ข้อมูล on‑chain ชี้ว่าความต้องการ Bitcoin ในตลาดสปอตลดลง โดยตัวชี้วัดของ CryptoQuant กลายเป็นค่าติดลบ ขณะที่เงินไหลเข้า Exchange เพิ่มขึ้น Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกสะสมราว 1.26 พันล้านดอลลาร์ในไม่กี่วัน สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน กิจกรรมบนเครือข่าย เช่น จำนวน active addresses ลดลงอย่างมาก บ่งชี้ว่า...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does recent on‑chain and market data reveal about the sharp drop in Bitcoin spot demand since January—including CryptoQuant’s negative. Article summary: The recent mix of on-chain and market-flow data points to a clear short-term weakening in Bitcoin demand, not just a normal sideways pause. CryptoQuant-linked reports show spot demand has turned negative as exchange infl. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "CryptoQuant reports that annual realized profits have fallen to approximately 2.5 million BTC, down from around 4.4 million BTC in October." source context "Bitcoin Enters Loss Realization Phase as On-Chain Profit Dynamics Flip Negative: CryptoQuant" Reference image 2: visual subject "Onchain data shows bitcoin de
ข้อมูลทั้งจาก on‑chain และกระแสเงินในตลาดการเงิน กำลังสะท้อนภาพเดียวกัน: ความต้องการซื้อ Bitcoin ในระยะสั้นกำลังอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
หลายตัวชี้วัดสำคัญ — ตั้งแต่ตัวชี้วัดดีมานด์ของ CryptoQuant เงินไหลของ Bitcoin ETF ไปจนถึงกิจกรรมบนเครือข่าย — กำลังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าแรงซื้อกำลังชะลอตัว และตลาดกำลังทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้ง
แม้สัญญาณเหล่านี้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าตลาดขาขึ้นรอบใหญ่สิ้นสุดลงแล้ว แต่ภาพรวมบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง ดีมานด์อ่อนตัวในระยะสั้น
หนึ่งในสัญญาณที่ถูกพูดถึงมากคือ ตัวชี้วัด Apparent Spot Demand ของ CryptoQuant ซึ่งติดตามความสมดุลระหว่างเหรียญที่ไหลเข้าและออกจากกระดานเทรด
ข้อมูลล่าสุดพบว่าเมตริกนี้ ลดลงเร็วที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม และได้กลายเป็นค่าติดลบ เนื่องจากจำนวน BTC ที่ถูกส่งเข้า Exchange มากกว่าที่ถูกถอนออก
ความหมายของปรากฏการณ์นี้คือ:
ในอดีต การเพิ่มขึ้นของเหรียญที่ไหลเข้า Exchange มักเกิดในช่วงที่นักลงทุนเริ่ม ขายทำกำไรหรือกระจายสินทรัพย์ (distribution) ซึ่งสามารถเพิ่มแรงกดดันต่อราคาได้ หากฝั่งผู้ซื้อไม่เพิ่มขึ้นตาม
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญมาจาก Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักที่นักลงทุนสถาบันเข้าถึง Bitcoin
ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม กองทุนเหล่านี้เผชิญกับการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024
เหตุการณ์นี้ยุติช่วงหลายสัปดาห์ของเงินไหลเข้า และสะท้อนการเปลี่ยนท่าทีของนักลงทุนสถาบันจากการสะสมสินทรัพย์ไปสู่ การลดความเสี่ยงในระยะสั้น
ในเชิงกลไก เมื่อ ETF ถูกไถ่ถอน กองทุนต้องขาย Bitcoin เพื่อจ่ายเงินคืนให้ผู้ลงทุน ซึ่งหมายความว่าเงินไหลออกจำนวนมากสามารถแปลเป็น แรงขายจริงในตลาด ได้
ข้อมูลจากเครือข่าย Bitcoin เองก็สะท้อนแนวโน้มที่คล้ายกัน
หลายการวิเคราะห์ระบุว่า จำนวน active addresses ของ Bitcoin ลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยบางรายงานระบุว่าตัวเลขลดลงประมาณ 30% จากจุดสูงสุดก่อนหน้า และแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
จำนวนที่อยู่ที่ใช้งานจริงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพื้นฐานของการมีส่วนร่วมในเครือข่าย
การลดลงของตัวเลขนี้อาจหมายถึง:
แม้จะไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นสัญญาณลบระยะยาวต่อการยอมรับ Bitcoin แต่เมตริกนี้มักลดลงในช่วงที่ตลาดกำลัง พักฐานหรือเข้าสู่ช่วงเย็นตัว
สัญญาณทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจาก Bitcoin ผ่านการปรับฐานขนาดใหญ่
Bitcoin เคยทำจุดสูงสุดใกล้ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ก่อนจะร่วงลงมาบริเวณช่วง 60,000 ดอลลาร์กลาง ๆ ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลงประมาณ 45–50% จากจุดสูงสุด
ในช่วงล่าสุด BTC เคลื่อนไหวแถว 70,000 ดอลลาร์กลาง ๆ หลังจากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ ทำให้แนวรับใกล้เคียงกลายเป็นจุดสำคัญของตลาด
โครงสร้างราคาปัจจุบันชี้ไปที่ระดับสำคัญสองช่วง
ในทางเทคนิค การทดสอบแนวรับซ้ำหลายครั้งมักทำให้แนวรับอ่อนแอลง
หาก Bitcoin หลุดโซน 76K อย่างชัดเจน ความเป็นไปได้ที่จะลงไปทดสอบช่วง 70,000 ดอลลาร์ต้น ๆ จะเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน หากราคาสามารถกลับขึ้นและยืนเหนือ 78K–80K ได้อย่างมั่นคง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังกลับมา
ข้อมูลปัจจุบันเปิดให้ตีความได้สองมุม
มุมมองเชิงลบ:
ดีมานด์สปอตติดลบ เหรียญไหลเข้า Exchange เพิ่มขึ้น กิจกรรมเครือข่ายลดลง และ ETF มีเงินไหลออก ล้วนเป็นรูปแบบที่มักพบในช่วง distribution หรือการปรับฐานกลางวัฏจักร
มุมมองที่ไม่ลบมากนัก:
เงินไหลออกจาก ETF บางครั้งเกิดจากการปรับพอร์ตหรือการลดเลเวอเรจ หากเงินสถาบันกลับเข้ามา และดีมานด์ on‑chain ฟื้นตัว การขายรอบนี้อาจเป็นเพียง การรีเซ็ตตำแหน่งของตลาด เท่านั้น
หลักฐานส่วนใหญ่ในตอนนี้ชี้ไปที่ ดีมานด์ระยะสั้นของ Bitcoin ที่เปราะบาง
ตัวชี้วัดดีมานด์ของ CryptoQuant ที่ติดลบ เหรียญที่ไหลเข้า Exchange เพิ่มขึ้น และเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF มากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันกำลังลดแรงซื้อพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าวัฏจักรตลาดทั้งหมดจบลงแล้ว
แต่หากดีมานด์ในตลาดสปอตไม่ฟื้นตัว และกระแสเงินของ ETF ยังไม่กลับมา ตลาดก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิด ความผันผวนหรือการปรับฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากแนวรับสำคัญบริเวณ 76K–72K ถูกทะลุลงไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ข้อมูล on‑chain ชี้ว่าความต้องการ Bitcoin ในตลาดสปอตลดลง โดยตัวชี้วัดของ CryptoQuant กลายเป็นค่าติดลบ ขณะที่เงินไหลเข้า Exchange เพิ่มขึ้น
ข้อมูล on‑chain ชี้ว่าความต้องการ Bitcoin ในตลาดสปอตลดลง โดยตัวชี้วัดของ CryptoQuant กลายเป็นค่าติดลบ ขณะที่เงินไหลเข้า Exchange เพิ่มขึ้น Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกสะสมราว 1.26 พันล้านดอลลาร์ในไม่กี่วัน สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน
กิจกรรมบนเครือข่าย เช่น จำนวน active addresses ลดลงอย่างมาก บ่งชี้ว่าการมีส่วนร่วมของตลาดกำลังชะลอตัว