Discord เปิดใช้การเข้ารหัสแบบ end‑to‑end เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับทุกสาย voice และ video ทำให้เฉพาะผู้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสเสียงหรือวิดีโอได้ แม้แต่ Discord เองก็ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ [4][2] ระบบใช้โปรโตคอล DAVE ที่เปิดเผยและผ่านการตรวจสอบ โดยเริ่มเปิดตัวในเดือนกันยายน 2024 และบังคับใช้กับไคลเอนต...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Discord’s rollout of end-to-end encrypted voice and video calling for all users mean for user privacy, how does this feature work. Article summary: Discord’s rollout means voice, video, and streams are now private from Discord itself by default: the company can route the call, but it should not be able to decrypt or listen to the call contents. The change moves Disc. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Discord enhances privacy with end-to-end encryption for voice and video calls. ## DAVE is designed to fully protect users' audio and video communications. Discord's DAVE with end" source context "Discord enhances privacy with end-to-end encryption for voice and video calls" Reference image 2: visual subject "# D
Discord ได้เปิดใช้ การเข้ารหัสแบบ End‑to‑End (E2EE) สำหรับทุกสาย voice และ video บนแพลตฟอร์มแล้ว ทำให้เนื้อหาการสนทนา เช่น เสียง วิดีโอ หรือการสตรีมแบบ Go Live ถูกเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และมีเพียงผู้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ แม้แต่ Discord เองก็ไม่สามารถถอดรหัสหรือดูเนื้อหาได้
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นหนึ่งในการใช้งานการเข้ารหัสแบบเรียลไทม์ในวงกว้างที่สุดบนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยครอบคลุมการโทรแบบ Direct Message, กลุ่มแชต, voice channel ในเซิร์ฟเวอร์ และการไลฟ์สตรีมที่มีผู้ใช้หลายร้อยล้านคนใช้งานอยู่
การเข้ารหัสแบบ end‑to‑end ทำให้เนื้อหาการสื่อสารถูกปกป้องตั้งแต่เครื่องผู้ส่งไปยังเครื่องผู้รับ กุญแจถอดรหัสจะอยู่เฉพาะในอุปกรณ์ของผู้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้น
แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์ของ Discord จะยังทำหน้าที่ส่งต่อแพ็กเก็ตข้อมูลเสียงและวิดีโอ แต่เซิร์ฟเวอร์จะไม่มีกุญแจที่ใช้ถอดรหัสข้อมูลเหล่านั้น
ในทางปฏิบัติหมายความว่า
อย่างไรก็ตาม การเข้ารหัสไม่ได้ซ่อนทุกอย่าง แพลตฟอร์มยังคงเห็น ข้อมูลเมตา (metadata) บางประเภท เช่น ใครโทรหาใคร เวลาในการโทร หรือข้อมูลการเชื่อมต่อทางเทคนิค เพราะจำเป็นต่อการทำงานของระบบ
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Stage Channels ซึ่งเป็นการถ่ายทอดแบบผู้พูดหนึ่งคนไปยังผู้ฟังจำนวนมาก ยังไม่ได้ใช้การเข้ารหัส end‑to‑end เนื่องจากโครงสร้างของระบบแตกต่างจากการโทรแบบกลุ่มทั่วไป
ระบบเข้ารหัสของ Discord สร้างขึ้นบนโปรโตคอลชื่อ DAVE (Discord Audio & Video End‑to‑End Encryption) ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับการสื่อสารเสียงและวิดีโอแบบเรียลไทม์ และมีการเผยแพร่รายละเอียดให้ตรวจสอบได้อย่างเปิดเผย
แนวคิดหลักคล้ายกับแอปส่งข้อความที่เน้นความเป็นส่วนตัวอย่าง Signal
เพราะกุญแจอยู่ในอุปกรณ์ผู้ใช้ Discord จึงไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลได้ แม้ว่าจะเป็นผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานของระบบก็ตาม
อินเทอร์เฟซของ Discord ยังมีตัวบ่งชี้ในหน้าการโทร เพื่อยืนยันว่าการสนทนานั้นถูกเข้ารหัสแบบ end‑to‑end แล้ว
การเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นหลายขั้นตอน
กันยายน 2024: Discord เปิดตัวโปรโตคอล DAVE เพื่อใช้เข้ารหัสการโทรเสียงและวิดีโอ โดยเริ่มนำมาใช้กับการโทรใน DM, กลุ่มแชต, voice channel และ Go Live
ปี 2025: ระบบ DAVE ถูกขยายไปยังทุกแพลตฟอร์มที่ใช้ Discord รวมถึงเดสก์ท็อป มือถือ เบราว์เซอร์ และเครื่องเกมคอนโซล
1 มีนาคม 2026: Discord กำหนดให้ไคลเอนต์ทุกตัวต้องรองรับระบบเข้ารหัสนี้เพื่อเข้าร่วมการโทร ทำให้การโทรแบบไม่เข้ารหัสถูกยกเลิก
18 พฤษภาคม 2026: บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการว่าการโทร voice และ video ทุกสายบน Discord ถูกเข้ารหัสแบบ end‑to‑end โดยค่าเริ่มต้นแล้ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดใช้การเข้ารหัสเต็มรูปแบบของ Discord เกิดขึ้นในช่วงที่บางแพลตฟอร์มกำลังลดการใช้การเข้ารหัส
Meta ยุติการรองรับการส่งข้อความแบบเข้ารหัส end‑to‑end บน Instagram Direct Messages เมื่อ 8 พฤษภาคม 2026 ฟีเจอร์นี้เคยเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้บางภูมิภาคตั้งแต่ปี 2023
หลังจากการเปลี่ยนแปลง ข้อความใน Instagram กลับไปใช้การเข้ารหัสแบบที่เซิร์ฟเวอร์ของ Meta สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้เมื่อจำเป็น เช่น สำหรับการดูแลความปลอดภัยหรือการร้องขอจากหน่วยงานรัฐ
TikTok ก็เลือกแนวทางที่ต่างออกไปเช่นกัน โดยระบุในปี 2026 ว่า ไม่มีแผนจะเพิ่มการเข้ารหัสแบบ end‑to‑end สำหรับข้อความส่วนตัว เนื่องจากบริษัทมองว่าเทคโนโลยีนี้อาจทำให้ทีมความปลอดภัยและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบพฤติกรรมที่เป็นอันตรายได้ยากขึ้น
นั่นหมายความว่า TikTok ยังสามารถเข้าถึงเนื้อหาข้อความที่เก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ได้ ต่างจากระบบที่ใช้การเข้ารหัสเต็มรูปแบบ
การเปิดใช้การเข้ารหัสสำหรับทุกสายของ Discord แสดงให้เห็นว่าการสื่อสารแบบเรียลไทม์ขนาดใหญ่สามารถใช้ end‑to‑end encryption เป็นค่าเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้ตั้งค่าด้วยตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ภาพรวมของอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดียกำลังแตกออกเป็นสองแนวทาง บางแพลตฟอร์มเน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด ขณะที่บางแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและความปลอดภัยของผู้ใช้มากกว่า
สำหรับผู้ใช้ Discord ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ การโทรเสียงและวิดีโอทั้งหมดถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ และโดยหลักการแล้ว แม้แต่บริษัทที่ให้บริการเองก็ไม่สามารถฟังการสนทนาได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Discord เปิดใช้การเข้ารหัสแบบ end‑to‑end เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับทุกสาย voice และ video ทำให้เฉพาะผู้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสเสียงหรือวิดีโอได้ แม้แต่ Discord เองก็ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ [4][2]
Discord เปิดใช้การเข้ารหัสแบบ end‑to‑end เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับทุกสาย voice และ video ทำให้เฉพาะผู้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสเสียงหรือวิดีโอได้ แม้แต่ Discord เองก็ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ [4][2] ระบบใช้โปรโตคอล DAVE ที่เปิดเผยและผ่านการตรวจสอบ โดยเริ่มเปิดตัวในเดือนกันยายน 2024 และบังคับใช้กับไคลเอนต์ทั้งหมดภายในวันที่ 1 มีนาคม 2026 ก่อนประกาศใช้งานเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคม 2026 [12][1][4]
การเคลื่อนไหวของ Discord เกิดขึ้นในช่วงที่บางแพลตฟอร์มเดินไปอีกทาง เช่น Meta ยุติการเข้ารหัส DM ของ Instagram ในเดือนพฤษภาคม 2026 และ TikTok ระบุว่าจะไม่เพิ่มการเข้ารหัส end‑to‑end สำหรับข้อความส่วนตัว [17][40]