Spotify จะรองรับเทคโนโลยีสตรีมวิดีโอ HLS ของ Apple ทำให้พอดแคสต์วิดีโอที่โฮสต์บน Spotify สามารถเผยแพร่และสร้างรายได้บน Apple Podcasts ได้โดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิม [7][8] การเปลี่ยนแปลงนี้อาจลดการอัปโหลดซ้ำและการแปลงไฟล์สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้ครีเอเตอร์เผยแพร่ครั้งเดียวแล้วกระจายไปยังทั้ง Spotify และ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Spotify’s adoption of Apple’s HLS video podcast technology mean for creators in terms of cross-platform distribution, monetization. Article summary: Spotify adopting Apple’s HLS video podcast technology means creators should be able to publish video podcasts more easily across Spotify and Apple Podcasts, with less platform-specific rework and new monetization potenti. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "MMWOWARTS Hybrid Active Noise Cancelling Bluetooth Headphones,Bluetooth 6.0 Over Ear Wireless Headphones with 60H Playtime, Hi-Res Audio, Deep Bass, Memory Foam Ear Cups for Home O" source context "Spotify Will Adopt Apple’s HLS Video Technology for Cross-Platform Podcast Publishing | Technobezz" Reference image
วิดีโอพอดแคสต์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มต่าง ๆ มักใช้ระบบของตัวเอง ทำให้ครีเอเตอร์ต้องจัดการเวิร์กโฟลว์หลายแบบ เช่น อัปโหลดไฟล์และตั้งค่าการเผยแพร่แยกกันระหว่าง Spotify, Apple Podcasts และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
การที่ Spotify ประกาศรองรับเทคโนโลยี HTTP Live Streaming (HLS) ของ Apple สำหรับวิดีโอพอดแคสต์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความซับซ้อนนี้ เพราะมาตรฐานเดียวกันจะช่วยให้การเผยแพร่ข้ามแพลตฟอร์มง่ายขึ้น พร้อมเปิดโอกาสใหม่ด้านการสร้างรายได้ให้ครีเอเตอร์
Spotify ระบุว่าแพลตฟอร์มพอดแคสต์ของบริษัท เช่น Spotify for Creators และ Megaphone จะรองรับเทคโนโลยี HLS ของ Apple สำหรับวิดีโอพอดแคสต์
ผลคือ รายการที่โฮสต์อยู่ในระบบของ Spotify จะสามารถกระจายตอนวิดีโอไปยัง Apple Podcasts ได้โดยไม่ต้องสร้างระบบเผยแพร่ใหม่เฉพาะสำหรับแพลตฟอร์มของ Apple
Apple เองเพิ่งเปิดตัวระบบวิดีโอพอดแคสต์ที่ใช้ HLS ในปี 2026 เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การรับชมบน iPhone, iPad และเว็บ โดยเทคโนโลยีนี้จะปรับคุณภาพวิดีโออัตโนมัติตามความเร็วอินเทอร์เน็ตของผู้ชม ทำให้การเล่นวิดีโอลื่นไหลขึ้นแม้เครือข่ายไม่เสถียร
สำหรับครีเอเตอร์ ความหมายที่ชัดเจนที่สุดคือ โครงสร้างฟีดเดียวอาจสามารถส่งคอนเทนต์ไปยังหลายแพลตฟอร์มได้ แทนที่จะต้องดูแลระบบแยกกันเหมือนที่ผ่านมา
การรองรับ HLS ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความเข้ากันได้ของระบบ แต่ยังเปิดช่องทางรายได้ใหม่
เมื่อการผสานระบบเสร็จสมบูรณ์ พอดแคสต์วิดีโอที่โฮสต์ผ่านแพลตฟอร์มของ Spotify จะสามารถ เผยแพร่และสร้างรายได้จากวิดีโอบน Apple Podcasts ได้ด้วย
ระบบวิดีโอของ Apple Podcasts รองรับฟีเจอร์อย่าง Dynamic Ad Insertion ซึ่งสามารถแทรกโฆษณาในตอนวิดีโอได้แบบอัตโนมัติ รวมถึงโฆษณาที่ผู้ดำเนินรายการอ่านเอง (host‑read ads)
เมื่อรวมกับเครื่องมือสร้างรายได้ของ Spotify เช่น Spotify Partner Program ครีเอเตอร์จึงมีช่องทางหารายได้จากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำกัดอยู่ในระบบเดียว
หนึ่งในจุดสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือ Spotify ระบุว่า ครีเอเตอร์ ไม่จำเป็นต้องปรับขั้นตอนการเผยแพร่เดิม เพื่อให้รายการทำงานกับทั้งสองแพลตฟอร์ม
ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้อาจหมายถึง
หากระบบทำงานตามที่ประกาศไว้ การเผยแพร่วิดีโอพอดแคสต์อาจเริ่มมีลักษณะคล้าย ระบบ RSS ของพอดแคสต์แบบดั้งเดิม คือเผยแพร่ครั้งเดียวแล้วกระจายไปหลายแพลตฟอร์ม
ในตลาดพอดแคสต์ Spotify และ Apple ถือเป็นคู่แข่งสำคัญ ทั้งในเรื่องสมาชิก การสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน และระบบสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์
ดังนั้นการที่ Spotify เลือกใช้เทคโนโลยีสตรีมวิดีโอของ Apple จึงถือว่า เป็นความร่วมมือทางเทคนิคที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ระหว่างสองบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้
การตัดสินใจนี้สะท้อนว่าการเติบโตของวิดีโอพอดแคสต์กำลังกดดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องหามาตรฐานร่วมกัน เพื่อให้ระบบนิเวศทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
นอกจากการรองรับ HLS แล้ว Spotify ยังขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับวิดีโอพอดแคสต์ด้วย
บริษัทได้เปิดใช้งาน Video Distribution API กับผู้ให้บริการโฮสต์พอดแคสต์ 5 ราย ได้แก่
ครีเอเตอร์ที่ใช้โฮสต์เหล่านี้สามารถเผยแพร่วิดีโอพอดแคสต์ไปยัง Spotify ได้โดยตรงผ่าน API โดยยังคงใช้เวิร์กโฟลว์เดิมของแพลตฟอร์มโฮสต์
รายการที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ยังสามารถสร้างรายได้ผ่าน Spotify Partner Program ซึ่งรวมเครื่องมือโฆษณาและรายได้สำหรับครีเอเตอร์ไว้ด้วยกัน
เมื่อพิจารณารวมกัน ทั้งการรองรับ HLS และการขยาย Distribution API ของ Spotify อาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ใหญ่กว่าในวงการพอดแคสต์
แทนที่แต่ละแพลตฟอร์มจะใช้รูปแบบวิดีโอเฉพาะของตัวเอง อุตสาหกรรมอาจค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ มาตรฐานเทคโนโลยีร่วมกัน ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์โฮสต์คอนเทนต์เพียงครั้งเดียวแล้วกระจายไปยังหลายแพลตฟอร์มได้
อย่างไรก็ตาม ความเปิดกว้างด้านเทคนิคไม่ได้หมายความว่าแพลตฟอร์มจะสูญเสียการควบคุมทั้งหมด เพราะระบบสำคัญอย่างการสร้างรายได้ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ฟัง และระบบแนะนำคอนเทนต์ ยังคงถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์มอย่าง Spotify และ Apple
สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือ อุปสรรคทางเทคนิคในการทำวิดีโอพอดแคสต์หลายแพลตฟอร์มกำลังลดลง ซึ่งอาจช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น ไม่ว่าผู้ฟังจะใช้แอปใดก็ตาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Spotify จะรองรับเทคโนโลยีสตรีมวิดีโอ HLS ของ Apple ทำให้พอดแคสต์วิดีโอที่โฮสต์บน Spotify สามารถเผยแพร่และสร้างรายได้บน Apple Podcasts ได้โดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิม [7][8]
Spotify จะรองรับเทคโนโลยีสตรีมวิดีโอ HLS ของ Apple ทำให้พอดแคสต์วิดีโอที่โฮสต์บน Spotify สามารถเผยแพร่และสร้างรายได้บน Apple Podcasts ได้โดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิม [7][8] การเปลี่ยนแปลงนี้อาจลดการอัปโหลดซ้ำและการแปลงไฟล์สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้ครีเอเตอร์เผยแพร่ครั้งเดียวแล้วกระจายไปยังทั้ง Spotify และ Apple Podcasts ได้ง่ายขึ้น
Spotify ยังขยาย Distribution API ไปยังโฮสต์ 5 ราย ได้แก่ Libsyn, Podigee, Audioboom, Audiomeans และ Podspace เพื่อช่วยให้เผยแพร่วิดีโอพอดแคสต์เข้าสู่ Spotify ได้โดยตรง [1][12]