ข้อมูลทางการของอิหร่านสำหรับเดือนติร์ 1405 ระบุเงินเฟ้อรายปี 66% เงินเฟ้อเมื่อเทียบกับปีก่อน 87.9% และเงินเฟ้อรายเดือน 3.1% ราคาอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบเพิ่มขึ้น 128.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยน้ำมันและไขมันพุ่งสูงสุด 261.5% แม้เงินเฟ้อรายเดือนจะชะลอลง แต่ราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การคว่ำบ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Iran’s worsening economic crisis look like as of July 2026 (the Iranian month of Tir, June 21–July 20), including the official 66%. Article summary: Iran’s Tir 2026 data describe an acute cost-of-living crisis: prices were still accelerating even after the monthly inflation rate slowed. The official figures cited for Tir put 12‑month average inflation at 66%, monthly. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ข้อมูลเศรษฐกิจอิหร่านในเดือนติร์ 1405 ซึ่งตรงกับช่วงประมาณวันที่ 21 มิถุนายน–20 กรกฎาคม 2026 สะท้อนวิกฤตค่าครองชีพที่รุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ศูนย์สถิติอิหร่านรายงานว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 66% เงินเฟ้อเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 87.9% และเงินเฟ้อรายเดือนอยู่ที่ 3.1%
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ตะกร้าสินค้าและบริการโดยเฉลี่ยมีราคาเกือบสูงขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน แม้อัตราการเพิ่มขึ้นรายเดือนจะต่ำกว่าเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขแต่ละชุดวัดแรงกดดันด้านราคาคนละช่วงเวลา แต่สะท้อนปัญหาเดียวกัน ได้แก่
ดังนั้น ตัวเลขรายเดือนที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าถูกลง เพียงหมายความว่าราคายังเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน มีรายงานว่าเงินเฟ้อรายเดือนลดจาก 5.9% เหลือ 3.1% ในเดือนติร์
หมวดอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบมีราคาเพิ่มขึ้น 128.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามรายงานที่อ้างข้อมูลจากศูนย์สถิติอิหร่าน ในกลุ่มอาหารหลัก 10 หมวด มีอย่างน้อย 8 หมวดที่ราคาสูงขึ้นเกิน 100% หรือพูดอีกอย่างคือราคามากกว่าสองเท่าในเวลาเพียงหนึ่งปี
รายการที่ปรับขึ้นรุนแรงที่สุด ได้แก่
ผลกระทบไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่มรายได้ ครัวเรือนรายได้น้อยต้องใช้สัดส่วนรายได้กับอาหารสูงกว่า เมื่ออาหารหลักแพงจนซื้อไม่ไหว ครอบครัวเหล่านี้แทบไม่มีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้ตัดเพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
อิหร่านเผชิญการคว่ำบาตรที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน การเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศที่จำกัด และแรงกดดันต่อเงินตราต่างประเทศ รายงานเกี่ยวกับวิกฤตในช่วงเดียวกันยังกล่าวถึงผลกระทบจากความขัดแย้งที่ขยายตัวและเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงแรงกดดันต่อการค้าและการขนส่งสินค้า
ค่าเงินเรียลเป็นอีกแรงเร่งสำคัญ เมื่อเงินเรียลอ่อนค่าลง อาหาร ยา วัตถุดิบ และสินค้านำเข้าจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อคิดเป็นเงินท้องถิ่น ข้อมูลตลาดเปิดที่ถูกรายงานระบุว่า เงินเรียลอ่อนลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.95 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่ตามรายงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่าปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเป็นสาเหตุของราคาที่พุ่งขึ้นทั้งหมด การคว่ำบาตร ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ผลกระทบจากความขัดแย้ง การบริหารเศรษฐกิจภายในประเทศ และปัญหาด้านอุปทาน ล้วนเป็นแรงกดดันที่ทับซ้อนกัน
สำหรับครอบครัวรายได้น้อย เงินเฟ้อไม่ได้ปรากฏแค่ในรูปบิลรายเดือนที่แพงขึ้น แต่ยังหมายถึงทางเลือกที่น้อยลงและปริมาณอาหารที่ลดลง รายงานระบุว่าหลายครัวเรือนเริ่มตัดเนื้อสัตว์ ข้าวคุณภาพที่เคยซื้อ ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันปรุงอาหาร และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอื่น ๆ ออกจากตะกร้าสินค้า
ภาระดังกล่าวเห็นได้จากสินค้าอาหารพื้นฐาน สำหรับแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำและเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื้อแกะ 1 กิโลกรัมอาจกินสัดส่วนราว 10% ของรายได้ทั้งเดือน ขณะที่ข้าวอิหร่าน 10 กิโลกรัมอาจมีราคาสูงกว่า หนึ่งในห้าของรายได้ดังกล่าว
รายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่า ในบางกรณีราคาเนื้อ ไข่ และน้ำมันปรุงอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าภายในหนึ่งปี ขณะที่ค่าจ้างปรับตามไม่ทัน แม้รัฐบาลจะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 60% แต่การขึ้นค่าจ้างดังกล่าวก็ไม่ได้แปลว่ากำลังซื้อฟื้นกลับมา หากค่าอาหารและสิ่งจำเป็นเพิ่มขึ้นเร็วกว่านั้น
เมื่อค่าจ้างและเงินบำนาญมีมูลค่าลดลง ครัวเรือนจำนวนมากขึ้นต้องพึ่งการซื้อเชื่อหรือการกู้ยืมเพื่อซื้ออาหารและของจำเป็น รายงานหนึ่งซึ่งอ้างการรายงานข่าวเศรษฐกิจในอิหร่านระบุว่า จำนวนผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนขั้นรุนแรงเพิ่มจากประมาณ 16 ล้านคนเป็น 34 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณที่มีการรายงาน ไม่ใช่จำนวนที่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระจากข้อมูลที่มีอยู่
รายงานอื่น ๆ กล่าวถึงแรงงานที่มีหนี้สะสมเพิ่มขึ้นและต้องใช้เครดิตเพื่อซื้ออาหารกับของใช้ประจำวัน การกู้ยืมอาจช่วยให้ครัวเรือนประคองการบริโภคได้ชั่วคราว แต่ก็หมายความว่ารายได้ในอนาคตถูกผูกมัดไว้ล่วงหน้า
อัตราว่างงานอย่างเป็นทางการไม่ได้ครอบคลุมทุกคนที่ถูกกีดกันออกจากงานที่มั่นคง ผู้ที่หยุดหางานอย่างจริงจังอาจไม่ถูกนับรวมเป็นผู้ว่างงานตามมาตรฐาน แม้ยังไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็ตาม ปัญหานี้มักเรียกว่า “การว่างงานแฝง” หรือการว่างงานของแรงงานที่หมดกำลังใจ
ข้อมูลที่มีสนับสนุนว่าช่องว่างด้านการวัดผลนี้มีอยู่จริง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะระบุตัวเลขการว่างงานแฝงทั่วประเทศอย่างน่าเชื่อถือ ดังนั้น อัตราว่างงานอย่างเป็นทางการที่ไม่สูงมากจึงไม่ได้แปลว่าครัวเรือนมีงาน ชั่วโมงทำงาน หรือรายได้เพียงพอเสมอไป
ครัวเรือนอิหร่านได้รับเงินอุดหนุนและคูปองอาหารอิเล็กทรอนิกส์ แต่รายงานระบุว่ามูลค่าความช่วยเหลืออยู่ที่เพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าร้านค้าที่เข้าร่วมบางแห่งปฏิเสธคูปอง เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล ขณะที่รายงานอีกส่วนกล่าวถึงการลดหรืองดสิทธิของผู้รับบางกลุ่ม
ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าคูปองอาหารถูกระงับทั่วประเทศหรือสำหรับผู้รับทุกคน ข้อสรุปที่ชัดเจนกว่าคือระบบช่วยเหลือมีมูลค่าจำกัด และในบางกรณีใช้งานได้ไม่แน่นอนหรือเข้าถึงได้ยาก ในช่วงที่ราคาอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผู้ค้าปลีกกำลังเผชิญปัญหาจากอีกด้านของธุรกรรม ลูกค้าจำนวนมากขึ้นขอซื้อเชื่อหรือผ่อนชำระ แต่ร้านค้าก็เสี่ยงขาดทุนหากราคาขายส่งเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่รับคำสั่งซื้อกับวันที่ต้องสั่งสินค้าเข้ามาเติม
รายงานในเวลาต่อมายังระบุว่า ธุรกิจอิหร่านเริ่มผลักดันบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” สำหรับสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และของใช้ในบ้าน ไปจนถึงการเดินทาง แผนการเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ในวันนี้ แต่ไม่ได้ทำให้สินค้าถูกลง เพียงย้ายภาระค่าใช้จ่ายไปไว้กับรายได้ในอนาคต
ระยะใกล้ยังมีแนวโน้มว่ากำลังซื้อของประชาชนจะลดลงต่อไป เว้นแต่แรงกดดันหลายด้านจะผ่อนคลายพร้อมกัน ทั้งเงินเฟ้ออาหาร ความผันผวนของเงินเรียล ผลกระทบจากความขัดแย้ง แรงกดดันจากการคว่ำบาตร และความอ่อนแอของระบบช่วยเหลือด้านรายได้ การชะลอตัวของเงินเฟ้อรายเดือนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะย้อนความเสียหายที่สะสมอยู่ในงบประมาณครัวเรือนแล้ว
สำหรับครอบครัว ผลที่อาจตามมาคือการหันไปบริโภคอาหารราคาถูกมากขึ้น คุณภาพโภชนาการลดลง การกู้ยืมเพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ที่ตกต่ำกว่าเส้นความยากจนเพิ่มขึ้น ส่วนร้านค้าต้องหาทางให้บริการลูกค้าที่ไม่สามารถจ่ายเงินทันที โดยไม่แบกรับความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ตัวเลขเดือนติร์จึงไม่ได้สะท้อนเพียงเงินเฟ้อระดับสูง แต่ชี้ให้เห็นเศรษฐกิจที่ราคาอาหารพื้นฐานเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก ขณะที่ค่าจ้าง เงินบำนาญ เงินอุดหนุน และโอกาสในการทำงานไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเกราะรองรับครัวเรือนได้อย่างมั่นคง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ข้อมูลทางการของอิหร่านสำหรับเดือนติร์ 1405 ระบุเงินเฟ้อรายปี 66% เงินเฟ้อเมื่อเทียบกับปีก่อน 87.9% และเงินเฟ้อรายเดือน 3.1%
ข้อมูลทางการของอิหร่านสำหรับเดือนติร์ 1405 ระบุเงินเฟ้อรายปี 66% เงินเฟ้อเมื่อเทียบกับปีก่อน 87.9% และเงินเฟ้อรายเดือน 3.1% ราคาอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบเพิ่มขึ้น 128.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยน้ำมันและไขมันพุ่งสูงสุด 261.5%
แม้เงินเฟ้อรายเดือนจะชะลอลง แต่ราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การคว่ำบาตร ความขัดแย้ง ค่าเงินเรียลอ่อนตัว และสวัสดิการที่ไม่เพียงพอยังคงกดดันครัวเรือน