รายงาน Randstad Digital ปี 2026 ระบุว่าบริษัทลงทุนใน AI เร็วกว่าการพัฒนาทักษะพนักงาน ทำให้เกิด “Productivity Paradox” คือทำงานเร็วขึ้นในระดับบุคคล แต่ผลลัพธ์องค์กรไม่ดีขึ้นเท่าที่คาด[2][6][8] เกือบสองในสามของนายจ้างลงทุนใน AI ในปีที่ผ่านมา แต่ราวครึ่งหนึ่งของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต้องไปเรียน AI เพิ่มเอง เพราะรู้ส...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Randstad Digital’s new report reveal about the growing gap between rapid AI investment and workers’ actual AI skills, including th. Article summary: Randstad Digital’s report, The AI Capability Gap: Why Technology Investment Fails Without Talent Infrastructure, says the main constraint on AI transformation is not the technology itself, but the human element.. Topic tags: general, news, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A hand interacts with a digital interface displaying the word "SKILLS" surrounded by icons representing data analysis, teamwork, innovation, artificial intelligence, and goal setti" Reference image 2: visual subject "A young man with glasses stands in front of server racks, with a digital graphic overlay highlighting the AI capabil
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังถูกนำมาใช้ในองค์กรทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่หลายบริษัทเริ่มพบความจริงที่คาดไม่ถึง: การซื้อเครื่องมือ AI ทำได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
รายงานระดับโลกฉบับใหม่จาก Randstad Digital ชื่อ The AI Capability Gap: Why Technology Investment Fails Without Talent Infrastructure ระบุว่าองค์กรกำลังลงทุนใน AI เร็วกว่าการเตรียมทักษะของพนักงานอย่างมาก ส่งผลให้เกิด “ช่องว่างความสามารถด้าน AI” ที่จำกัดศักยภาพด้านผลิตภาพขององค์กร
Randstad Digital เรียกสถานการณ์นี้ว่า “Productivity Paradox” หรือความย้อนแย้งด้านผลิตภาพ
ในหลายองค์กร พนักงานสามารถทำงานบางอย่างได้เร็วขึ้นด้วย AI เช่น การเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการสร้างเนื้อหา แต่ผลลัพธ์ระดับองค์กรกลับ ไม่ได้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ตามที่ผู้บริหารคาดหวัง
รายงานชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี AI เอง แต่เป็นเรื่องของ โครงสร้างทรัพยากรบุคคลรอบเทคโนโลยี เช่น ทักษะ การฝึกอบรม และการปรับเวิร์กโฟลว์ให้ใช้ AI ได้จริง
แม้องค์กรจำนวนมากจะนำ AI เข้าไปในระบบเทคโนโลยีของตนอย่างรวดเร็ว แต่หลายแห่งยังไม่เห็นผลตอบแทนทางธุรกิจที่เคยใช้เป็นเหตุผลในการลงทุนตั้งแต่แรก
ข้อมูลจากหลายแหล่งที่อ้างอิงรายงานของ Randstad Digital แสดงให้เห็นว่าการนำ AI มาใช้กำลังเร็วกว่า “ความพร้อมของแรงงาน” อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ รายงาน Workmonitor 2026 ของ Randstad ยังพบว่า ความมั่นใจของพนักงานในทักษะเทคโนโลยีลดลง 14 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วกว่าอัตราการพัฒนาทักษะของแรงงาน
หลายองค์กรยังใช้วิธีเดิมเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามา: จัดคอร์สฝึกอบรมหนึ่งครั้งหรือจัดเวิร์กช็อประยะสั้น
แต่ Randstad Digital มองว่าวิธีนี้ ไม่ทันกับความเร็วของการพัฒนา AI
AI กำลังถูกใช้ในแทบทุกหน้าที่งาน ตั้งแต่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ การตลาด ไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้า ดังนั้นพนักงานจึงต้องการ การเรียนรู้ต่อเนื่องที่เชื่อมโยงกับบทบาทงานจริง มากกว่าความรู้ทั่วไป
เมื่อการฝึกอบรมเป็นเพียงครั้งคราวหรือเป็นเนื้อหาทั่วไป พนักงานมักไม่สามารถนำไปใช้ในงานประจำได้จริง ข้อมูลที่พบว่าหลายคนต้องไปเรียนเพิ่มเองจึงสะท้อนว่าโปรแกรมขององค์กรยังไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง
รายงานเน้นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ใช่แค่โครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างของบุคลากรและองค์กร
องค์กรอาจติดตั้งแพลตฟอร์ม AI ขั้นสูงได้ แต่หากพนักงานไม่สามารถผสานเครื่องมือเหล่านี้เข้ากับกระบวนการทำงานหรือการตัดสินใจได้ เทคโนโลยีก็จะสร้างผลตอบแทนจำกัด
ความไม่สมดุลระหว่าง งบลงทุนด้านเทคโนโลยี กับ ความสามารถของคนในองค์กร นี่เองที่ทำให้เกิด “AI Capability Gap”
เพื่อแก้ปัญหานี้ Randstad Digital เสนอให้องค์กรเปลี่ยนจากโปรแกรมฝึกอบรมแบบครั้งเดียว ไปสู่ระบบการเรียนรู้แบบต่อเนื่องที่เรียกว่า “Training as a Service”
แนวคิดนี้มองว่าการพัฒนาทักษะ AI ควรเป็น ระบบถาวรที่พัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีและกระบวนการธุรกิจ ไม่ใช่เพียงโครงการชั่วคราว
ระบบดังกล่าวมักเน้นองค์ประกอบสำคัญ เช่น
ตามมุมมองของ Randstad Digital การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะ” แบบนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ หากองค์กรต้องการให้เงินลงทุนด้าน AI แปลงเป็น ผลิตภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
สาระสำคัญของรายงานค่อนข้างชัดเจน: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคนพอ ๆ กัน
หากองค์กรลงทุนในเครื่องมือ AI อย่างรวดเร็วแต่ไม่ลงทุนในทักษะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ที่เครื่องมือมีอยู่เต็มระบบ แต่คนในองค์กรยังใช้มันได้ไม่เต็มศักยภาพ
การปิดช่องว่างความสามารถด้าน AI ผ่านการเรียนรู้ต่อเนื่องและการพัฒนาทักษะเฉพาะบทบาท อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า บริษัทใดจะได้ประโยชน์จากยุค AI อย่างแท้จริง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงาน Randstad Digital ปี 2026 ระบุว่าบริษัทลงทุนใน AI เร็วกว่าการพัฒนาทักษะพนักงาน ทำให้เกิด “Productivity Paradox” คือทำงานเร็วขึ้นในระดับบุคคล แต่ผลลัพธ์องค์กรไม่ดีขึ้นเท่าที่คาด[2][6][8]
รายงาน Randstad Digital ปี 2026 ระบุว่าบริษัทลงทุนใน AI เร็วกว่าการพัฒนาทักษะพนักงาน ทำให้เกิด “Productivity Paradox” คือทำงานเร็วขึ้นในระดับบุคคล แต่ผลลัพธ์องค์กรไม่ดีขึ้นเท่าที่คาด[2][6][8] เกือบสองในสามของนายจ้างลงทุนใน AI ในปีที่ผ่านมา แต่ราวครึ่งหนึ่งของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต้องไปเรียน AI เพิ่มเอง เพราะรู้สึกว่าองค์กรเตรียมความพร้อมไม่เพียงพอ[4]
รายงานเสนอให้องค์กรเปลี่ยนจากการอบรมครั้งเดียว มาเป็นระบบเรียนรู้อย่างต่อเนื่องแบบ “Training as a Service” ที่เชื่อมทักษะ AI กับงานจริงของแต่ละตำแหน่ง[6][7]