ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ต่อยอดจากเฟสก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มความถี่ในการมิเรอร์โค้ดและเปิดให้ผู้พัฒนาคลอนและบิลด์ WinUI ในเครื่องได้ โดย Microso...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Microsoft’s completion of Phase 4 of its August 2025 roadmap for moving WinUI development to GitHub mean for Windows 11’s native U. Article summary: Phase 4 means GitHub is now WinUI’s operational center of gravity: Microsoft’s own day-to-day work is visible there rather than appearing later as a one-way source drop. It is a meaningful transparency change for Windows. Topic tags: general, general web, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
Microsoft กำลังเปลี่ยน WinUI จากโครงการที่นำโค้ดภายในมามิเรอร์ขึ้น GitHub เป็นโครงการที่การพัฒนาหลักเกิดขึ้นบน GitHub โดยตรง การเปลี่ยนแปลงใน Phase 4 จึงไม่ได้หมายถึงแค่การเปิดเผยซอร์สโค้ด แต่หมายถึงการเปิดเผยกระบวนการทำงานจริงของทีมวิศวกรด้วย ทั้งสาขาโค้ด Pull Request การรีวิว การตรวจสอบอัตโนมัติ และการรวมโค้ดเข้ากับสาขาหลัก 33
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เปิดการพัฒนา” ยังไม่เท่ากับ “เปิดรับการมีส่วนร่วมด้วยโค้ด” เพราะหน้ารีโพซิทอรีของ Microsoft ระบุชัดว่ายังไม่พร้อมรับการส่งโค้ดผ่านกระบวนการของชุมชนตามปกติ 23
ก่อนหน้านี้ Microsoft สามารถพัฒนา WinUI ภายในบริษัท แล้วจึงนำคอมมิตที่เสร็จแล้วมามิเรอร์ไว้บน GitHub ภายหลัง แผนการเปิดโครงการแบบหลายเฟสถูกออกแบบให้ค่อย ๆ ขยับจากการมิเรอร์ที่ถี่ขึ้น ไปสู่การบิลด์ในเครื่อง และท้ายที่สุดคือการเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมและทดสอบได้ 15
เมื่อเข้าสู่ Phase 4 กระบวนการพัฒนาหลักของทีมวิศวกรจะอยู่บน GitHub มากขึ้น นักพัฒนาจึงสามารถติดตามสาขาที่กำลังใช้งาน ดู Pull Request ที่ Microsoft สร้างขึ้น อ่านประวัติการรีวิว ตรวจสอบผลการทดสอบอัตโนมัติ และเห็นจุดที่โค้ดถูกรวมเข้ากับโครงการได้ แทนที่จะเห็นเพียงโค้ดปลายทางหลังการพัฒนาภายในเสร็จสิ้น 33
สำหรับชุมชน WinUI นี่ทำให้การตัดสินใจทางวิศวกรรมตรวจสอบได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงแต่ละรายการสามารถพิจารณาควบคู่ไปกับโค้ดที่แก้ ประวัติการรีวิว และเหตุผลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Issues และ Discussions สาธารณะก็ช่วยเก็บบันทึกปัญหา แนวคิด และข้อแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ไว้ให้ติดตามได้
ผู้พัฒนาสามารถดูประวัติการพัฒนา โคลนรีโพซิทอรี และบิลด์ไบนารีของ WinUI ในเครื่องได้ นอกจากนี้ยังติดตามกิจกรรมของโครงการ รายงานปัญหา และอ่านการเปลี่ยนแปลงที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาได้ด้วย รีโพซิทอรีของ Microsoft ระบุว่าการบิลด์ไบนารีผลิตภัณฑ์ในเครื่องสามารถทำได้แล้ว ขณะที่โค้ดทดสอบและการเปิดให้รันทดสอบในเครื่องยังอยู่ระหว่างการพัฒนา 23
สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการส่งโค้ดเข้าสู่กระบวนการหลักของโครงการผ่าน Pull Request ในฐานะผู้มีส่วนร่วมจากภายนอก Microsoft กำลังใช้ช่วงนี้เพื่อทดสอบระบบที่จำเป็นให้ครบตั้งแต่นโยบายการมีส่วนร่วม เอกสารประกอบ ระบบ CI และการเข้าถึงชุดทดสอบ ไปจนถึงขั้นตอนการรีวิวและการออกรีลีส 33
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก:
WinUI มาถึงขั้นแรกแล้ว แต่ขั้นที่สองยังไม่เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ 23
33
Microsoft วาง WinUI ให้เป็นแพลตฟอร์มส่วนติดต่อผู้ใช้แบบเนทีฟสำหรับประสบการณ์และแอปพลิเคชันบน Windows โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นแกนหลัก ทิศทางนี้สอดคล้องกับความพยายามผลักดันอินเทอร์เฟซ Windows แบบเนทีฟ แทนการพึ่งพาชั้นส่วนติดต่อที่มีลักษณะเหมือนเว็บมากเกินไปสำหรับประสบการณ์หลักของระบบ 6
10
ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเฟรมเวิร์ก หาก WinUI ถูกนำไปใช้กับส่วนต่าง ๆ ของ Windows และกลายเป็นพื้นฐานของแอปมากขึ้น นักพัฒนาก็ต้องการความมั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพ ความเข้ากันได้ เอกสาร และทิศทางระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ
การเปิดกระบวนการพัฒนาไม่ได้รับประกันว่าทุกการตัดสินใจจะถูกใจชุมชน หรือทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่ช่วยให้นักพัฒนามีหลักฐานสำหรับประเมินลำดับความสำคัญของ Microsoft มากขึ้น ไม่ต้องอาศัยเพียงคำประกาศบนโรดแมป
การย้ายงานพัฒนาขึ้น GitHub เกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามลดต้นทุนของ WinUI ทั้งในช่วงเริ่มต้นทำงานและระหว่างการใช้งาน ในการทดสอบการเปิด File Explorer ที่ Microsoft เผยแพร่ บริษัทวัดเฉพาะส่วนที่ใช้โค้ด WinUI และรายงานผลดังนี้:
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลวัดของส่วน WinUI ในสถานการณ์การเปิด File Explorer ที่ใช้ทดสอบ ไม่ควรตีความว่าเวลาเปิด File Explorer ทั้งหมดเร็วขึ้น 25% และ Microsoft นำเสนอผลดังกล่าวในฐานะความคืบหน้าจากเบนช์มาร์ก ไม่ใช่การรับประกันว่าแอป WinUI ทุกตัวจะได้ผลลัพธ์เท่ากัน 14
Microsoft ยังระบุแยกต่างหากว่าจุดที่ให้ความสำคัญกับ WinUI ได้แก่ ประสิทธิภาพ พื้นฐานของระบบ คุณภาพ การแก้บั๊ก และการใช้หน่วยความจำ 2
ทิศทางการสื่อสารในปัจจุบันนำเสนอ WinUI ในฐานะแพลตฟอร์มที่ Microsoft จะพัฒนาต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงทางผ่านไปสู่เฟรมเวิร์กใหม่ที่แยกออกไปโดยสิ้นเชิง สำหรับนักพัฒนาที่เคยต้องรับมือกับการเปลี่ยนผ่านจาก WPF ไป UWP และต่อมายัง WinUI แนวคิดเรื่องความต่อเนื่องนี้มีความหมายอย่างมาก
Microsoft ยังใช้ชื่อ “WinUI” เป็นแกนหลักของทิศทางแพลตฟอร์ม แทนการสื่อว่าผู้ใช้และนักพัฒนาต้องเตรียมย้ายไปยังเฟรมเวิร์กรุ่นใหม่อีกชุดหนึ่ง จุดทดสอบสำคัญต่อจากนี้คือแนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สร้างภาระการย้ายระบบครั้งใหญ่ให้กับแอปที่มีอยู่หรือไม่
ในทางปฏิบัติ นักพัฒนาจะจับตาดูเอกสารที่ชัดเจน ข้อกำหนดการบิลด์และการทดสอบที่คาดเดาได้ การรีวิวที่ตอบสนองได้ และกระบวนการออกรีลีสที่เชื่อมโยงกิจกรรมบน GitHub เข้ากับรุ่น Windows App SDK ที่รองรับอย่างเป็นรูปธรรม
Phase 4 จึงควรถูกมองว่าเป็นหมุดหมายด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ Microsoft เปิดให้เห็นงานในขณะที่กำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงกระบวนการเบื้องหลังสาขาโค้ด การรีวิว การตรวจสอบ และการรวมโค้ด นักพัฒนาจึงสามารถติดตามความคืบหน้าและประเมินทิศทางของเฟรมเวิร์กได้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้แก้ไขโค้ดหลักด้วยตนเอง 33
แต่ข้อจำกัดยังคงเป็นประเด็นสำคัญ: WinUI พัฒนาแบบเปิดต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่เปิดรับการส่งโค้ดจากภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ หมุดหมายถัดไปที่มีความหมายจริงจะเกิดขึ้นเมื่อ Pull Request จากชุมชนสามารถผ่านกระบวนการรีวิว การทดสอบ และการออกรีลีสแบบเดียวกับที่ Microsoft ใช้กับงานของทีมวิศวกรได้ 23
33
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้
ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ต่อยอดจากเฟสก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มความถี่ในการมิเรอร์โค้ดและเปิดให้ผู้พัฒนาคลอนและบิลด์ WinUI ในเครื่องได้ โดย Microsoft ยังอยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร ระบบทดสอบ การรีวิว และกระบวนการออกรีลีส
Microsoft รายงานว่าเวลาในส่วนโค้ด WinUI ระหว่างการเปิด File Explorer ลดลง 25% พร้อมจำนวนการจัดสรรหน่วยความจำที่ลดลง 41% แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าเวลาเปิด File Explorer ทั้งหมดลดลง 25%
ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ต่อยอดจากเฟสก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มความถี่ในการมิเรอร์โค้ดและเปิดให้ผู้พัฒนาคลอนและบิลด์ WinUI ในเครื่องได้ โดย Microso...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Microsoft’s completion of Phase 4 of its August 2025 roadmap for moving WinUI development to GitHub mean for Windows 11’s native U. Article summary: Phase 4 means GitHub is now WinUI’s operational center of gravity: Microsoft’s own day-to-day work is visible there rather than appearing later as a one-way source drop. It is a meaningful transparency change for Windows. Topic tags: general, general web, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
Microsoft กำลังเปลี่ยน WinUI จากโครงการที่นำโค้ดภายในมามิเรอร์ขึ้น GitHub เป็นโครงการที่การพัฒนาหลักเกิดขึ้นบน GitHub โดยตรง การเปลี่ยนแปลงใน Phase 4 จึงไม่ได้หมายถึงแค่การเปิดเผยซอร์สโค้ด แต่หมายถึงการเปิดเผยกระบวนการทำงานจริงของทีมวิศวกรด้วย ทั้งสาขาโค้ด Pull Request การรีวิว การตรวจสอบอัตโนมัติ และการรวมโค้ดเข้ากับสาขาหลัก 33
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เปิดการพัฒนา” ยังไม่เท่ากับ “เปิดรับการมีส่วนร่วมด้วยโค้ด” เพราะหน้ารีโพซิทอรีของ Microsoft ระบุชัดว่ายังไม่พร้อมรับการส่งโค้ดผ่านกระบวนการของชุมชนตามปกติ 23
ก่อนหน้านี้ Microsoft สามารถพัฒนา WinUI ภายในบริษัท แล้วจึงนำคอมมิตที่เสร็จแล้วมามิเรอร์ไว้บน GitHub ภายหลัง แผนการเปิดโครงการแบบหลายเฟสถูกออกแบบให้ค่อย ๆ ขยับจากการมิเรอร์ที่ถี่ขึ้น ไปสู่การบิลด์ในเครื่อง และท้ายที่สุดคือการเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมและทดสอบได้ 15
เมื่อเข้าสู่ Phase 4 กระบวนการพัฒนาหลักของทีมวิศวกรจะอยู่บน GitHub มากขึ้น นักพัฒนาจึงสามารถติดตามสาขาที่กำลังใช้งาน ดู Pull Request ที่ Microsoft สร้างขึ้น อ่านประวัติการรีวิว ตรวจสอบผลการทดสอบอัตโนมัติ และเห็นจุดที่โค้ดถูกรวมเข้ากับโครงการได้ แทนที่จะเห็นเพียงโค้ดปลายทางหลังการพัฒนาภายในเสร็จสิ้น 33
สำหรับชุมชน WinUI นี่ทำให้การตัดสินใจทางวิศวกรรมตรวจสอบได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงแต่ละรายการสามารถพิจารณาควบคู่ไปกับโค้ดที่แก้ ประวัติการรีวิว และเหตุผลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ Issues และ Discussions สาธารณะก็ช่วยเก็บบันทึกปัญหา แนวคิด และข้อแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ไว้ให้ติดตามได้
ผู้พัฒนาสามารถดูประวัติการพัฒนา โคลนรีโพซิทอรี และบิลด์ไบนารีของ WinUI ในเครื่องได้ นอกจากนี้ยังติดตามกิจกรรมของโครงการ รายงานปัญหา และอ่านการเปลี่ยนแปลงที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาได้ด้วย รีโพซิทอรีของ Microsoft ระบุว่าการบิลด์ไบนารีผลิตภัณฑ์ในเครื่องสามารถทำได้แล้ว ขณะที่โค้ดทดสอบและการเปิดให้รันทดสอบในเครื่องยังอยู่ระหว่างการพัฒนา 23
สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการส่งโค้ดเข้าสู่กระบวนการหลักของโครงการผ่าน Pull Request ในฐานะผู้มีส่วนร่วมจากภายนอก Microsoft กำลังใช้ช่วงนี้เพื่อทดสอบระบบที่จำเป็นให้ครบตั้งแต่นโยบายการมีส่วนร่วม เอกสารประกอบ ระบบ CI และการเข้าถึงชุดทดสอบ ไปจนถึงขั้นตอนการรีวิวและการออกรีลีส 33
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก:
WinUI มาถึงขั้นแรกแล้ว แต่ขั้นที่สองยังไม่เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ 23
33
Microsoft วาง WinUI ให้เป็นแพลตฟอร์มส่วนติดต่อผู้ใช้แบบเนทีฟสำหรับประสบการณ์และแอปพลิเคชันบน Windows โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นแกนหลัก ทิศทางนี้สอดคล้องกับความพยายามผลักดันอินเทอร์เฟซ Windows แบบเนทีฟ แทนการพึ่งพาชั้นส่วนติดต่อที่มีลักษณะเหมือนเว็บมากเกินไปสำหรับประสบการณ์หลักของระบบ 6
10
ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเฟรมเวิร์ก หาก WinUI ถูกนำไปใช้กับส่วนต่าง ๆ ของ Windows และกลายเป็นพื้นฐานของแอปมากขึ้น นักพัฒนาก็ต้องการความมั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพ ความเข้ากันได้ เอกสาร และทิศทางระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ
การเปิดกระบวนการพัฒนาไม่ได้รับประกันว่าทุกการตัดสินใจจะถูกใจชุมชน หรือทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่ช่วยให้นักพัฒนามีหลักฐานสำหรับประเมินลำดับความสำคัญของ Microsoft มากขึ้น ไม่ต้องอาศัยเพียงคำประกาศบนโรดแมป
การย้ายงานพัฒนาขึ้น GitHub เกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามลดต้นทุนของ WinUI ทั้งในช่วงเริ่มต้นทำงานและระหว่างการใช้งาน ในการทดสอบการเปิด File Explorer ที่ Microsoft เผยแพร่ บริษัทวัดเฉพาะส่วนที่ใช้โค้ด WinUI และรายงานผลดังนี้:
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลวัดของส่วน WinUI ในสถานการณ์การเปิด File Explorer ที่ใช้ทดสอบ ไม่ควรตีความว่าเวลาเปิด File Explorer ทั้งหมดเร็วขึ้น 25% และ Microsoft นำเสนอผลดังกล่าวในฐานะความคืบหน้าจากเบนช์มาร์ก ไม่ใช่การรับประกันว่าแอป WinUI ทุกตัวจะได้ผลลัพธ์เท่ากัน 14
Microsoft ยังระบุแยกต่างหากว่าจุดที่ให้ความสำคัญกับ WinUI ได้แก่ ประสิทธิภาพ พื้นฐานของระบบ คุณภาพ การแก้บั๊ก และการใช้หน่วยความจำ 2
ทิศทางการสื่อสารในปัจจุบันนำเสนอ WinUI ในฐานะแพลตฟอร์มที่ Microsoft จะพัฒนาต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงทางผ่านไปสู่เฟรมเวิร์กใหม่ที่แยกออกไปโดยสิ้นเชิง สำหรับนักพัฒนาที่เคยต้องรับมือกับการเปลี่ยนผ่านจาก WPF ไป UWP และต่อมายัง WinUI แนวคิดเรื่องความต่อเนื่องนี้มีความหมายอย่างมาก
Microsoft ยังใช้ชื่อ “WinUI” เป็นแกนหลักของทิศทางแพลตฟอร์ม แทนการสื่อว่าผู้ใช้และนักพัฒนาต้องเตรียมย้ายไปยังเฟรมเวิร์กรุ่นใหม่อีกชุดหนึ่ง จุดทดสอบสำคัญต่อจากนี้คือแนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สร้างภาระการย้ายระบบครั้งใหญ่ให้กับแอปที่มีอยู่หรือไม่
ในทางปฏิบัติ นักพัฒนาจะจับตาดูเอกสารที่ชัดเจน ข้อกำหนดการบิลด์และการทดสอบที่คาดเดาได้ การรีวิวที่ตอบสนองได้ และกระบวนการออกรีลีสที่เชื่อมโยงกิจกรรมบน GitHub เข้ากับรุ่น Windows App SDK ที่รองรับอย่างเป็นรูปธรรม
Phase 4 จึงควรถูกมองว่าเป็นหมุดหมายด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ Microsoft เปิดให้เห็นงานในขณะที่กำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงกระบวนการเบื้องหลังสาขาโค้ด การรีวิว การตรวจสอบ และการรวมโค้ด นักพัฒนาจึงสามารถติดตามความคืบหน้าและประเมินทิศทางของเฟรมเวิร์กได้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้แก้ไขโค้ดหลักด้วยตนเอง 33
แต่ข้อจำกัดยังคงเป็นประเด็นสำคัญ: WinUI พัฒนาแบบเปิดต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่เปิดรับการส่งโค้ดจากภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ หมุดหมายถัดไปที่มีความหมายจริงจะเกิดขึ้นเมื่อ Pull Request จากชุมชนสามารถผ่านกระบวนการรีวิว การทดสอบ และการออกรีลีสแบบเดียวกับที่ Microsoft ใช้กับงานของทีมวิศวกรได้ 23
33
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้
ณ เดือนสิงหาคม 2026 Phase 4 ทำให้ GitHub กลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนา WinUI ในแต่ละวันของ Microsoft แต่ผู้พัฒนาภายนอกยังไม่สามารถส่งโค้ดผ่านกระบวนการ Pull Request หลักของโครงการได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ต่อยอดจากเฟสก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มความถี่ในการมิเรอร์โค้ดและเปิดให้ผู้พัฒนาคลอนและบิลด์ WinUI ในเครื่องได้ โดย Microsoft ยังอยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร ระบบทดสอบ การรีวิว และกระบวนการออกรีลีส
Microsoft รายงานว่าเวลาในส่วนโค้ด WinUI ระหว่างการเปิด File Explorer ลดลง 25% พร้อมจำนวนการจัดสรรหน่วยความจำที่ลดลง 41% แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าเวลาเปิด File Explorer ทั้งหมดลดลง 25%