คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2] ตัวชี้วัดนี้ขยับจากราว 46% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สู่ระดับเกิน 50% ในต้นเดือนมิถุนายน สะท้อนการปรับฐานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว [5] [8] สัญญาณดังกล่าวเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2018, 2020 และ 2022 แต่แรงซื้อที่ยังหดตัวทำให้ยังยืนยันไม่ได้ว่าราคาบริเวณ 61,000 ดอลลาร์คือจุดต่ำสุดของรอบนี้ [9] [36] What does it mean that over half of all Bitcoin in circulation is now held at an unrealized loss, how quickly did this metric rise, what his Glassnode’s Supply in Loss metric breached the 50% threshold for the first time in this cycle as Bitcoin touched $61,300 in early June 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does it mean that over half of all Bitcoin in circulation is now held at an unrealized loss, how quickly did this metric rise, what his. Article summary: ## What "over half of Bitcoin at an unrealized loss" means. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Latest research from 13 top universities including Cornell University: The current state, challenges, and misconceptions of the fusion of Crypto and AI" source context "Analysis: Over half of Bitcoin holdings are in unrealized losses, historical bear market bottom indicators have been tri" Reference image 2: visual subject "Glassnode data shows that as Bitcoin briefly fell to $61,300, the number of BTC in an unrealized loss state rose to approximately 10.5" source c
openai.com ข้อมูลบนเชนกำลังส่งสัญญาณที่นักลงทุนบิตคอยน์จับตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับประมาณ 61,300 ดอลลาร์ชั่วคราว ขณะที่ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า บิตคอยน์ที่อยู่ในภาวะขาดทุนแบบยังไม่รับรู้เพิ่มขึ้นเป็นราว 10.5 ล้านเหรียญ แซงหน้าบิตคอยน์ที่ยังอยู่ในกำไรซึ่งมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญเป็นครั้งแรกของรอบนี้
พูดให้เข้าใจง่ายคือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของบิตคอยน์ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดตอนนี้มีราคาทุนเดิมสูงกว่าราคาปัจจุบัน หากเจ้าของขายในเวลานี้ก็จะขาดทุนจริง แต่ตราบใดที่ยังไม่ขาย ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียง “ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้”
สัญญาณนี้หมายความว่าอย่างไร?
ตัวชี้วัดดังกล่าวเรียกว่า Total Supply in Loss หรืออุปทานบิตคอยน์ที่อยู่ในภาวะขาดทุน โดยพิจารณาจากราคาที่เหรียญเคลื่อนย้ายครั้งล่าสุดบนบล็อกเชนเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน หากเหรียญถูกเคลื่อนย้ายครั้งล่าสุดที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน เหรียญนั้นจะถูกนับว่าอยู่ในภาวะขาดทุน
ในอดีต การที่เหรียญมากกว่า 50% อยู่ต่ำกว่าต้นทุน มักสะท้อนภาวะยอมจำนนของตลาด หรือช่วงที่ผู้ถือจำนวนมากเริ่มหมดความเชื่อมั่นและยอมขายขาดทุน ตัวชี้วัดนี้เคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดสำคัญของตลาดหมีหลายครั้ง จึงทำให้นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณสวนทางกับตลาด หรือ contrarian signal ที่อาจบอกว่าความกลัวกำลังเข้าสู่ระยะท้าย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณนี้ไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัวทันที และไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจุดต่ำสุดเกิดขึ้นแล้ว
จาก 46% สู่เกิน 50% ในเวลาไม่ถึงสี่เดือน
การเพิ่มขึ้นของอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เทรดเดอร์จำนวนมากคาดไว้ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026: บิตคอยน์ราว 9.09 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 46% ของอุปทานหมุนเวียน อยู่ในภาวะขาดทุน ตามข้อมูลที่อ้างอิงจาก CryptoQuant
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บิตคอยน์มากกว่าครึ่งจมอยู่ในภาวะขาดทุน สัญญาณตลาดหมีส่งเสียงเตือนอีกครั้ง" คืออะไร ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2] ตัวชี้วัดนี้ขยับจากราว 46% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สู่ระดับเกิน 50% ในต้นเดือนมิถุนายน สะท้อนการปรับฐานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว [5] [8]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สัญญาณดังกล่าวเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2018, 2020 และ 2022 แต่แรงซื้อที่ยังหดตัวทำให้ยังยืนยันไม่ได้ว่าราคาบริเวณ 61,000 ดอลลาร์คือจุดต่ำสุดของรอบนี้ [9] [36]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2] ตัวชี้วัดนี้ขยับจากราว 46% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สู่ระดับเกิน 50% ในต้นเดือนมิถุนายน สะท้อนการปรับฐานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว [5] [8] สัญญาณดังกล่าวเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2018, 2020 และ 2022 แต่แรงซื้อที่ยังหดตัวทำให้ยังยืนยันไม่ได้ว่าราคาบริเวณ 61,000 ดอลลาร์คือจุดต่ำสุดของรอบนี้ [9] [36] What does it mean that over half of all Bitcoin in circulation is now held at an unrealized loss, how quickly did this metric rise, what his Glassnode’s Supply in Loss metric breached the 50% threshold for the first time in this cycle as Bitcoin touched $61,300 in early June 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does it mean that over half of all Bitcoin in circulation is now held at an unrealized loss, how quickly did this metric rise, what his. Article summary: ## What "over half of Bitcoin at an unrealized loss" means. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Latest research from 13 top universities including Cornell University: The current state, challenges, and misconceptions of the fusion of Crypto and AI" source context "Analysis: Over half of Bitcoin holdings are in unrealized losses, historical bear market bottom indicators have been tri" Reference image 2: visual subject "Glassnode data shows that as Bitcoin briefly fell to $61,300, the number of BTC in an unrealized loss state rose to approximately 10.5" source c
openai.com ข้อมูลบนเชนกำลังส่งสัญญาณที่นักลงทุนบิตคอยน์จับตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับประมาณ 61,300 ดอลลาร์ชั่วคราว ขณะที่ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า บิตคอยน์ที่อยู่ในภาวะขาดทุนแบบยังไม่รับรู้เพิ่มขึ้นเป็นราว 10.5 ล้านเหรียญ แซงหน้าบิตคอยน์ที่ยังอยู่ในกำไรซึ่งมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญเป็นครั้งแรกของรอบนี้
พูดให้เข้าใจง่ายคือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของบิตคอยน์ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดตอนนี้มีราคาทุนเดิมสูงกว่าราคาปัจจุบัน หากเจ้าของขายในเวลานี้ก็จะขาดทุนจริง แต่ตราบใดที่ยังไม่ขาย ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียง “ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้”
สัญญาณนี้หมายความว่าอย่างไร?
ตัวชี้วัดดังกล่าวเรียกว่า Total Supply in Loss หรืออุปทานบิตคอยน์ที่อยู่ในภาวะขาดทุน โดยพิจารณาจากราคาที่เหรียญเคลื่อนย้ายครั้งล่าสุดบนบล็อกเชนเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน หากเหรียญถูกเคลื่อนย้ายครั้งล่าสุดที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน เหรียญนั้นจะถูกนับว่าอยู่ในภาวะขาดทุน
ในอดีต การที่เหรียญมากกว่า 50% อยู่ต่ำกว่าต้นทุน มักสะท้อนภาวะยอมจำนนของตลาด หรือช่วงที่ผู้ถือจำนวนมากเริ่มหมดความเชื่อมั่นและยอมขายขาดทุน ตัวชี้วัดนี้เคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดสำคัญของตลาดหมีหลายครั้ง จึงทำให้นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณสวนทางกับตลาด หรือ contrarian signal ที่อาจบอกว่าความกลัวกำลังเข้าสู่ระยะท้าย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณนี้ไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัวทันที และไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจุดต่ำสุดเกิดขึ้นแล้ว
จาก 46% สู่เกิน 50% ในเวลาไม่ถึงสี่เดือน
การเพิ่มขึ้นของอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เทรดเดอร์จำนวนมากคาดไว้ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026: บิตคอยน์ราว 9.09 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 46% ของอุปทานหมุนเวียน อยู่ในภาวะขาดทุน ตามข้อมูลที่อ้างอิงจาก CryptoQuant
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บิตคอยน์มากกว่าครึ่งจมอยู่ในภาวะขาดทุน สัญญาณตลาดหมีส่งเสียงเตือนอีกครั้ง" คืออะไร ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อมูล Glassnode ระบุว่า BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญ หรือมากกว่า 50% ของอุปทานหมุนเวียน มีราคาทุนบนเชนสูงกว่าราคาตลาด ขณะที่เหรียญที่ยังอยู่ในกำไรมีประมาณ 9.8 ล้านเหรียญ [1] [2] ตัวชี้วัดนี้ขยับจากราว 46% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สู่ระดับเกิน 50% ในต้นเดือนมิถุนายน สะท้อนการปรับฐานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว [5] [8]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? สัญญาณดังกล่าวเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2018, 2020 และ 2022 แต่แรงซื้อที่ยังหดตัวทำให้ยังยืนยันไม่ได้ว่าราคาบริเวณ 61,000 ดอลลาร์คือจุดต่ำสุดของรอบนี้ [9] [36]
ปลายเดือนมีนาคม 2026: CEX.io Research ประเมินว่ามี BTC ราว 9.4 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 47% ของอุปทาน อยู่ต่ำกว่าต้นทุน และดัชนี Bitcoin Impact Index ขยับเข้าสู่โซน “ผลกระทบสูง” ต้นเดือนเมษายน 2026: ข้อมูล Glassnode ระบุว่ามี BTC ราว 8.8 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 44% ของอุปทาน อยู่ในภาวะขาดทุน ขณะที่การขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของผู้ถือระยะสั้นถูกประเมินไว้ที่ 113,900 ล้านดอลลาร์ ต้นเดือนมิถุนายน 2026: ตัวชี้วัดทะลุระดับ 50% โดยมี BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญอยู่ในภาวะขาดทุน เทียบกับ 9.8 ล้านเหรียญที่ยังอยู่ในกำไร ตัวเลขในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนมีความผันผวนตามราคาตลาดและวิธีคำนวณของแต่ละแหล่งข้อมูล แต่ภาพรวมยังชัดเจนว่าอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 46% สู่มากกว่า 50% ภายในเวลาไม่ถึงสี่เดือน
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังบิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 สู่ระดับต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งเป็นการปรับฐานที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอุปทานขาดทุนแทบตลอดทาง
รอบนี้ไม่ใช่การล่มสลายจากปัญหาภายในคริปโตเพียงอย่างเดียว ต่างจากการล่มสลายของ FTX ในปี 2022 หรือการเทขายฉับพลันช่วงโควิด-19 ในปี 2020 การปรับฐานในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ล้มเหลวครั้งเดียวภายในอุตสาหกรรมคริปโต แต่เป็นแรงขายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคหลายด้านที่ทำให้บิตคอยน์เคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง มากกว่าจะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อในระยะสั้น
ความตึงเครียดด้านภาษีการค้า: อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บโดยเฉลี่ยเพิ่มจากประมาณ 2.2% ในช่วงต้นปี 2025 เป็นราว 10.3% ในต้นปี 2026 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีทั่วโลก 15% เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ภายในช่วงการซื้อขายเดียว และตลาดตอบสนองเชิงลบต่อข่าวภาษีหลายครั้ง
เงินเฟ้อที่ลดลงช้าและธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังไม่ผ่อนคลาย: ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50–3.75% ต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 ทำให้ความหวังต่อการกลับเข้าสู่โหมดรับความเสี่ยงของตลาดลดลง
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2026 กระตุ้นการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง รวมถึงหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี
เงินไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์ในสหรัฐฯ: การไหลออกต่อเนื่อง 13 วันจากกองทุน spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีมูลค่าเกิน 4,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน เพิ่มแรงขายในจังหวะที่ตัวชี้วัดบนเชนกำลังส่งสัญญาณเชิงลบที่สุดของรอบนี้
แรงกดดันตามวัฏจักรหลัง Bitcoin halving: จุดสูงสุดใกล้ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 เกิดขึ้นประมาณ 18 เดือนหลังการ halving เดือนเมษายน 2024 ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบในอดีตที่ราคามักปรับฐาน 50–80% หลังผ่านจุดสูงสุดของวัฏจักร
คล้ายจุดต่ำสุดของตลาดหมีในอดีตแค่ไหน? เงื่อนไขที่อุปทานบิตคอยน์มากกว่า 50% อยู่ในภาวะขาดทุนเคยเกิดขึ้นใกล้จุดต่ำสุดสำคัญของตลาดหมีในสามวัฏจักรก่อนหน้า
ตลาดหมีปี 2018: อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนพุ่งเกิน 50% ใกล้จุดต่ำสุดของรอบที่ประมาณ 3,100 ดอลลาร์
ตลาดร่วงเดือนมีนาคม 2020: ตัวชี้วัดทะลุ 50% ระหว่างการเทขายรุนแรงช่วงโควิด-19 ซึ่งราคาลงไปใกล้ 3,800 ดอลลาร์
ตลาดหมีปี 2022 หลังวิกฤต FTX: อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นเกิน 50% ใกล้จุดต่ำสุดของรอบที่ประมาณ 15,500 ดอลลาร์
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ขณะที่บิตคอยน์ร่วงเข้าใกล้ 60,000 ดอลลาร์ อุปทานหมุนเวียนที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับสี่เท่าที่เคยมีมา และใกล้เคียงกับช่วงจุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2015, 2019 และ 2022 ต่อมาในเดือนมิถุนายน สัดส่วนดังกล่าวทะลุระดับ 50% อย่างชัดเจน โดยมีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 52% ของอุปทาน
นอกจากนี้ UTXO ที่อยู่ในกำไรลดลงจาก 99.89% ในเดือนตุลาคม 2025 เหลือ 56.4% ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สะท้อนว่าเหรียญจำนวนมากที่ถูกซื้อขายในช่วงขาขึ้นกำลังติดอยู่ที่ต้นทุนสูงกว่าในปัจจุบัน อุปทานที่ขาดทุนยังกระจุกตัวอยู่มากในสองช่วงราคา ได้แก่ 80,000–95,000 ดอลลาร์ และเหนือ 105,000 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ยังเห็นต่าง: จุดต่ำสุดผ่านไปแล้วหรือยัง? ฝั่งข้อมูลบนเชนให้ภาพที่อาจเป็นบวกต่อการเกิดจุดต่ำสุด แต่ข้อมูลด้านแรงซื้อและเศรษฐกิจมหภาคยังไม่ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน
มุมมองเชิงบวก: ตลาดอาจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว นักวิเคราะห์คริปโต Ali Martinez ระบุเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนว่า จากการเคลื่อนไหวของตัวชี้วัด Bitcoin Supply in Loss บิตคอยน์ “อาจเพิ่งทำจุดต่ำสุดครั้งใหญ่ของรอบนี้ไป”
ในอดีต การที่ BTC มากกว่า 10 ล้านเหรียญอยู่ในภาวะขาดทุนมักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการยอมจำนน ซึ่งตามมาด้วยการฟื้นตัวครั้งใหญ่ โดยการฟื้นตัวเหล่านี้มักวัดกันในระดับหลายสัปดาห์ ไม่ใช่หลายปี
มุมมองระมัดระวัง: ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่าจบตลาดหมี นักวิเคราะห์อีกกลุ่มมองว่า ตัวชี้วัดนี้เพียงระบุ “โซน” ที่ตลาดเคยสร้างจุดต่ำสุดในอดีต ไม่ได้การันตีว่าจุดต่ำสุดของรอบปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว
รายงานตลาดวันที่ 5 มิถุนายนระบุว่า การยืนยันจุดต่ำสุดของบิตคอยน์ยังอาจเร็วเกินไป เนื่องจากแรงซื้อยังหดตัวและแรงขายยังถูกดูดซับไม่หมด โดยการยอมจำนนของตลาดอาจเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant เคยระบุในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมว่า อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนในเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 8.2 ล้านเหรียญ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดของตลาดหมีปี 2022 ที่ราว 10.6 ล้านเหรียญ จึงยังมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับลงต่อก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดที่แท้จริง
ระดับแนวรับสำคัญถัดไปถูกมองไว้ที่ประมาณ 55,000 ดอลลาร์ ขณะที่บริเวณ 61,000 ดอลลาร์ทำหน้าที่เป็นแนวต้านในระยะสั้น
บทสรุป: สัญญาณแรง แต่ยังไม่ใช่คำยืนยัน การที่บิตคอยน์มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในภาวะขาดทุนเป็นสัญญาณที่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีครั้งใหญ่หลายรอบ แต่การใช้ตัวชี้วัดนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อประกาศว่าตลาดกลับตัวแล้วอาจเสี่ยงเกินไป
สายตาของตลาดจึงจับอยู่ที่การประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 16–17 มิถุนายน หากบิตคอยน์ประคองระดับปัจจุบันไว้ได้ และเงินไหลออกจาก ETF เริ่มชะลอตัว รูปแบบในอดีตอาจบ่งชี้ว่าแรงขายรุนแรงที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากราคายังยืนไม่ได้ การทดสอบแนวรับที่ต่ำลง โดยเฉพาะบริเวณ 55,000 ดอลลาร์ ก็ยังเป็นฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ แม้ข้อมูลบนเชนจะเริ่มส่งสัญญาณว่าตลาดอาจเข้าใกล้จุดเปลี่ยนแล้วก็ตาม
ainvest.com Bitcoin Faces Pressure as Nearly Half of Supply Sits at a Loss ปลายเดือนมีนาคม 2026: CEX.io Research ประเมินว่ามี BTC ราว 9.4 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 47% ของอุปทาน อยู่ต่ำกว่าต้นทุน และดัชนี Bitcoin Impact Index ขยับเข้าสู่โซน “ผลกระทบสูง” ต้นเดือนเมษายน 2026: ข้อมูล Glassnode ระบุว่ามี BTC ราว 8.8 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 44% ของอุปทาน อยู่ในภาวะขาดทุน ขณะที่การขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของผู้ถือระยะสั้นถูกประเมินไว้ที่ 113,900 ล้านดอลลาร์ ต้นเดือนมิถุนายน 2026: ตัวชี้วัดทะลุระดับ 50% โดยมี BTC ราว 10.5 ล้านเหรียญอยู่ในภาวะขาดทุน เทียบกับ 9.8 ล้านเหรียญที่ยังอยู่ในกำไร ตัวเลขในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนมีความผันผวนตามราคาตลาดและวิธีคำนวณของแต่ละแหล่งข้อมูล แต่ภาพรวมยังชัดเจนว่าอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 46% สู่มากกว่า 50% ภายในเวลาไม่ถึงสี่เดือน
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังบิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 สู่ระดับต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งเป็นการปรับฐานที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอุปทานขาดทุนแทบตลอดทาง
รอบนี้ไม่ใช่การล่มสลายจากปัญหาภายในคริปโตเพียงอย่างเดียว ต่างจากการล่มสลายของ FTX ในปี 2022 หรือการเทขายฉับพลันช่วงโควิด-19 ในปี 2020 การปรับฐานในปี 2026 ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ล้มเหลวครั้งเดียวภายในอุตสาหกรรมคริปโต แต่เป็นแรงขายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคหลายด้านที่ทำให้บิตคอยน์เคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง มากกว่าจะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อในระยะสั้น
ความตึงเครียดด้านภาษีการค้า: อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บโดยเฉลี่ยเพิ่มจากประมาณ 2.2% ในช่วงต้นปี 2025 เป็นราว 10.3% ในต้นปี 2026 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีทั่วโลก 15% เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ภายในช่วงการซื้อขายเดียว และตลาดตอบสนองเชิงลบต่อข่าวภาษีหลายครั้ง
เงินเฟ้อที่ลดลงช้าและธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังไม่ผ่อนคลาย: ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50–3.75% ต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 ทำให้ความหวังต่อการกลับเข้าสู่โหมดรับความเสี่ยงของตลาดลดลง
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2026 กระตุ้นการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง รวมถึงหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี
เงินไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์ในสหรัฐฯ: การไหลออกต่อเนื่อง 13 วันจากกองทุน spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีมูลค่าเกิน 4,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน เพิ่มแรงขายในจังหวะที่ตัวชี้วัดบนเชนกำลังส่งสัญญาณเชิงลบที่สุดของรอบนี้
แรงกดดันตามวัฏจักรหลัง Bitcoin halving: จุดสูงสุดใกล้ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 เกิดขึ้นประมาณ 18 เดือนหลังการ halving เดือนเมษายน 2024 ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบในอดีตที่ราคามักปรับฐาน 50–80% หลังผ่านจุดสูงสุดของวัฏจักร
คล้ายจุดต่ำสุดของตลาดหมีในอดีตแค่ไหน? เงื่อนไขที่อุปทานบิตคอยน์มากกว่า 50% อยู่ในภาวะขาดทุนเคยเกิดขึ้นใกล้จุดต่ำสุดสำคัญของตลาดหมีในสามวัฏจักรก่อนหน้า
ตลาดหมีปี 2018: อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนพุ่งเกิน 50% ใกล้จุดต่ำสุดของรอบที่ประมาณ 3,100 ดอลลาร์
ตลาดร่วงเดือนมีนาคม 2020: ตัวชี้วัดทะลุ 50% ระหว่างการเทขายรุนแรงช่วงโควิด-19 ซึ่งราคาลงไปใกล้ 3,800 ดอลลาร์
ตลาดหมีปี 2022 หลังวิกฤต FTX: อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นเกิน 50% ใกล้จุดต่ำสุดของรอบที่ประมาณ 15,500 ดอลลาร์
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ขณะที่บิตคอยน์ร่วงเข้าใกล้ 60,000 ดอลลาร์ อุปทานหมุนเวียนที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับสี่เท่าที่เคยมีมา และใกล้เคียงกับช่วงจุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2015, 2019 และ 2022 ต่อมาในเดือนมิถุนายน สัดส่วนดังกล่าวทะลุระดับ 50% อย่างชัดเจน โดยมีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 52% ของอุปทาน
นอกจากนี้ UTXO ที่อยู่ในกำไรลดลงจาก 99.89% ในเดือนตุลาคม 2025 เหลือ 56.4% ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สะท้อนว่าเหรียญจำนวนมากที่ถูกซื้อขายในช่วงขาขึ้นกำลังติดอยู่ที่ต้นทุนสูงกว่าในปัจจุบัน อุปทานที่ขาดทุนยังกระจุกตัวอยู่มากในสองช่วงราคา ได้แก่ 80,000–95,000 ดอลลาร์ และเหนือ 105,000 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ยังเห็นต่าง: จุดต่ำสุดผ่านไปแล้วหรือยัง? ฝั่งข้อมูลบนเชนให้ภาพที่อาจเป็นบวกต่อการเกิดจุดต่ำสุด แต่ข้อมูลด้านแรงซื้อและเศรษฐกิจมหภาคยังไม่ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน
มุมมองเชิงบวก: ตลาดอาจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว นักวิเคราะห์คริปโต Ali Martinez ระบุเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนว่า จากการเคลื่อนไหวของตัวชี้วัด Bitcoin Supply in Loss บิตคอยน์ “อาจเพิ่งทำจุดต่ำสุดครั้งใหญ่ของรอบนี้ไป”
ในอดีต การที่ BTC มากกว่า 10 ล้านเหรียญอยู่ในภาวะขาดทุนมักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการยอมจำนน ซึ่งตามมาด้วยการฟื้นตัวครั้งใหญ่ โดยการฟื้นตัวเหล่านี้มักวัดกันในระดับหลายสัปดาห์ ไม่ใช่หลายปี
มุมมองระมัดระวัง: ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่าจบตลาดหมี นักวิเคราะห์อีกกลุ่มมองว่า ตัวชี้วัดนี้เพียงระบุ “โซน” ที่ตลาดเคยสร้างจุดต่ำสุดในอดีต ไม่ได้การันตีว่าจุดต่ำสุดของรอบปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว
รายงานตลาดวันที่ 5 มิถุนายนระบุว่า การยืนยันจุดต่ำสุดของบิตคอยน์ยังอาจเร็วเกินไป เนื่องจากแรงซื้อยังหดตัวและแรงขายยังถูกดูดซับไม่หมด โดยการยอมจำนนของตลาดอาจเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant เคยระบุในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมว่า อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนในเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 8.2 ล้านเหรียญ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดของตลาดหมีปี 2022 ที่ราว 10.6 ล้านเหรียญ จึงยังมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับลงต่อก่อนจะสร้างจุดต่ำสุดที่แท้จริง
ระดับแนวรับสำคัญถัดไปถูกมองไว้ที่ประมาณ 55,000 ดอลลาร์ ขณะที่บริเวณ 61,000 ดอลลาร์ทำหน้าที่เป็นแนวต้านในระยะสั้น
บทสรุป: สัญญาณแรง แต่ยังไม่ใช่คำยืนยัน การที่บิตคอยน์มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในภาวะขาดทุนเป็นสัญญาณที่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยปรากฏใกล้จุดต่ำสุดของตลาดหมีครั้งใหญ่หลายรอบ แต่การใช้ตัวชี้วัดนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อประกาศว่าตลาดกลับตัวแล้วอาจเสี่ยงเกินไป
สายตาของตลาดจึงจับอยู่ที่การประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 16–17 มิถุนายน หากบิตคอยน์ประคองระดับปัจจุบันไว้ได้ และเงินไหลออกจาก ETF เริ่มชะลอตัว รูปแบบในอดีตอาจบ่งชี้ว่าแรงขายรุนแรงที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากราคายังยืนไม่ได้ การทดสอบแนวรับที่ต่ำลง โดยเฉพาะบริเวณ 55,000 ดอลลาร์ ก็ยังเป็นฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ แม้ข้อมูลบนเชนจะเริ่มส่งสัญญาณว่าตลาดอาจเข้าใกล้จุดเปลี่ยนแล้วก็ตาม
ainvest.com Bitcoin Faces Pressure as Nearly Half of Supply Sits at a Loss