เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่ถ้อยแถลงสันติภาพล้วน ๆ แต่เป็นสารสองชั้น: ด้านหนึ่งพูดถึงจุดจบ อีกด้านยังใช้ภาษาที่สามารถรองรับการสู้รบต่อได้
การทูตเรื่องหยุดยิงมีอยู่จริง แต่ยังไม่เรียบและไม่มั่นคง ในช่วงเวลาใกล้กัน มีทั้งข้อเสนอพักรบระยะสั้นและข้อตกลงหลายกรอบ:
ทั้งหมดนี้ชี้ว่ามีการขยับทางการทูต แต่ยังไม่ใช่กระบวนการสันติภาพที่ตกผลึกแล้ว การหยุดยิงที่เกิดขึ้นพร้อมข้อกล่าวหาว่าละเมิดจากทั้งสองฝ่ายควรถูกมองว่า “เปราะบาง” มากกว่า “เด็ดขาด”
ถ้อยคำของปูตินเปิดพื้นที่ให้มอสโกกำหนดเรื่องเล่าเองได้ หากบอกว่าสงคราม “กำลังมาถึงจุดจบ” รัสเซียสามารถนำเสนอตัวเองว่าเปิดทางสู่ฉากจบทางการทูต แต่เมื่อพูดควบคู่กับกรอบว่า รัสเซียกำลังต่อสู้กับกองกำลังที่ได้รับการหนุนหลังจาก NATO ปูตินก็ยังรักษาเหตุผลที่จะเดินหน้าสงครามต่อ หากการเจรจาไม่สำเร็จ .
สารแบบนี้มีประโยชน์ทางการเมือง ถ้าการเจรจาคืบหน้า มอสโกสามารถบอกได้ว่าตนเห็นทางออกอยู่แล้ว แต่ถ้าการหยุดยิงล้มเหลว ก็สามารถโยนความรับผิดชอบไปที่ยูเครนหรือชาติตะวันตกว่าเป็นฝ่ายขวางสันติภาพได้ ภาพจากรายงานปัจจุบันสนับสนุนการอ่านแบบนี้มากกว่าข้อสรุปว่า ข้อตกลงสุดท้ายใกล้ปิดดีลแล้ว
ฉากหลังการเจรจายังต้องอ่านแบบระวัง Reuters รายงานว่าเครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เป็นคนกลางอยู่ในภาวะพักไว้ . อีกด้านหนึ่ง ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ถูกรายงานว่ากล่าวว่าสหรัฐฯ รีบเร่งอยากให้เกิดข้อตกลงสันติภาพ แต่ประเด็นมีความซับซ้อนและกระบวนการจะต้องใช้เวลา
.
นี่ต่างจากภาพของข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับแล้วอย่างมาก แผนแลกเชลยฝ่ายละ 1,000 คน หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในระดับตัวเลขที่ถูกรายงาน . แต่การแลกเชลยและการหยุดยิงไม่กี่วัน ไม่ได้ทำให้สงครามสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ
สัญญาณที่หนักแน่นที่สุดควรเป็นเรื่องปฏิบัติ ไม่ใช่ถ้อยคำบนเวทีหรือหลังขบวนสวนสนาม สิ่งที่ควรจับตาคือ การหยุดยิงที่อยู่ได้นานกว่าวันเชิงสัญลักษณ์ กลไกตรวจสอบหรือบังคับใช้ ข้อเจรจาที่กลับมาเดินหน้าในรูปแบบลายลักษณ์อักษร และการยอมรับโดยเปิดเผยจากทั้งมอสโกและเคียฟ
จนถึงตอนนี้ รายงานชี้ให้เห็นทั้งการขยับบางส่วน ได้แก่ การทูตหยุดยิงระยะสั้น แผนแลกเชลย และคำยอมรับว่าการเจรจายังยาก . แต่ก็ชี้ให้เห็นสิ่งตรงข้ามในเวลาเดียวกัน: ข้อกล่าวหาละเมิดกันไปมา รายงานจากยูเครนว่ารัสเซียยังโจมตีต่อ และคำกล่าวของรัสเซียเรื่องกิจกรรมโดรนของยูเครน
.
คำพูดของปูตินว่า สงครามยูเครน “กำลังมาถึงจุดจบ” ควรถูกมองเป็นสัญญาณในการเจรจาและส่วนหนึ่งของการสื่อสารในภาวะสงคราม มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าสงครามกำลังยุติในทันที มันอาจหมายความว่า มอสโกอยากพาความขัดแย้งเข้าสู่ระยะการทูตในเงื่อนไขที่ตนเห็นว่าได้เปรียบ แต่เมื่อยังมีข้อกล่าวหาละเมิดหยุดยิง การเจรจาที่ถูกพักไว้ และยังไม่มีกรอบข้อตกลงสุดท้ายที่ถูกรายงาน สงครามนี้ยังไม่อาจเรียกได้ว่ามองเห็นเส้นชัยชัดเจน .
Comments
0 comments