจุกตัวสามารถช่วยพยุงการฟื้นตัวได้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าการสะสมสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องได้เริ่มขึ้นแล้ว 50
55
อีกสัญญาณหนึ่งที่เป็นบวกคือ Coinbase Premium กลับมาเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน ตัวชี้วัดนี้เปรียบเทียบราคาบน Coinbase กับ Binance และการกลับมาเป็นบวกบ่งชี้ว่าแรงซื้อบน Coinbase ซึ่งมักใช้เป็นตัวแทนของความต้องการจากสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับ Binance แต่การเปลี่ยนแปลงระยะสั้นของ Premium ยังเป็นเพียงหลักฐานว่าความต้องการจากสหรัฐฯ ฟื้นตัว ไม่ใช่หลักฐานว่าความต้องการจะคงอยู่ต่อไป 17
การวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับ Glassnode ระบุว่าโซนประมาณ 81,000–86,000 ดอลลาร์คือแนวต้านหลักของการฟื้นตัวครั้งนี้ ภายในกรอบดังกล่าวมีโครงสร้างอุปทานเหนือราคาหลายชั้นซ้อนทับกัน รวมถึง Bitcoin ที่ผู้ถือระยะยาวซื้อไว้ใกล้จุดคุ้มทุน และแนวต้นทุนของเหรียญที่อยู่ในการถือครองด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มต้นใกล้ 80,800 ดอลลาร์ 20
23
ด้วยเหตุนี้ การที่ราคาขยับเหนือ 81,000 ดอลลาร์เพียงชั่วคราวจึงมีความหมายน้อยกว่าการทะลุกรอบและยืนเหนือได้อย่างต่อเนื่อง สัญญาณยืนยันที่แข็งแกร่งกว่าจะประกอบด้วย
นอกจากนี้ ควรระวังว่าการฟื้นตัวอาจเชื่อมโยงกับการปิดสถานะขาย หรือ short covering การบีบให้ผู้ที่เปิดสถานะขายต้องซื้อคืนสามารถผลักดันราคาให้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แรงซื้อเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเงินทุนใหม่ระยะยาวที่ไหลเข้าสู่ตลาด รายงานที่เกี่ยวข้องกับ Glassnode ระบุว่าการฟื้นตัวเกิดขึ้นหลังการชำระบัญชีสถานะระยะสั้นจำนวนมาก จึงควรจับตาการเคลื่อนไหวหลังแรงซื้อที่เกิดจากการบังคับปิดสถานะหมดลง 18
21
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ยังคงเป็นแรงต้านสำคัญ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ประธาน Fed Kevin Warsh กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายจะยังมี “งานที่ต้องทำ” หากยังไม่มีความมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% ของ Fed หลังจากนั้น ตลาดเพิ่มการประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จากราว 40% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น 1
2
บรรยากาศดังกล่าวมีความสำคัญต่อ Bitcoin เพราะอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเอง การที่ Bitcoin ร่วงลงมากกว่า 3% หลังถ้อยแถลงที่มีท่าทีเข้มงวด ขณะที่ Nasdaq ลดลง 0.52% แสดงให้เห็นว่าการปรับมุมมองด้านนโยบายการเงินสามารถบดบังสัญญาณทางเทคนิคเชิงบวกได้อย่างรวดเร็ว 14
ดังนั้น การเปรียบเทียบกับช่วงปลายปี 2020 จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบแบบหนึ่งต่อหนึ่ง การปรับตัวขึ้นในช่วงนั้นได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสภาพคล่องจำนวนมาก ไม่ควรคาดหวังว่าการฟื้นตัวในลักษณะเดียวกันจะเกิดขึ้นซ้ำในสภาพแวดล้อมที่เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นหลักของนโยบาย และตลาดกำลังสะท้อนความเป็นไปได้ของการคุมเข้มเพิ่มเติม
โครงสร้างความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับสินทรัพย์อื่นมีความน่าสนใจ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปเด็ดขาด งานวิจัยที่ TheStreet อ้างถึงระบุว่า ความสัมพันธ์ในช่วง 90 วันระหว่าง Bitcoin กับทองคำเพิ่มขึ้นเหนือ 50% ขณะที่ความสัมพันธ์กับ Nasdaq 100 ลดลงจากมากกว่า 60% เหลือประมาณ 33% 26
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจบ่งชี้ว่า ในช่วงปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายเหมือนสินทรัพย์ที่สะท้อนแนวคิดการป้องกันการเสื่อมค่าของเงินหรือสินทรัพย์รักษามูลค่ามากขึ้น และเหมือนสินทรัพย์เทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ค่าสหสัมพันธ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้มาก ช่วงเวลา 90 วันเพียงช่วงเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ หรือสินทรัพย์ทดแทนทองคำอย่างถาวร
จุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายนจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในฐานะจุดต่ำสุดของตลาดหมี หากสัญญาณอิสระหลายด้านปรากฏไปในทิศทางเดียวกัน ได้แก่
ในทางกลับกัน สมมติฐานเรื่องจุดต่ำสุดจะอ่อนแอลง หาก Bitcoin ถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ในกรอบ 81,000–86,000 ดอลลาร์ เงินไหลออกจาก ETF กลับมา Coinbase Premium กลายเป็นลบ หรืออัตราส่วน BTC–Nasdaq กลับมาลดลงอีกครั้งแม้ Nasdaq ยังคงแข็งแกร่ง การฟื้นตัวที่หมดแรงทันทีหลังการปิดสถานะขาย โดยไม่มีแรงซื้อสปอตต่อเนื่อง ก็จะชี้ไปที่การฟื้นตัวในตลาดหมีมากกว่าการกลับตัวของวัฏจักรอย่างยืนยันแล้ว
สรุป: การลดลง 62.2% ของอัตราส่วน BTC–Nasdaq เป็นสัญญาณสำคัญของการยอมแพ้เชิงเปรียบเทียบ และทำให้จุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายนมีโอกาสเป็นจุดต่ำสุดของวัฏจักร แต่หลักฐานในปัจจุบันยังไม่แข็งแรงพอที่จะประกาศว่าเป็นจุดต่ำสุดทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว บททดสอบ निर्णायकคือ ความต้องการซื้อสปอตที่ต่อเนื่องและหลากหลายจะสามารถพา Bitcoin ผ่านกำแพงอุปทาน 81,000–86,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ ขณะที่ตลาดต้องรับมือกับแรงกดดันจากความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อัตราส่วน BTC–Nasdaq ลดลง 62.2% จากจุดสูงสุดล่าสุด ใกล้เคียงการลดลง 68.5% ในปี 2021–22 และ 75.7% ในปี 2018 สะท้อนการด้อยค่าของ Bitcoin เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยี ไม่ใช่การยืนยันว่าราคา Bitcoin แตะจุดต่ำสุดแล้ว
อัตราส่วน BTC–Nasdaq ลดลง 62.2% จากจุดสูงสุดล่าสุด ใกล้เคียงการลดลง 68.5% ในปี 2021–22 และ 75.7% ในปี 2018 สะท้อนการด้อยค่าของ Bitcoin เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยี ไม่ใช่การยืนยันว่าราคา Bitcoin แตะจุดต่ำสุดแล้ว Bitcoin ฟื้นจากประมาณ 58,500 ดอลลาร์ช่วงปลายเดือนมิถุนายนขึ้นมาเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ Bitcoin ETF แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม แต่แรงซื้อส่วนใหญ่...
แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 81,000–86,000 ดอลลาร์ การทะลุชั่วคราวยังมีความหมายน้อยกว่าการยืนเหนือกรอบดังกล่าว พร้อมปริมาณซื้อขายสปอตและการสร้างหน่วยลงทุน ETF ที่ต่อเนื่อง