Honda และ Nissan เลือกเดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยี แทนการรวมบริษัทเข้าด้วยกัน โดยทั้งสองค่ายลงนามข้อตกลงพัฒนาร่วมเพื่อกำหนดมาตรฐาน “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ของรถยนต์ยุคใหม่ ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์ควบคุมรถและซอฟต์แวร์สำคัญหลายชั้น
ทั้งสองบริษัทมีแผนใช้สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสาน ECU และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาร่วมกันในรถยนต์รุ่นใหม่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2029 เป็นต้นไป โดยปีงบประมาณดังกล่าวครอบคลุมวันที่ 1 เมษายน 2029 ถึง 31 มีนาคม 2030
17
20
27
Honda และ Nissan จะพัฒนาอะไรด้วยกัน
ข้อตกลงครอบคลุมส่วนประกอบหลักของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ หรือ Software-Defined Vehicle (SDV) ได้แก่
- หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ECU หลัก: คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่จัดการระบบต่าง ๆ ในรถ ทั้งสองบริษัทจะกำหนดสเปกร่วมกันสำหรับ ECU หลายประเภท รวมถึงคอมพิวเตอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงและ ECU แบบโซน ซึ่งดูแลอุปกรณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ของตัวรถ
17
24
- ระบบปฏิบัติการในรถ: ซอฟต์แวร์พื้นฐานที่รองรับแอปพลิเคชันและการทำงานของรถ
- มิดเดิลแวร์: ชิ้นส่วนซอฟต์แวร์ที่เชื่อมระบบปฏิบัติการ คอมพิวเตอร์ภายในรถ และฟังก์ชันระดับสูงเข้าด้วยกัน
- ซอฟต์แวร์ควบคุมรถ: โปรแกรมที่ทำงานบน ECU ที่พัฒนาร่วมกันและควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถ
17
23
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ Honda และ Nissan จะช่วยกันสร้าง “สมองและระบบประสาท” ของรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้แต่ละแบรนด์ออกแบบตัวรถ ฟังก์ชัน และประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้แตกต่างกันได้ ข้อตกลงนี้จึงเป็นการผสานงานด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ไม่ใช่การก่อตั้งค่ายรถยนต์แห่งเดียวกัน
ทำไมการใช้ ECU และซอฟต์แวร์มาตรฐานร่วมกันจึงสำคัญ
รถยนต์ SDV พึ่งพาคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น การพัฒนาพื้นฐานเหล่านี้แยกกันโดยแต่ละบริษัทมีต้นทุนสูง และอาจทำให้ทั้งสองค่ายต้องแก้ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการเชื่อมระบบแบบเดียวกันซ้ำหลายครั้ง
แนวทางของ Honda และ Nissan คือการกำหนดสเปกร่วมและแบ่งกันพัฒนาส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งอาจช่วยลดงานวิจัยและพัฒนาที่ซ้ำซ้อน สร้างการประหยัดต่อขนาด และกระจายต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
20
24
25
การเริ่มใช้งานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2029 ยังมีนัยสำคัญ เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าวตั้งใจให้รองรับรถยนต์ SDV รุ่นใหม่ของทั้งสองบริษัทในหลายรุ่น ไม่ใช่โครงการเฉพาะกิจหรือรถเพียงรุ่นเดียว
20
27
จากความร่วมมือปี 2024 สู่ข้อตกลงใหม่หลังแผนควบรวมล่ม
Honda และ Nissan เริ่มหารือความร่วมมือกันในปี 2024 โดยครอบคลุมเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์
22 หลังจากนั้น ทั้งสองค่ายเคยเดินหน้าพิจารณาการรวมกิจการในวงกว้างขึ้น แต่การเจรจาควบรวมยุติลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2025
19
25
ข้อตกลงล่าสุดจึงเป็นความร่วมมือในรูปแบบที่แคบกว่า ทั้งสองบริษัทสามารถแบ่งปันการพัฒนาเทคโนโลยีบางส่วน โดยไม่ต้องรวมโครงสร้างการถือครองกิจการหรือการดำเนินงานเข้าด้วยกัน ทำให้ยังรักษาแบรนด์และแนวทางผลิตภัณฑ์ของตัวเองไว้ได้
Mitsubishi Motors จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่
Mitsubishi Motors มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในวงกว้างที่เชื่อมโยงกับ Nissan และ Honda อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงพัฒนามาตรฐาน ECU และซอฟต์แวร์ที่ประกาศอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ระบุว่าเป็นข้อตกลงระหว่าง Honda กับ Nissan เท่านั้น
การที่ Mitsubishi จะเข้าร่วมงานพัฒนา SDV ที่เกี่ยวข้องยังถูกกล่าวถึงในลักษณะ “อาจเข้าร่วม” หรือ “คาดว่าจะเข้าร่วม” ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ลงนามแล้ว
17
21
29
กลยุทธ์ปรับทัพรถยนต์ของ Honda ที่ต้องแยกออกจากดีล Nissan
ความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์กับ Nissan ไม่ควรสับสนกับแผนปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ของ Honda ซึ่งเป็นกลยุทธ์อีกส่วนหนึ่งที่บริษัทประกาศในปี 2026
Honda ตั้งเป้าฟื้นฟูธุรกิจรถยนต์ตลอด 3 ปีงบประมาณจนถึงเดือนมีนาคม 2029 และต้องการทำกำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029 ตัวเลขนี้รวมธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน และ Honda ระบุว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท
10
11
เร่งเครื่องไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
Honda จะเริ่มเปิดตัวรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ในปี 2027 และตั้งเป้าเปิดตัวทั่วโลกทั้งหมด 15 รุ่นภายในสิ้นปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 โดยมีอเมริกาเหนือเป็นตลาดหลักในช่วงแรก นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดขนาดใหญ่ระดับ D-segment ขึ้นไปในอเมริกาเหนือในปี 2029
2
6
เป้าหมายด้านเทคนิคของระบบไฮบริดรุ่นใหม่คือ ลดต้นทุนมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้ในปี 2023 และเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า 10% เมื่อทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มใหม่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยไฟฟ้า
2
ปรับกำลังการผลิตและแบตเตอรี่มารองรับไฮบริด
Honda มีแผนใช้กำลังการผลิตส่วนเกินในโรงงานรถยนต์ที่รัฐโอไฮโอสำหรับรถยนต์เบนซินและไฮบริด พร้อมปรับโรงงานรถยนต์ทั้งหมดในอเมริกาเหนือให้สามารถผลิตรถไฮบริดได้
บริษัทยังเตรียมเปลี่ยนสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าบางส่วนของ L-H Battery Company ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ LG Energy Solution ไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถไฮบริดแทน
2
โดยรวมแล้ว Honda วางแผนลงทุน 6.2 ล้านล้านเยนจนถึงปีงบประมาณ 2029 ครอบคลุมรถยนต์เบนซินและไฮบริด ซอฟต์แวร์ และรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันได้ระงับโครงการห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในแคนาดาอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทบทวนกลยุทธ์ EV และโยกทรัพยากรไปสนับสนุนรถไฮบริดมากขึ้น
4
5
เป้าหมาย “Triple Half” ลดครึ่งทั้งต้นทุน เวลา และภาระงาน
Honda ยังตั้งเป้าลด ต้นทุนการพัฒนา ระยะเวลาพัฒนา และภาระงานพัฒนา ลง 50% เมื่อเทียบกับระดับปี 2025 ผ่านสภาพแวดล้อมวิศวกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการปรับกระบวนการวางแผนผลิตภัณฑ์และบริหารงานพัฒนา
บริษัทระบุว่าจะลดเวลาพัฒนารถรุ่นปรับโฉมเล็กลงครึ่งหนึ่งทันที ส่วนเป้าหมายเดียวกันจะใช้กับรถรุ่นเปลี่ยนโฉมเต็มรูปแบบที่เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2028
14
อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย คือ 3 ตลาดสำคัญ
Honda ระบุให้อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดียเป็นภูมิภาคสำคัญของแผนปรับทัพครั้งนี้
สำหรับอินเดีย บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่พัฒนาให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2028 โดยเน้นรถยนต์ขนาดต่ำกว่า 4 เมตรและรถยนต์ขนาดกลาง กลยุทธ์นี้ยังเชื่อมโยงธุรกิจรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของ Honda ในอินเดียเข้ากับความพยายามดึงดูดผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนจากรถสองล้อมาใช้รถยนต์
1
6
7
ภาพใหญ่ของแผน Honda และ Nissan
สองประกาศนี้สะท้อนลำดับความสำคัญ 2 ด้านของ Honda อย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง Honda กำลังใช้รถไฮบริดและความยืดหยุ่นด้านการผลิตเพื่อฟื้นความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจรถยนต์ในระยะใกล้ อีกด้านหนึ่ง Honda และ Nissan กำลังแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นต่อรถยนต์ SDV ในระยะยาว
ข้อตกลงปี 2029 ไม่ได้หมายความว่ารถ Honda และ Nissan จะหน้าตาหรือให้ประสบการณ์เหมือนกันทั้งหมด แก่นของดีลคือการทำให้ ECU และซอฟต์แวร์พื้นฐานบางส่วนใช้มาตรฐานร่วมกัน เพื่อแบ่งเบาภาระการพัฒนาและเพิ่มขนาดการผลิต ขณะที่ทั้งสองบริษัทจะยังแข่งขันกันผ่านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และกลยุทธ์ตลาดของตัวเอง