การติดตั้งแอปเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ Live Activity แสดงขึ้นมา ผู้ใช้ต้องเริ่มเล่นเสียงก่อน จากนั้นจึงปิดแอป Sonos การ์ดจะแสดงห้องหรือกลุ่มที่เล่นเสียงล่าสุด
เมื่อหยุดเล่น Sonos ระบุว่า Live Activity จะหายไปหลังผ่านไป 15 นาที ดังนั้นการ์ดจะคงอยู่ระหว่างช่วงที่กำลังฟังเพลง แต่ไม่ควรค้างบนหน้าจอล็อกไปเรื่อย ๆ หลังลำโพงหยุดทำงาน
ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลเพลงและห้องที่กำลังเล่นได้ขณะที่ iPhone ยังล็อกอยู่ อย่างไรก็ตาม หากต้องการหยุดเล่น ข้ามเพลง ย้อนเพลง ปิดเสียง หรือเปลี่ยนระดับเสียง จะต้องปลดล็อกเครื่องด้วย Face ID หรือรหัสผ่านก่อน
แนวทางนี้ยังคงความสะดวกของการมีแผงควบคุมบนหน้าจอล็อกไว้ แต่ก็ป้องกันไม่ให้คนอื่นที่หยิบโทรศัพท์ไปสามารถสั่งงานระบบ Sonos ได้โดยตรง
ฟีเจอร์นี้ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องเข้าสู่ระบบในฐานะเจ้าของระบบ Sonos แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
หลังจากตั้งค่าเสร็จ Live Activity ควรปรากฏในครั้งถัดไปที่เริ่มเล่นเสียงแล้วปิดแอป Sonos
หากต้องการซ่อนการ์ดชั่วคราว ให้ปัดการ์ดออกจากหน้าจอล็อก ส่วนการปิดฟีเจอร์อย่างถาวรให้กลับไปที่เมนู Live Activity ในการตั้งค่าของแอป Sonos แล้วสลับปิด
การรองรับในการเปิดตัวครั้งแรกยังมีขอบเขตค่อนข้างชัดเจน
Sonos ระบุว่าฟีเจอร์นี้สามารถทำงานร่วมกับการควบคุมบนอุปกรณ์ได้ เมื่อเริ่มเล่นเสียงจากบริการที่รองรับการควบคุมโดยตรง จาก Bluetooth หรือ AirPlay กล่าวคือ ผู้ใช้ยังสามารถใช้ปุ่มควบคุมของบริการหรืออุปกรณ์ต้นทางได้ตามปกติในกรณีที่ไม่ได้เริ่มเล่นผ่านแอป Sonos
การควบคุมจากหน้าจอล็อกเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ Sonos เรียกร้องมานาน การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการออกแบบแอปครั้งใหญ่ในปี 2024 สร้างกระแสไม่พอใจจากลูกค้าอย่างมาก เหตุการณ์ดังกล่าวตามมาด้วยการที่ Patrick Spence พ้นจากตำแหน่งซีอีโอในเดือนมกราคม 2025 ก่อนที่ Tom Conrad จะเข้ามารับหน้าที่ และบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการนำทางที่เรียบง่ายขึ้นกับการควบคุมการเล่นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Sonos กำลังพัฒนาการควบคุมจากหน้าจอล็อก iPhone โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับแอปแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนการผลักดันการออกแบบครั้งใหญ่ในคราวเดียว ซึ่งเป็นบทเรียนจากปัญหาของการปรับโฉมแอปครั้งก่อน
ด้วยเหตุนี้ Live Activities จึงไม่ใช่แค่พื้นที่แจ้งเตือนใหม่ แต่เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของการทยอยนำฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต้องการกลับคืนมา ขณะเดียวกันก็สะท้อนความพยายามของ Sonos ในการฟื้นความเชื่อมั่นผ่านการปรับปรุงซอฟต์แวร์ทีละขั้น
สำหรับผู้ใช้ iPhone ผลลัพธ์ถือว่าตรงไปตรงมา: การเช็กและเข้าถึงการเล่น Sonos ทำได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเปิดแอปใหม่ โดยเฉพาะเมื่อโทรศัพท์อยู่บนหน้าจอล็อกหรือมี Dynamic Island ให้ใช้งาน
แต่ฟีเจอร์ยังมีข้อจำกัด ทั้งการต้องปลดล็อกเครื่องก่อนเปลี่ยนการเล่น การไม่มีภาพปกอัลบั้ม และการที่ Apple Watch กับ CarPlay ยังเป็นเพียงพื้นที่แสดงข้อมูล ไม่ใช่เครื่องมือควบคุมเต็มรูปแบบ
ดังนั้น Live Activities จึงเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการกู้ประสบการณ์ของแอป Sonos มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าภารกิจฟื้นฟูเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทจะยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่าการอัปเดตระลอกถัดไปมีความเสถียร ตรงจุด และช่วยให้การฟังเพลงในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นจริง