การขยายกำลังผลิต Waveguide ในจีนช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชิ้นส่วนในห้องทดลองที่หาได้ยาก สู่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมที่มีรายงานกำลังผลิตระดับล้านชิ้น SRG ยังเป็นเส้นทางหลักสำหรับปริมาณการผลิตระยะใกล้ ขณะที่ VHG กำลังก้าวผ่านการผลิตแบบอัตโนมัติ และ PVG ยังคงเป็นสายการผลิตนำร่องที่มีขนาดเล็กกว่าแต่แตกต...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does China’s AR optical waveguide industry reaching a structural “mass-production year” in the first half of 2026 mean for its technolo. Article summary: China’s “mass-production year” means that AR waveguides are becoming an industrial supply-chain capability rather than a scarce lab component. It is a major competitive milestone, but not yet proof of a mass consumer mar. Topic tags: general, general web, user generated, academic. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, char
อุตสาหกรรมออปติคัลเวฟไกด์สำหรับแว่น AR ของจีนกำลังผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2026 บริษัทหลายแห่งรายงานหรือวางแผนกำลังผลิตระดับล้านชิ้น ขณะที่สายการผลิตนำร่อง PVG ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากำลังทดสอบแนวทางที่แตกต่างออกไป
สิ่งนี้ทำให้แนวโน้มการจัดหาออปติกสำหรับแว่น AR แบบมองทะลุโปร่งใสดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดผู้บริโภคพร้อมแล้ว
ประเด็นสำคัญคือ ต้องแยก กำลังการผลิต, ผลผลิตที่ผ่านการรับรองคุณภาพ, ยอดส่งมอบให้ลูกค้า และ ความต้องการอุปกรณ์ปลายทางที่ทำกำไรได้ ออกจากกัน เพราะตัวเลขแรกกำลังมาเร็วกว่าสามตัวเลขที่เหลือ
ความสำคัญของปี 2026 ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซัพพลายเออร์จีนไม่ได้มอง Waveguide เป็นเพียงชิ้นส่วนวิจัยอีกต่อไป แต่กำลังสร้างโรงงานเฉพาะทาง ระบบอัตโนมัติ และกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์กับลูกค้า
ตัวอย่างที่มีการรายงาน ได้แก่ Greatar-Tech ซึ่งตั้งเป้าผลิต SRG จำนวน 1 ล้านชิ้น, AAC Technologies ซึ่งวางแผนกำลังผลิต SRG ระดับล้านชิ้น และ Nika Optical ซึ่งเปิดสายการผลิต VHG แบบอัตโนมัติที่มีกำลังผลิตปีละ 1 ล้านชิ้น โดยโรงงานในเทียนจินและกว่างโจวของ Nika มีกำลังผลิตร่วมกัน 1.3 ล้านชิ้นต่อปี 1
3
4
7
ส่วนสายการผลิต PVG ของ Parallel Vision มีขนาดเล็กกว่ามาก โดยออกแบบไว้ที่ประมาณ 50,000 แผ่นต่อปี แต่มีความสำคัญเพราะเป็นความพยายามนำเส้นทางออปติกอีกแบบเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม แทนที่จะเพียงขยายเทคโนโลยีเดิม 1
3
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านว่าเป็นหลักฐานว่าซัพพลายเชนกำลังเข้าสู่ระยะอุตสาหกรรม ไม่ควรตีความว่าโรงงานทั้งหมดเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว หรือสามารถผลิตโมดูลที่ขายได้ด้วยอัตราผลผลิตและคุณภาพเท่ากัน
Surface-Relief Grating หรือ SRG ใช้โครงสร้างตะแกรงระดับนาโนบนพื้นผิวของ Waveguide เพื่อรับแสงเข้าสู่เลนส์ ขยายพื้นที่การมองเห็นของรูม่านตา หรือ eyebox และนำแสงออกไปยังดวงตา ความพร้อมของกระบวนการผลิต รูปทรงที่บาง และความยืดหยุ่นในการออกแบบ เป็นเหตุผลที่บริษัทอย่าง Greatar-Tech และ AAC Technologies เดินหน้าขยายกำลังผลิต 1
3
34
แต่ SRG ยังมีข้อแลกเปลี่ยนด้านออปติกที่แก้ได้ยาก เช่น ลายรุ้ง แสงฟุ้ง แสงรั่ว และความไม่สม่ำเสมอของสี นอกจากนี้ ประสิทธิภาพแสงยังอาจลดลงอย่างมากเมื่อเพิ่มมุมมอง โดยการเปรียบเทียบเชิงวิชาการที่อ้างถึงในวารสาร Light: Science & Applications ระบุว่า ในการสาธิตชุดหนึ่ง ประสิทธิภาพลดจากประมาณ 10% ที่มุมมอง 20 องศา เหลือประมาณ 3% ที่มุมมอง 30 องศา 33
AAC ระบุว่าเลนส์ SRG ของบริษัทผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือจากลูกค้าชั้นนำหลายราย และได้รับการกำหนดให้เข้าสู่ความร่วมมือด้านการผลิตจำนวนมาก โดยบางโครงการเริ่มเพิ่มกำลังผลิตแล้ว และคาดว่าจะมีช่วงเวลาส่งมอบขนาดใหญ่ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2026 5
8
Volume Holographic Grating หรือ VHG สร้างโครงสร้างตะแกรงไว้ภายในเนื้อวัสดุ แทนที่จะทำเป็นโครงสร้างบนพื้นผิว วิธีนี้มีศักยภาพในการสร้างออปติกที่บางและโปร่งใส พร้อมประสิทธิภาพการเลี้ยวเบนที่น่าสนใจ ขณะที่กระบวนการผลิตด้วยการฉายแสงมีโอกาสพัฒนาไปสู่ระบบอัตโนมัติได้ 34
46
ดังนั้น สายการผลิต VHG แบบอัตโนมัติระดับล้านชิ้นของ Nika จึงสำคัญไม่ใช่เพราะเป็นผู้ชนะการแข่งขันทางเทคโนโลยี แต่เพราะกำลังทดสอบว่า VHG จะก้าวจากการสาธิตไปสู่การผลิตอุตสาหกรรมที่ทำซ้ำได้หรือไม่ คำถามที่ยังต้องตอบ ได้แก่ ความสม่ำเสมอของวัสดุโฮโลกราฟิก การตอบสนองต่อความยาวคลื่นและมุมตกกระทบ ความเสถียรต่อสภาพแวดล้อม มุมมอง และอัตราผลผลิต
Polarization-Volume Grating หรือ PVG ใช้โฮโลกราฟีเชิงปริมาตรที่เลือกตอบสนองต่อโพลาไรเซชัน งานวิจัยเชิงวิชาการระบุแนวทางที่อาจช่วยจัดการข้อแลกเปลี่ยนระหว่างประสิทธิภาพการรับแสงกับความสม่ำเสมอของ eyebox ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสถาปัตยกรรม Waveguide แบบเดิม 33
40
ด้วยเหตุนี้ สายการผลิตนำร่องของ Parallel Vision จึงมีความสำคัญในฐานะสัญญาณด้านการผลิตและเทคโนโลยี มากกว่าจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในระยะใกล้ กำลังผลิตที่ออกแบบไว้ราว 50,000 ชิ้นต่อปี ยังต่ำกว่าโครงการ SRG และ VHG ระดับล้านชิ้นอย่างมาก PVG จึงยังต้องพิสูจน์ความสม่ำเสมอของกระบวนการวัสดุ ต้นทุน อัตราผลผลิต และความทนทานระยะยาวเมื่อขยายขนาดการผลิต 1
3
ข้อสรุปในภาพรวมคือ ยังไม่มีเส้นทางใดชนะอย่างเด็ดขาด SRG อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมทำปริมาณในระยะใกล้ VHG กำลังข้ามด่านสำคัญด้านการผลิต และ PVG เปิดทางเลือกสำหรับอนาคต ผู้ผลิตอุปกรณ์จึงสามารถเลือกข้อแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันระหว่างความสว่าง ความโปร่งใส มุมมอง คุณภาพภาพ ต้นทุน และความง่ายในการผลิต
สัญญาณด้านอุปสงค์กำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับการลงทุนสร้างโรงงาน Counterpoint รายงานว่า การจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะทั่วโลกเพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสแรกของปี 2026 ขณะที่การจัดส่งแว่น AR เพิ่มขึ้น 136% และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Waveguide เพิ่มสัดส่วนในตลาดแว่น AR จาก 18% เป็น 42% อย่างไรก็ตาม แว่นแบบ Birdbath และ Flat-Prism ยังคงมีสัดส่วนสูงกว่าอยู่ที่ 58% แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านกำลังเกิดขึ้น แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 20
26
Counterpoint ยังระบุว่า Meta เป็นบริษัทผู้นำตลาดแว่นอัจฉริยะในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่ Alibaba, Rokid และคู่แข่งรายอื่นกำลังสร้างแรงส่งในตลาดของตน 31 สัญญาณเหล่านี้ทำให้ซัพพลายเออร์ Waveguide มีฐานลูกค้าที่เป็นไปได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่ากำลังการผลิตที่ประกาศไว้ทุกแห่งจะถูกดูดซับโดยตลาด
ผลกระทบทางการค้าในระยะแรกน่าจะเป็นการลดความเสี่ยงด้านการจัดหาชิ้นส่วน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตอุปกรณ์หรือ OEM ทดลองแว่น AI และ AR แบบมองทะลุโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มการแข่งขันด้านราคาระหว่างซัพพลายเออร์จีน แต่หากการยอมรับของผู้บริโภค ราคาผลิตภัณฑ์ หรือเศรษฐศาสตร์ของอุปกรณ์เติบโตช้ากว่าแผนโรงงาน ก็อาจเกิดภาวะกำลังการผลิตล้นได้เช่นกัน
โจทย์หลักของอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการผลิต Waveguide ให้ได้อีกต่อไป แต่คือการทำให้โมดูลแว่นตาที่เสร็จสมบูรณ์มีคุณสมบัติทั้งหมดต่อไปนี้พร้อมกัน
ดังนั้น ซัพพลายเออร์ Waveguide ต้องพัฒนาหลายส่วนไปพร้อมกัน ตั้งแต่ความแม่นยำของนาโนอิมพรินต์หรือลิโธกราฟี การฉายแสงโฮโลกราฟิก สารเคลือบ การยึดประสาน การควบคุมห้องคลีนรูม การตรวจสอบ การปรับเทียบ และการคัดกรองความน่าเชื่อถือ รายงานเกี่ยวกับห้องคลีนรูมระดับ Class 1000 และระบบควบคุมสภาพแวดล้อมที่แม่นยำของ Nika สะท้อนวินัยด้านการผลิตที่จำเป็น ขณะที่การประกาศผ่านการรับรองจากลูกค้าของ AAC แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการผลิตต้องผ่านด่านตรวจสอบอีกชั้นในอุปกรณ์ปลายทาง 4
5
8
นี่คือเหตุผลที่วัสดุชนิดใหม่เพียงอย่างเดียวไม่น่าจะเป็นคำตอบของปัญหาทั้งหมด ประสิทธิภาพออปติก การควบคุมกระบวนการ การประกอบ และความน่าเชื่อมโยงกัน การปรับปรุงคุณสมบัติหนึ่งอาจสร้างต้นทุน ปัญหาอัตราผลผลิต หรือข้อจำกัดในการผสานระบบขึ้นมาอีกด้าน
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของจีนคือการพัฒนาเทคโนโลยีหลายเส้นทางพร้อมกัน ภายในระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตที่มีความหนาแน่นสูง โครงการ SRG และ VHG ที่มีการรายงานกำลังเข้าสู่ระดับล้านชิ้น ขณะที่ PVG กำลังขยับจากงานวิจัยไปสู่การผลิตนำร่อง 1
3
4
7
การผสมผสานดังกล่าวอาจทำให้ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนจีนมีข้อได้เปรียบหลายด้าน
อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับข้ออ้างแบบ абсолютว่า จีนเป็นประเทศเดียวที่มีสายการผลิต Waveguide อิสระสามสาย ซึ่งแตะเกณฑ์กำลังผลิตระดับล้านชิ้นได้ในปีเดียวกัน การเปรียบเทียบเช่นนี้ต้องอาศัยข้อมูลระหว่างประเทศที่ใช้คำนิยามเดียวกัน และต้องระบุให้ชัดว่า “สายการผลิตอิสระ”, “กำลังการผลิต”, “หน่วย” และ “การผลิตจำนวนมาก” หมายถึงอะไร ตัวเลขบางส่วนเป็นเป้าหมายของบริษัทหรือกำลังผลิตตามป้ายโรงงาน ไม่ใช่ยอดส่งมอบที่ผ่านการตรวจสอบโดยอิสระ
หากจีนขยายปริมาณ Waveguide ที่ผ่านการรับรองได้สำเร็จ ก็อาจช่วยขจัดหนึ่งในข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่เห็นได้ชัดที่สุดของแว่น AR แบบมองทะลุโปร่งใส แต่การทดสอบผลิตภัณฑ์จะเพียงย้ายไปอยู่ปลายทางมากขึ้น
ผู้บริโภคยังต้องการแว่นที่สวมสบาย เชื่อถือได้ ราคาเข้าถึงได้ และมีประโยชน์มากพอที่จะใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อายุแบตเตอรี่ การยศาสตร์ ความเป็นส่วนตัว ประโยชน์ของซอฟต์แวร์ การสนับสนุนนักพัฒนา และการยอมรับทางสังคม ล้วนสำคัญพอ ๆ กับคุณภาพออปติก
พูดอีกแบบคือ กำลังการผลิตออปติกอาจทำให้แว่น AI รุ่นใหม่เกิดขึ้นได้ แต่ซอฟต์แวร์และประโยชน์ในชีวิตประจำวันจะเป็นตัวตัดสินว่าผู้ใช้จะหยิบมันมาใส่ต่อหรือไม่
ดังนั้น “ปีแห่งการผลิตจำนวนมาก” ของจีนในปี 2026 ควรถูกมองว่าเป็น หมุดหมายความพร้อมทางอุตสาหกรรม มากกว่าคำประกาศชัยชนะของตลาด มันแสดงให้เห็นว่า Waveguide กำลังกลายเป็นขีดความสามารถของซัพพลายเชนที่ขยายขนาดได้ หมุดหมายถัดไปจะยากกว่า นั่นคือการพิสูจน์ว่าโรงงานสามารถส่งมอบออปติกที่ดีและสม่ำเสมอ ผู้ผลิตอุปกรณ์สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าใช้ และผู้บริโภคเห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคุ้มค่าพอที่จะสวมใส่จริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การขยายกำลังผลิต Waveguide ในจีนช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชิ้นส่วนในห้องทดลองที่หาได้ยาก สู่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมที่มีรายงานกำลังผลิตระดับล้านชิ้น
การขยายกำลังผลิต Waveguide ในจีนช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชิ้นส่วนในห้องทดลองที่หาได้ยาก สู่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมที่มีรายงานกำลังผลิตระดับล้านชิ้น SRG ยังเป็นเส้นทางหลักสำหรับปริมาณการผลิตระยะใกล้ ขณะที่ VHG กำลังก้าวผ่านการผลิตแบบอัตโนมัติ และ PVG ยังคงเป็นสายการผลิตนำร่องที่มีขนาดเล็กกว่าแต่แตกต่างทางเทคนิค
คอขวดกำลังย้ายจากการผลิต Waveguide ไปสู่การผสานความโปร่งใส ความสว่าง มุมมอง ความสม่ำเสมอ ความทนทาน และต้นทุน ให้กลายเป็นแว่นที่ผู้บริโภคอยากสวมใส่จริง