ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเกิน 22,000 ยูนิตในครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากปีก่อน [2] AGIBOT ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดส่งมอบราว 9,700 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 43% ตามด้วย Unitree ที่ส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต คิดเป็น 31% [2] Counterpoint Research คาดว่ายอดส่งมอบทั่วโลกตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Counterpoint Research’s report reveal about the global humanoid-robot market in the first half of 2026—including shipments exceedi. Article summary: Counterpoint Research portrays H1 2026 as a transition from humanoid-robot experimentation to early commercial scale: global shipments exceeded 22,000 units, nearly 300% higher year over year. China-based leaders dominat. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
รายงานของ Counterpoint Research สะท้อนว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคสาธิตเทคโนโลยีและการทดลองขนาดเล็ก เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระดับที่ขยายได้ โดยยอดส่งมอบทั่วโลกในครึ่งแรกของปี 2026 เกิน 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่โรงงานอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และงานบริการเริ่มมีบทบาทมากขึ้น จากเดิมที่ยอดส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง การแสดง รวมถึงงานเก็บข้อมูลและการวิจัย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขยับจากโครงการนำร่องไปสู่การติดตั้งซ้ำในหลายสถานที่
ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ทะลุ 22,000 ยูนิต หรือเติบโตเกือบ 300% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ตลาดยังมีการกระจุกตัวสูง โดย AGIBOT, Unitree, Galbot, UBTECH และ Leju Robotics รวมกันคิดเป็น 86% ของยอดส่งมอบทั่วโลก ตัวเลขนี้หมายถึงส่วนแบ่งของผู้ผลิต 5 รายที่มีอันดับสูงสุด ไม่ใช่ตัวเลขที่ระบุว่าประเทศจีนมีส่วนแบ่งตลาด 86% โดยตรง
การจัดอันดับตามยอดส่งมอบในครึ่งแรกปี 2026 มีดังนี้
AGIBOT มีระยะห่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน เพราะยอดส่งมอบของบริษัทเพียงรายเดียวคิดเป็นมากกว่าสองในห้าของยอดรวมทั่วโลก ขณะที่ Unitree อยู่ในอันดับสอง และผู้ผลิตอีก 3 รายมีส่วนแบ่งเป็นเลขหลักเดียว
รายงานระบุสัญญาณหลายประการที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตกำลังพยายามเปลี่ยนความสามารถทางเทคนิคให้กลายเป็นการใช้งานจริงในกระบวนการทำงาน
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างเหล่านี้ยังไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถูกใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายและเต็มรูปแบบแล้ว แต่ชี้ให้เห็นว่าการพูดคุยเชิงพาณิชย์กำลังเปลี่ยนจากการสาธิตในห้องทดลอง ไปสู่สายการผลิต กระบวนการโลจิสติกส์ และงานที่สามารถทำซ้ำและวัดผลทางเศรษฐกิจได้
ในครึ่งแรกปี 2026 กลุ่มงานความบันเทิงและการแสดง รวมถึงงานผลิตข้อมูลและการวิจัย ยังคงเป็นกลุ่มการใช้งานที่มีสัดส่วนยอดส่งมอบสูงที่สุด เมื่อรวมกันยังคิดเป็นมากกว่า 60% แม้สัดส่วนจะลดลงจากระดับก่อนหน้า โดยข้อมูลสรุปสาธารณะของ Counterpoint ไม่ได้แยกตัวเลขของ 2 หมวดนี้ออกจากกัน
สัดส่วนการใช้งานกลุ่มอื่นมีดังนี้
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนตลาดที่กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน หมวดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระยะแรกยังสร้างยอดส่งมอบส่วนใหญ่ แต่การผลิตและโลจิสติกส์กำลังเพิ่มสัดส่วน เพราะเป็นงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและสามารถประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ง่ายกว่า
Counterpoint Research คาดว่ายอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต หรือเติบโต 210% เมื่อเทียบกับทั้งปี 2025
สำหรับครึ่งหลังของปี บริษัทวิจัยคาดว่าโครงการนำร่องที่ผ่านการทดสอบและยืนยันผลแล้วในภาคบริการและอุตสาหกรรม จะเริ่มขยับไปสู่การติดตั้งในจำนวนมากขึ้น พื้นที่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ การปฏิบัติงานประจำในศูนย์กลางการคมนาคม งานด้านการผลิต การขาย และบริการหลังการขายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนงานหยิบจับ คัดแยก และตรวจสอบที่มีมาตรฐานในโรงงานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลุ่ม 3C และศูนย์โลจิสติกส์
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน การขยายตัวจะขึ้นอยู่กับว่าหุ่นยนต์สามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมจริง และสร้างความคุ้มค่ามากพอให้ผู้ใช้งานขยายโครงการจากจุดทดลองไปยังหลายพื้นที่ได้หรือไม่
Counterpoint มองว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า งานบริการและภาคอุตสาหกรรมจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของความต้องการ หลังจากความบันเทิงและงานเก็บข้อมูลมีบทบาทนำในระยะแรก
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้การแข่งขันไม่ได้วัดกันเฉพาะความสามารถของตัวหุ่นยนต์หรือความเร็วในการผลิตอีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถแบบครบวงจร ได้แก่
พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้น ตลาดระยะต่อไปจะไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครนำหุ่นยนต์ออกมาโชว์ได้มากที่สุด แต่จะวัดว่าใครทำให้หุ่นยนต์ทำงานที่กำหนดไว้ได้สม่ำเสมอ เก็บข้อมูลการปฏิบัติงานที่มีประโยชน์ และขยายการใช้งานไปยังหลายสถานที่ได้จริง
ครึ่งแรกของปี 2026 เป็นช่วงเติบโตครั้งสำคัญของตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ยอดส่งมอบทั่วโลกเกิน 22,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบ 300% ขณะที่ผู้ผลิต 5 รายจากจีนครองรวมกัน 86% ของตลาด และการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมกับบริการเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
หากเป็นไปตามคาดการณ์ของ Counterpoint ยอดส่งมอบตลอดทั้งปีจะเกิน 50,000 ยูนิต แต่บททดสอบที่สำคัญกว่าคือ โครงการนำร่องในโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์คมนาคม และงานยานยนต์จะพัฒนาเป็นการใช้งานที่ทำซ้ำได้จริงหรือไม่ รวมถึงผู้ผลิตจะเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ โมเดล AI ขั้นสูง กระบวนการทำงานเฉพาะอุตสาหกรรม และระบบข้อมูลให้เป็นโซลูชันที่สร้างมูลค่าวัดผลได้หรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเกิน 22,000 ยูนิตในครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากปีก่อน [2]
ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเกิน 22,000 ยูนิตในครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากปีก่อน [2] AGIBOT ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดส่งมอบราว 9,700 ยูนิต และส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 43% ตามด้วย Unitree ที่ส่งมอบมากกว่า 7,000 ยูนิต คิดเป็น 31% [2]
Counterpoint Research คาดว่ายอดส่งมอบทั่วโลกตลอดปี 2026 จะเกิน 50,000 ยูนิต ขณะที่โครงการนำร่องในภาคอุตสาหกรรมและบริการมีแนวโน้มขยายสู่การใช้งานในวงกว้าง [2]