สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2] ตัวเลขกำลังผลิตติดตั้งไม่เท่ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงหรือกำลังไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ เพราะโซลาร์ผลิตไม่ได้ในเวลากลางคืนและแปรผันตามสภาพอากาศ ขณะ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does China’s milestone of solar power capacity overtaking coal capacity for the first time reveal about the country’s electricity trans. Article summary: China’s solar milestone shows that its power transition has moved from an aspiration to an industrial-scale buildout—but not yet to a coal-free electricity system. It signals global leadership in photovoltaic deployment . Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
จีนมีพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าถ่านหินแล้วเป็นครั้งแรก หากวัดจาก กำลังผลิตติดตั้ง แต่ไม่ควรตีความว่าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เข้ามาแทนที่ถ่านหินในการจ่ายไฟของประเทศแล้ว
สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ (PV) ติดตั้งอยู่ 1.286 เทราวัตต์ (TW) เฉือนกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1.285 เทราวัตต์ โดยโซลาร์คิดเป็นราว 31.5% ของกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดของประเทศ 1
2
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยืนยันว่าจีนสามารถติดตั้งโซลาร์ในระดับมหาศาลได้จริง ทว่า “กำลังผลิตติดตั้ง” ไม่ใช่ “ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้” และไม่ใช่ “กำลังไฟฟ้าที่พร้อมใช้ได้อย่างเชื่อถือได้” โซลาร์ผลิตไฟได้เมื่อมีแสงแดด ขณะที่ถ่านหินยังสั่งเดินเครื่องได้ตามความต้องการ และยังผลิตไฟฟ้ารวมมากกว่าโซลาร์อย่างมาก 1
การแซงครั้งนี้ทำให้โซลาร์กลายเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของจีน ในเชิงกำลังผลิตตามป้ายชื่อเครื่องจักร ไม่ใช่ในเชิงหน่วยไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่ระบบตลอดทั้งปี
การขยายตัวมาจากทั้งโครงการโซลาร์ขนาดใหญ่และโซลาร์แบบกระจายตัว เช่น บนหลังคาอาคาร โดยจากกำลังผลิตรวม 1.286 เทราวัตต์ มีโซลาร์ขนาดใหญ่ 704 กิกะวัตต์ และโซลาร์แบบกระจายตัว 582 กิกะวัตต์ 3
ภาพนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสลับอันดับในเดือนเดียว แต่สะท้อนว่าพลังงานหมุนเวียนกลายเป็นแกนสำคัญของการขยายระบบไฟฟ้าและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมจีนแล้ว กำลังผลิตโซลาร์ที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความจำเป็นในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงที่แสงอาทิตย์ผลิตไฟได้ และช่วยหนุนบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทานโซลาร์เซลล์โลก
อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างโซลาร์กับถ่านหินไม่ใช่สัญญาณว่าจีนเลิกใช้ถ่านหินแล้ว กำลังผลิตติดตั้งหมายถึงผลผลิตสูงสุดตามพิกัดของอุปกรณ์ภายใต้เงื่อนไขเหมาะสม แต่ไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีนั้นผลิตได้กี่กิโลวัตต์-ชั่วโมงตลอดปี หรือจะจ่ายไฟได้แน่นอนเพียงใดในช่วงพีกยามเย็น วันที่เมฆมาก หรือเมื่อเกิดความตึงตัวของไฟฟ้าในบางภูมิภาค
ข้อจำกัดด้านเวลาของโซลาร์หลีกเลี่ยงไม่ได้: กลางคืนผลิตไฟไม่ได้ และผลผลิตผันแปรตามสภาพอากาศกับฤดูกาล ต่างจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สามารถสั่งเดินเครื่องเมื่อระบบต้องการได้ นี่คือเหตุผลที่โซลาร์ยังตามหลังถ่านหินอย่างมากในแง่การผลิตไฟฟ้าจริง แม้จะแซงหน้าในด้านกำลังผลิตติดตั้งแล้ว 1
ความต่างนี้สำคัญต่อการประเมินการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีน:
โซลาร์ 1.286 เทราวัตต์เป็นทรัพยากรพลังงานขนาดมหาศาล แต่ไม่อาจรับประกันการจ่ายไฟหลังตะวันตกดินได้ด้วยตัวเอง ระบบที่มีสัดส่วนพลังงานแปรผันสูงจึงต้องมีทรัพยากรและเครื่องมืออื่นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานทุกชั่วโมง
ถ่านหินยังสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจีน เพราะจ่ายไฟได้ตามคำสั่งเมื่อผลผลิตโซลาร์ลดลงหรือความต้องการพุ่งขึ้น ประเด็นระยะใกล้จึงไม่ใช่แค่ว่ามีกำลังผลิตถ่านหินอยู่เท่าไร แต่อยู่ที่การใช้งาน: การเดินเครื่องถ่านหินมากตลอดปีปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าระบบที่ใช้ถ่านหินน้อยลง และปรับบทบาทไปเป็นแหล่งความยืดหยุ่นกับกำลังสำรองมากขึ้น
ทิศทางนโยบายจีนยอมรับโจทย์การรักษาสมดุลนี้ แผนพลังงานปี 2026-2030 ตั้งเป้าสร้างระบบพลังงานที่สะอาด คาร์บอนต่ำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพภายในปี 2030 พร้อมระบุว่าการใช้ถ่านหินและน้ำมันควรแตะจุดสูงสุด และต้องทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมั่นคงและเป็นลำดับ 22
ดังนั้น ตัวชี้วัดการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงคือ พลังงานหมุนเวียนสามารถเข้าไปแทนที่ การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ได้มากขึ้นเพียงใด ไม่ใช่เพียงการจัดอันดับกำลังผลิตติดตั้ง
แผนของจีนกำลังให้ความสำคัญกับระบบรองรับพลังงานหมุนเวียน มากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จีนอธิบายถึงการเปลี่ยนจุดเน้นจากการขยายกำลังผลิตพลังงานใหม่ ไปสู่การสร้างระบบพลังงานที่รองรับและผสานพลังงานเหล่านี้ได้ 45
โจทย์หลักมีดังนี้
การลงทุนโครงข่ายจึงสำคัญพอ ๆ กับการติดตั้งแผง จีนระบุว่าจะลงทุนด้านโครงข่ายไฟฟ้ามากกว่า 5 ล้านล้านหยวนในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 ซึ่งครอบคลุมเส้นทางส่งไฟฟ้า โครงการช่วยเหลือระหว่างมณฑล และการยกระดับโครงข่ายจำหน่ายไฟ 51
แผนระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 วางเป้าหมายสูงเพื่อเปลี่ยนการเติบโตของกำลังผลิตให้กลายเป็นไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่ผลิตได้จริง:
เป้าหมายเหล่านี้ย้ำว่า การเพิ่มแผงโซลาร์และกังหันลมยังจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ งานตัดสินผลสำเร็จคือการสร้างโครงข่าย ระบบกักเก็บพลังงาน กติกาตลาด และการใช้ไฟที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเชื่อถือได้
หมุดหมายเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นหลักฐานทรงพลังถึงขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของจีน โซลาร์ไม่ใช่ส่วนเล็ก ๆ ของการขยายระบบไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันการจ่ายไฟในชีวิตประจำวันแทนถ่านหิน
หมุดหมายถัดไปที่มีความหมายกว่าจะอยู่ที่ปริมาณไฟฟ้าที่ส่งถึงผู้ใช้ การผลิตจากถ่านหินที่ลดลง และความเชื่อถือได้ของระบบที่ยังรักษาไว้ได้ หากจีนจับคู่การขยายโซลาร์อย่างรวดเร็วกับสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และการเดินระบบที่ยืดหยุ่นได้ การแซงหน้าครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างวิธีผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอันดับตามจำนวนอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2]
สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2] ตัวเลขกำลังผลิตติดตั้งไม่เท่ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงหรือกำลังไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ เพราะโซลาร์ผลิตไม่ได้ในเวลากลางคืนและแปรผันตามสภาพอากาศ ขณะที่ถ่านหินยังเดินเครื่องตามความต้องการได้ [1]
เป้าหมายปี 2030 ของจีนจึงไม่ได้มีแค่การเพิ่มแผงโซลาร์ แต่รวมถึงไฟฟ้าจากแหล่งไม่ใช่ฟอสซิล 50% ระบบหมุนเวียนราว 3.5 เทราวัตต์ และกำลังลม โซลาร์รวมเกิน 2.8 เทราวัตต์ [17][24]
สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2] ตัวเลขกำลังผลิตติดตั้งไม่เท่ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงหรือกำลังไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ เพราะโซลาร์ผลิตไม่ได้ในเวลากลางคืนและแปรผันตามสภาพอากาศ ขณะ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does China’s milestone of solar power capacity overtaking coal capacity for the first time reveal about the country’s electricity trans. Article summary: China’s solar milestone shows that its power transition has moved from an aspiration to an industrial-scale buildout—but not yet to a coal-free electricity system. It signals global leadership in photovoltaic deployment . Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
จีนมีพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าถ่านหินแล้วเป็นครั้งแรก หากวัดจาก กำลังผลิตติดตั้ง แต่ไม่ควรตีความว่าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เข้ามาแทนที่ถ่านหินในการจ่ายไฟของประเทศแล้ว
สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ (PV) ติดตั้งอยู่ 1.286 เทราวัตต์ (TW) เฉือนกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1.285 เทราวัตต์ โดยโซลาร์คิดเป็นราว 31.5% ของกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดของประเทศ 1
2
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยืนยันว่าจีนสามารถติดตั้งโซลาร์ในระดับมหาศาลได้จริง ทว่า “กำลังผลิตติดตั้ง” ไม่ใช่ “ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้” และไม่ใช่ “กำลังไฟฟ้าที่พร้อมใช้ได้อย่างเชื่อถือได้” โซลาร์ผลิตไฟได้เมื่อมีแสงแดด ขณะที่ถ่านหินยังสั่งเดินเครื่องได้ตามความต้องการ และยังผลิตไฟฟ้ารวมมากกว่าโซลาร์อย่างมาก 1
การแซงครั้งนี้ทำให้โซลาร์กลายเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของจีน ในเชิงกำลังผลิตตามป้ายชื่อเครื่องจักร ไม่ใช่ในเชิงหน่วยไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่ระบบตลอดทั้งปี
การขยายตัวมาจากทั้งโครงการโซลาร์ขนาดใหญ่และโซลาร์แบบกระจายตัว เช่น บนหลังคาอาคาร โดยจากกำลังผลิตรวม 1.286 เทราวัตต์ มีโซลาร์ขนาดใหญ่ 704 กิกะวัตต์ และโซลาร์แบบกระจายตัว 582 กิกะวัตต์ 3
ภาพนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสลับอันดับในเดือนเดียว แต่สะท้อนว่าพลังงานหมุนเวียนกลายเป็นแกนสำคัญของการขยายระบบไฟฟ้าและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมจีนแล้ว กำลังผลิตโซลาร์ที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความจำเป็นในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงที่แสงอาทิตย์ผลิตไฟได้ และช่วยหนุนบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทานโซลาร์เซลล์โลก
อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างโซลาร์กับถ่านหินไม่ใช่สัญญาณว่าจีนเลิกใช้ถ่านหินแล้ว กำลังผลิตติดตั้งหมายถึงผลผลิตสูงสุดตามพิกัดของอุปกรณ์ภายใต้เงื่อนไขเหมาะสม แต่ไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีนั้นผลิตได้กี่กิโลวัตต์-ชั่วโมงตลอดปี หรือจะจ่ายไฟได้แน่นอนเพียงใดในช่วงพีกยามเย็น วันที่เมฆมาก หรือเมื่อเกิดความตึงตัวของไฟฟ้าในบางภูมิภาค
ข้อจำกัดด้านเวลาของโซลาร์หลีกเลี่ยงไม่ได้: กลางคืนผลิตไฟไม่ได้ และผลผลิตผันแปรตามสภาพอากาศกับฤดูกาล ต่างจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สามารถสั่งเดินเครื่องเมื่อระบบต้องการได้ นี่คือเหตุผลที่โซลาร์ยังตามหลังถ่านหินอย่างมากในแง่การผลิตไฟฟ้าจริง แม้จะแซงหน้าในด้านกำลังผลิตติดตั้งแล้ว 1
ความต่างนี้สำคัญต่อการประเมินการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีน:
โซลาร์ 1.286 เทราวัตต์เป็นทรัพยากรพลังงานขนาดมหาศาล แต่ไม่อาจรับประกันการจ่ายไฟหลังตะวันตกดินได้ด้วยตัวเอง ระบบที่มีสัดส่วนพลังงานแปรผันสูงจึงต้องมีทรัพยากรและเครื่องมืออื่นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานทุกชั่วโมง
ถ่านหินยังสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจีน เพราะจ่ายไฟได้ตามคำสั่งเมื่อผลผลิตโซลาร์ลดลงหรือความต้องการพุ่งขึ้น ประเด็นระยะใกล้จึงไม่ใช่แค่ว่ามีกำลังผลิตถ่านหินอยู่เท่าไร แต่อยู่ที่การใช้งาน: การเดินเครื่องถ่านหินมากตลอดปีปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าระบบที่ใช้ถ่านหินน้อยลง และปรับบทบาทไปเป็นแหล่งความยืดหยุ่นกับกำลังสำรองมากขึ้น
ทิศทางนโยบายจีนยอมรับโจทย์การรักษาสมดุลนี้ แผนพลังงานปี 2026-2030 ตั้งเป้าสร้างระบบพลังงานที่สะอาด คาร์บอนต่ำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพภายในปี 2030 พร้อมระบุว่าการใช้ถ่านหินและน้ำมันควรแตะจุดสูงสุด และต้องทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมั่นคงและเป็นลำดับ 22
ดังนั้น ตัวชี้วัดการเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงคือ พลังงานหมุนเวียนสามารถเข้าไปแทนที่ การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ได้มากขึ้นเพียงใด ไม่ใช่เพียงการจัดอันดับกำลังผลิตติดตั้ง
แผนของจีนกำลังให้ความสำคัญกับระบบรองรับพลังงานหมุนเวียน มากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จีนอธิบายถึงการเปลี่ยนจุดเน้นจากการขยายกำลังผลิตพลังงานใหม่ ไปสู่การสร้างระบบพลังงานที่รองรับและผสานพลังงานเหล่านี้ได้ 45
โจทย์หลักมีดังนี้
การลงทุนโครงข่ายจึงสำคัญพอ ๆ กับการติดตั้งแผง จีนระบุว่าจะลงทุนด้านโครงข่ายไฟฟ้ามากกว่า 5 ล้านล้านหยวนในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 ซึ่งครอบคลุมเส้นทางส่งไฟฟ้า โครงการช่วยเหลือระหว่างมณฑล และการยกระดับโครงข่ายจำหน่ายไฟ 51
แผนระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 วางเป้าหมายสูงเพื่อเปลี่ยนการเติบโตของกำลังผลิตให้กลายเป็นไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่ผลิตได้จริง:
เป้าหมายเหล่านี้ย้ำว่า การเพิ่มแผงโซลาร์และกังหันลมยังจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ งานตัดสินผลสำเร็จคือการสร้างโครงข่าย ระบบกักเก็บพลังงาน กติกาตลาด และการใช้ไฟที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเชื่อถือได้
หมุดหมายเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นหลักฐานทรงพลังถึงขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของจีน โซลาร์ไม่ใช่ส่วนเล็ก ๆ ของการขยายระบบไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันการจ่ายไฟในชีวิตประจำวันแทนถ่านหิน
หมุดหมายถัดไปที่มีความหมายกว่าจะอยู่ที่ปริมาณไฟฟ้าที่ส่งถึงผู้ใช้ การผลิตจากถ่านหินที่ลดลง และความเชื่อถือได้ของระบบที่ยังรักษาไว้ได้ หากจีนจับคู่การขยายโซลาร์อย่างรวดเร็วกับสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และการเดินระบบที่ยืดหยุ่นได้ การแซงหน้าครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างวิธีผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอันดับตามจำนวนอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2]
สิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 จีนมีกำลังผลิตโซลาร์เซลล์ติดตั้ง 1.286 เทราวัตต์ สูงกว่าถ่านหินที่ 1.285 เทราวัตต์ ทำให้โซลาร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าอันดับหนึ่งเมื่อวัดจากกำลังผลิตติดตั้ง [1][2] ตัวเลขกำลังผลิตติดตั้งไม่เท่ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงหรือกำลังไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ เพราะโซลาร์ผลิตไม่ได้ในเวลากลางคืนและแปรผันตามสภาพอากาศ ขณะที่ถ่านหินยังเดินเครื่องตามความต้องการได้ [1]
เป้าหมายปี 2030 ของจีนจึงไม่ได้มีแค่การเพิ่มแผงโซลาร์ แต่รวมถึงไฟฟ้าจากแหล่งไม่ใช่ฟอสซิล 50% ระบบหมุนเวียนราว 3.5 เทราวัตต์ และกำลังลม โซลาร์รวมเกิน 2.8 เทราวัตต์ [17][24]