Fable 5 คิดเป็นเพียง 6% ของโทเคนที่ธุรกิจซื้อจาก Anthropic และ 11.4% ของค่าใช้จ่ายกับโมเดล Anthropic ในเดือนแรก ขณะที่ GPT 5.6 Sol อยู่ที่ 25% และ 23% ตามลำดับ โดย Fable 5 สร้างการใช้จ่ายจากธุรกิจราว 75% ของ Sol [2] Anthropic ยังคงนำ OpenAI ในสัดส่วนธุรกิจสหรัฐฯ ที่จ่ายเงินให้บริการ AI ในกลุ่มตัวอย่างของ Ramp: 43.5%...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Ramp’s analysis of spending by more than 70,000 companies reveal about the weak enterprise adoption and pricing of Anthropic’s fla. Article summary: Ramp’s data point to a pricing ceiling—not a collapse in Anthropic’s business. Fable 5’s superior capability has not translated into proportionate enterprise demand at its roughly $10-per-million-token price, while lower. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ข้อมูลดัชนี AI ของ Ramp ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ชี้ให้เห็นช่องว่างที่สำคัญระหว่าง การเข้าถึงลูกค้าองค์กร กับ ความต้องการใช้โมเดลระดับพรีเมียม ของ Anthropic
Anthropic ยังนำ OpenAI เล็กน้อยในสัดส่วนธุรกิจที่จ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัท แต่ Fable 5 ซึ่งเป็นโมเดลเรือธงและมีราคาสูงที่สุดของ Anthropic กลับถูกใช้งานน้อยกว่า GPT-5.6 Sol ของ OpenAI อย่างชัดเจน 2
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าราคาเฉลี่ย รายได้ อัตราการเติบโต หรือความสามารถทำกำไรของ Anthropic ลดลง เพราะ Ramp วัดรูปแบบการใช้จ่ายและกิจกรรมโทเคนของธุรกิจกว่า 70,000 แห่งที่ใช้แพลตฟอร์มการเงินของบริษัท ไม่ใช่งบการเงินรวมของ Anthropic
ข้อสรุปที่รอบคอบกว่าคือ บริษัทต่าง ๆ พร้อมจ่ายเงินเพื่อใช้ AI แต่ยังลังเลที่จะจ่ายในราคาสูงสุดสำหรับโมเดลระดับแนวหน้าในทุกงาน
ในเดือนแรกหลังเปิดตัว Fable 5 คิดเป็นเพียง 6% ของโทเคนที่ธุรกิจซื้อจาก Anthropic และ 11.4% ของค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้โมเดล Anthropic ในกลุ่มตัวอย่างของ Ramp โดย Ramp ระบุว่ากลุ่มตัวอย่างมีสัดส่วนบริษัทเทคโนโลยีค่อนข้างมาก และการใช้งานจริงของโมเดลอาจต่ำกว่านี้ 2
ในฝั่ง OpenAI นั้น GPT-5.6 Sol มีสัดส่วน 25% ของโทเคน และ 23% ของค่าใช้จ่าย ภายในผลิตภัณฑ์ของ OpenAI นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม Fable 5 สร้างการใช้จ่ายจากธุรกิจได้ประมาณ 75% ของ GPT-5.6 Sol 2
ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ เพราะ Fable 5 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลเรือธงของ Anthropic ขณะที่ลูกค้ายังมีทางเลือกอื่นที่ราคาถูกกว่า OpenAI ระบุราคา API ของ GPT-5.6 Sol ไว้ที่ 5 ดอลลาร์ต่อโทเคนอินพุต 1 ล้านหน่วย และ 30 ดอลลาร์ต่อโทเคนเอาต์พุต 1 ล้านหน่วย 6
ตัวเลขของ Ramp จึงสนับสนุนสมมติฐานว่าองค์กรมีความอ่อนไหวต่อราคา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าราคาเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้การใช้งาน Fable 5 ตามหลัง Sol
องค์กรในปัจจุบันไม่ได้ต้องเลือกระหว่าง Anthropic กับ OpenAI เท่านั้น แต่ยังเลือกได้จากโครงสร้างพื้นฐาน AI หลายระดับ ได้แก่ โมเดลปิดระดับพรีเมียม โมเดลราคาถูกกว่าจากผู้ให้บริการรายเดียวกัน ระบบโอเพนซอร์ส และโมเดลที่พัฒนาในจีน
ดัชนีของ Ramp ระบุว่าแพลตฟอร์มให้บริการโมเดลที่รวมระบบโอเพนซอร์สและโมเดลจากจีนเข้าถึง 6.1% ของบริษัทที่ใช้ AI ในตัวชี้วัดของ Ramp 2 ทางเลือกที่มากขึ้นทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลที่มีความสามารถสูงสุดกับทุกงาน
บริษัทอาจเก็บโมเดลราคาแพงไว้ใช้กับงานให้เหตุผลที่ซับซ้อนหรืองานที่มีมูลค่าสูง ขณะที่ใช้โมเดลต้นทุนต่ำกว่าสำหรับการจัดหมวดหมู่ การร่างเอกสาร การดึงข้อมูล การช่วยเขียนโค้ด หรืองานบริการลูกค้า
ตลาดจึงกำลังแยกออกเป็นสองชั้น: โมเดลระดับแนวหน้าแข่งขันกันที่ความสามารถสูงสุด ส่วนปริมาณการใช้งานในองค์กรแต่ละวันถูกกำหนดโดยต้นทุน ความเร็ว ความเสถียร นโยบายข้อมูล และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้ ความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยอาจคุ้มค่ากับราคาพรีเมียมในงานสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องคุ้มค่าในทุกคำขอ
ตัวเลขของ Fable 5 ไม่ควรถูกตีความว่า Anthropic สูญเสียการยอมรับในตลาดองค์กรโดยรวม ในเดือนกรกฎาคม 43.5% ของธุรกิจสหรัฐฯ ที่ Ramp ติดตามจ่ายเงินให้ Anthropic ผ่านค่าสมาชิกหรือการซื้อโทเคน เทียบกับ 39.7% สำหรับ OpenAI 2
สัดส่วนของ Anthropic เพิ่มขึ้น 1.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน ขณะที่ OpenAI เพิ่มขึ้น 0.23 จุดเปอร์เซ็นต์ 11 อย่างไรก็ดี รายงานที่อ้างอิงข้อมูล Ramp ในเวลาต่อมาระบุว่า OpenAI กำลังขยายตัวเร็วกว่า Anthropic ในกลุ่มผู้ใช้ธุรกิจสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 แม้ Anthropic จะยังเป็นผู้นำในข้อมูลเดือนกรกฎาคม 3
ดังนั้น การอ่านข้อมูลที่แม่นยำที่สุดคือ Anthropic มีฐานลูกค้าในกลุ่มตัวอย่างกว้างกว่า แต่โมเดลเรือธงของ OpenAI ดึงความต้องการได้มากกว่า และการเติบโตของ OpenAI ในกลุ่มผู้ใช้ธุรกิจกำลังเร่งตัว ไม่ใช่ข้อสรุปว่า OpenAI แซงหน้า Anthropic ในทุกมิติ
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างของ Ramp ไม่ใช่การสำรวจตลาด AI องค์กรทั้งหมด ตัวเลขจึงควรใช้เป็นทิศทางของตลาด ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดรวม
ดัชนีของ Ramp ไม่สามารถบอกได้ว่า Anthropic มีราคาเฉลี่ยที่เรียกเก็บจริงเท่าไร รายได้รวมเท่าไร อัตรากำไรขั้นต้นหรือกำไรจากการดำเนินงานเป็นอย่างไร และบริษัททำกำไรแล้วหรือไม่ การผสมกันของโทเคนและธุรกรรมผ่านบัตรหรือระบบชำระเงินจึงไม่ใช่ตัวแทนของงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ
ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้แสดงว่าการเติบโตของรายได้ Anthropic หยุดลง สิ่งที่เห็นคือ Fable 5 สร้างการใช้จ่ายจากธุรกิจน้อยกว่าโมเดลเรือธงของคู่แข่งในเดือนที่เก็บข้อมูล Anthropic ยังอาจเติบโตได้จากค่าสมาชิก ผลิตภัณฑ์ช่วยเขียนโค้ด สัญญาองค์กร โมเดลราคาต่ำกว่า การใช้งาน Claude รุ่นอื่น หรือการขยายฐานลูกค้า แต่ข้อมูลระดับโมเดลของ Ramp ยังไม่สามารถชี้ขาดประเด็นเหล่านี้ได้
สำหรับนักลงทุน บริษัทสามารถเติบโตด้านรายได้อย่างรวดเร็วได้ แม้ราคาที่ลูกค้ายอมจ่ายให้โมเดลขั้นสูงที่สุดจะถูกกดดันมากขึ้น การเติบโตอาจต้องพึ่งปริมาณการใช้งาน ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ การฝังตัวในกระบวนการทำงาน และการรักษาลูกค้า มากกว่าการคิดราคาพรีเมียมสูงกับทุกครั้งที่โมเดลถูกเรียกใช้
Reuters รายงานว่า Anthropic คาดการณ์รายได้ปี 2028 ไว้ราว 190,000–200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกนำไปพิจารณาในการประเมินมูลค่าบริษัทใกล้ 2 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) 17
ข้อมูลของ Ramp ไม่ได้ล้มล้างประมาณการดังกล่าว แต่ชี้ให้เห็นภาระในการทำให้เป้าหมายเป็นจริง หากองค์กรจำกัดการใช้โมเดลราคาแพง Anthropic จะต้องบรรลุรายได้ดังกล่าวผ่านการผสมผสานของปัจจัยต่าง ๆ เช่น
การเปิดตัวโมเดลเรือธงเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ บททดสอบเชิงพาณิชย์อยู่ที่ว่าลูกค้าจะใช้โมเดลนั้นซ้ำ ใช้ในระดับใหญ่ และจ่ายในราคาที่ทำให้ธุรกิจมีเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจหรือไม่
ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ว่าองค์กรพร้อมใช้จ่ายกับ AI จริง แต่เลือกจ่ายอย่างระมัดระวัง Ramp รายงานว่า ในเดือนกรกฎาคม บริษัท 1% แรกที่ใช้จ่ายกับ AI สูงที่สุดมีค่าใช้จ่าย AI ต่อพนักงานในระดับมัธยฐาน 7,400 ดอลลาร์ 7 งบประมาณที่สูงไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะเลือกโมเดลที่แพงที่สุดสำหรับทุกงาน
ผู้ให้บริการ AI จึงมีแนวโน้มแข่งขันด้วยโครงสร้างราคาที่แยกย่อยมากขึ้น เช่น โมเดลให้เหตุผลระดับพรีเมียมสำหรับงานซับซ้อน โมเดลต้นทุนต่ำสำหรับงานปริมาณมาก แพ็กเกจสำหรับองค์กร ระดับการใช้งานหลายขั้น และราคาที่ผูกกับผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังต้องแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนให้ชัดพอที่ฝ่ายจัดซื้อจะอนุมัติการใช้ AI ในระดับที่เกินกว่าการทดลอง
สำหรับ Anthropic ตัวเลขช่วงแรกของ Fable 5 ควรถูกมองเป็นสัญญาณเตือนเรื่อง การสร้างรายได้จากโมเดลพรีเมียม มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าธุรกิจของบริษัทกำลังถดถอย Anthropic ยังนำด้านการเข้าถึงลูกค้าองค์กรในกลุ่มตัวอย่างของ Ramp เดือนกรกฎาคม แต่โมเดลเรือธงกลับไม่ได้ส่วนแบ่งการใช้งานในระดับที่สอดคล้องกับตำแหน่งและราคาของโมเดล ความท้าทายนี้ยังจัดการได้ผ่านผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ราคา แต่จะมีความสำคัญมากขึ้น หากความคาดหวังต่อมูลค่าบริษัทในอนาคตต้องอาศัยการเติบโตของรายได้ในระดับที่สูงเป็นพิเศษ 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Fable 5 คิดเป็นเพียง 6% ของโทเคนที่ธุรกิจซื้อจาก Anthropic และ 11.4% ของค่าใช้จ่ายกับโมเดล Anthropic ในเดือนแรก ขณะที่ GPT 5.6 Sol อยู่ที่ 25% และ 23% ตามลำดับ โดย Fable 5 สร้างการใช้จ่ายจากธุรกิจราว 75% ของ Sol [2]
Fable 5 คิดเป็นเพียง 6% ของโทเคนที่ธุรกิจซื้อจาก Anthropic และ 11.4% ของค่าใช้จ่ายกับโมเดล Anthropic ในเดือนแรก ขณะที่ GPT 5.6 Sol อยู่ที่ 25% และ 23% ตามลำดับ โดย Fable 5 สร้างการใช้จ่ายจากธุรกิจราว 75% ของ Sol [2] Anthropic ยังคงนำ OpenAI ในสัดส่วนธุรกิจสหรัฐฯ ที่จ่ายเงินให้บริการ AI ในกลุ่มตัวอย่างของ Ramp: 43.5% เทียบกับ 39.7% ในเดือนกรกฎาคม [2]
โจทย์ของ Anthropic คือการเปลี่ยนความสามารถของโมเดลระดับแนวหน้าให้เป็นรายได้จากองค์กรที่ใช้ซ้ำและใช้ในปริมาณมาก โดยไม่ต้องพึ่งราคาพรีเมียมเพียงอย่างเดียว