โครงการถูกออกแบบให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ได้แก่
การใช้ระบบ Digital ID ช่วยให้รัฐสามารถตรวจสอบตัวตนของผู้เข้าร่วมได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่ยังเปิดโอกาสให้ชาวมอลตาทั่วโลกเข้าถึงโครงการ
แนวคิดของรัฐบาลคือ ให้คนเข้าใจเครื่องมือก่อนใช้งานจริง เพื่อให้การนำ AI ไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุดในสังคม
โครงการนี้เป็นการดำเนินการตามคำประกาศใน งบประมาณปี 2026 ที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะ
แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการลงทุนด้านเทคโนโลยีมูลค่า 100 ล้านยูโร เพื่อเร่งการพัฒนา AI, cybersecurity, blockchain และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ ในประเทศ
ข้อตกลงกับ OpenAI จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ทำให้คำมั่นนี้เกิดขึ้นจริง
โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายระดับประเทศชื่อ “AI for Everyone” หรือ AI4ALL ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ AI ได้ ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่ผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทเทคโนโลยี
รัฐบาลมอลตามองว่า AI ควรกลายเป็นเครื่องมือช่วยในชีวิตประจำวันสำหรับ
เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่าเป้าหมายคือทำให้ AI จากสิ่งที่ดูไกลตัว กลายเป็น ผู้ช่วยจริงในชีวิตและการทำงานของคนทั่วไป
ข้อตกลงนี้ถือว่าน่าสนใจเพราะถูกมองว่าเป็น หนึ่งในโครงการแรกของโลกที่รัฐบาลให้ประชาชนเข้าถึงบริการ AI แบบพรีเมียมในระดับประเทศ
นอกจากนี้ยังสะท้อนแนวโน้มใหม่ที่บริษัท AI เริ่มทำงานร่วมกับรัฐบาลโดยตรง เพื่อ
โครงการอย่าง OpenAI for Countries และ Education for Countries ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยประเทศต่าง ๆ นำ AI ไปใช้ในภาครัฐ การศึกษา และเศรษฐกิจโดยรวม
ในมุมนี้ มอลตาจึงกลายเป็นตัวอย่างแรก ๆ ของการนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้กับ ประชากรทั้งประเทศ
แม้จะมีการประกาศโครงสร้างโครงการแล้ว แต่ รายละเอียดทางการเงินของข้อตกลงระหว่าง OpenAI กับรัฐบาลมอลตายังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
โครงการของมอลตาแสดงให้เห็นโมเดลใหม่ของการพัฒนา AI ในระดับประเทศ คือการผสาน
เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปใช้ได้ทันทีในชีวิตและการทำงาน
หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ ประเทศอื่น ๆ อาจนำแนวทางคล้ายกันไปใช้ เพื่อเร่งสร้าง สังคมที่มีความรู้ด้าน AI และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่
Comments
0 comments