พนักงานออฟฟิศที่ไม่มีตำแหน่งผู้จัดการ 74% ใช้ AI เป็นประจำ เพิ่มขึ้น 23 จุดเปอร์เซ็นต์ในหนึ่งปี ขณะที่ 42% ของผู้ใช้ AI ประจำในกลุ่มพนักงานหน้างานประหยัดเวลาได้อย่างน้อยเทียบเท่าหนึ่งวันทำงานต่อสัปดาห์ แต่หลายองค์กรยั...
BCG เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ความย้อนแย้งของความสุข” เพราะผู้ใช้ AI สองในสามรู้สึกพึงพอใจกับงานมากขึ้น แต่เกือบครึ่งหนึ่งกลับใช้เวลาจัดการและกำกับ AI มากกว่าการลงมือทำงานเอง และ 41% ระบุว่าภาระทางความคิดเพิ่มขึ้น [1][2][4]
ปัจจัยชี้ขาดไม่ใช่แค่คุณภาพของเครื่องมือหรือวงเงินลงทุน แต่คือความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ แผน AI ที่ชัดเจนและสื่อสารทั่วถึงช่วยเพิ่มผลกระทบทางธุรกิจได้ 25 จุดเปอร์เซ็นต์ [2][6]
What does Boston Consulting Group's fourth annual AI at Work report reveal about the gap between rising AI adoption among white-collar workeBCG's fourth annual AI at Work report shows that while most white-collar workers now use AI, organizations are struggling to capture its value. Image: AI-generated.
AI พรอมต์
Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Boston Consulting Group's fourth annual AI at Work report reveal about the gap between rising AI adoption among white-collar worke. Article summary: BCG's fourth annual AI at Work report finds that AI adoption among white-collar workers has surged dramatically, but most organizations fail to convert that usage into measurable business value — creating a growing gap b. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "One consistent viewpoint in debates over AI’s impact on employment has been that the technology will augment more jobs than it replaces. A new report from Boston Consulting Group l" source context "BCG Finds AI Will Transform Over Half of Jobs Within Three Years" Reference image 2: visual subject "One consistent
openai.com
AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นโครงการทดลองในฝ่ายวิจัยและพัฒนา วันนี้เครื่องมือดังกล่าวเข้าไปอยู่ในงานของพนักงานออฟฟิศทั่วโลกแล้ว
แต่รายงาน AI at Work ฉบับที่ 4 ของ Boston Consulting Group (BCG) เผยให้เห็นความย้อนแย้งสำคัญ นั่นคือ แม้พนักงานจะประหยัดเวลาได้มากขึ้น แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเวลาที่ได้คืนมาให้กลายเป็นผลิตภาพที่วัดผลได้ ต้นทุนที่ลดลง หรือความได้เปรียบในการแข่งขัน
ใช้ AI มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังไม่ตามมา
ผลสำรวจพบว่า พนักงานออฟฟิศที่ไม่มีตำแหน่งผู้จัดการ 74% ใช้เครื่องมือ AI เป็นประจำ เพิ่มขึ้นถึง 23 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี
ในกลุ่มพนักงานหน้างานที่ใช้ AI เป็นประจำ 42% ระบุว่าสามารถประหยัดเวลาได้อย่างน้อยเทียบเท่าหนึ่งวันทำงานต่อสัปดาห์ หากมองในเชิงศักยภาพ ตัวเลขนี้หมายถึงกำลังการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่สำหรับบริษัทส่วนใหญ่ ศักยภาพดังกล่าวยังคงเป็นเพียงศักยภาพ เพราะยังไม่มีการนำเวลาเหล่านั้นไปใช้ในรูปแบบที่สร้างมูลค่าอย่างเป็นระบบ
Studio Global AI
ทำการวิจัยต่อ
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
พนักงานออฟฟิศที่ไม่มีตำแหน่งผู้จัดการ 74% ใช้ AI เป็นประจำ เพิ่มขึ้น 23 จุดเปอร์เซ็นต์ในหนึ่งปี ขณะที่ 42% ของผู้ใช้ AI ประจำในกลุ่มพนักงานหน้างานประหยัดเวลาได้อย่างน้อยเทียบเท่าหนึ่งวันทำงานต่อสัปดาห์ แต่หลายองค์กรยั...
BCG เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ความย้อนแย้งของความสุข” เพราะผู้ใช้ AI สองในสามรู้สึกพึงพอใจกับงานมากขึ้น แต่เกือบครึ่งหนึ่งกลับใช้เวลาจัดการและกำกับ AI มากกว่าการลงมือทำงานเอง และ 41% ระบุว่าภาระทางความคิดเพิ่มขึ้น [1][2][4]
ปัจจัยชี้ขาดไม่ใช่แค่คุณภาพของเครื่องมือหรือวงเงินลงทุน แต่คือความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ แผน AI ที่ชัดเจนและสื่อสารทั่วถึงช่วยเพิ่มผลกระทบทางธุรกิจได้ 25 จุดเปอร์เซ็นต์ [2][6]
What does Boston Consulting Group's fourth annual AI at Work report reveal about the gap between rising AI adoption among white-collar workeBCG's fourth annual AI at Work report shows that while most white-collar workers now use AI, organizations are struggling to capture its value. Image: AI-generated.
AI พรอมต์
Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Boston Consulting Group's fourth annual AI at Work report reveal about the gap between rising AI adoption among white-collar worke. Article summary: BCG's fourth annual AI at Work report finds that AI adoption among white-collar workers has surged dramatically, but most organizations fail to convert that usage into measurable business value — creating a growing gap b. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "One consistent viewpoint in debates over AI’s impact on employment has been that the technology will augment more jobs than it replaces. A new report from Boston Consulting Group l" source context "BCG Finds AI Will Transform Over Half of Jobs Within Three Years" Reference image 2: visual subject "One consistent
openai.com
AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นโครงการทดลองในฝ่ายวิจัยและพัฒนา วันนี้เครื่องมือดังกล่าวเข้าไปอยู่ในงานของพนักงานออฟฟิศทั่วโลกแล้ว
แต่รายงาน AI at Work ฉบับที่ 4 ของ Boston Consulting Group (BCG) เผยให้เห็นความย้อนแย้งสำคัญ นั่นคือ แม้พนักงานจะประหยัดเวลาได้มากขึ้น แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเวลาที่ได้คืนมาให้กลายเป็นผลิตภาพที่วัดผลได้ ต้นทุนที่ลดลง หรือความได้เปรียบในการแข่งขัน
ใช้ AI มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังไม่ตามมา
ผลสำรวจพบว่า พนักงานออฟฟิศที่ไม่มีตำแหน่งผู้จัดการ 74% ใช้เครื่องมือ AI เป็นประจำ เพิ่มขึ้นถึง 23 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี
ในกลุ่มพนักงานหน้างานที่ใช้ AI เป็นประจำ 42% ระบุว่าสามารถประหยัดเวลาได้อย่างน้อยเทียบเท่าหนึ่งวันทำงานต่อสัปดาห์ หากมองในเชิงศักยภาพ ตัวเลขนี้หมายถึงกำลังการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่สำหรับบริษัทส่วนใหญ่ ศักยภาพดังกล่าวยังคงเป็นเพียงศักยภาพ เพราะยังไม่มีการนำเวลาเหล่านั้นไปใช้ในรูปแบบที่สร้างมูลค่าอย่างเป็นระบบ
Studio Global AI
ทำการวิจัยต่อ
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Vinciane Beauchene ผู้ร่วมจัดทำรายงาน อธิบายประเด็นนี้ว่า แทนที่จะถามว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานหรือไม่ องค์กรควรกลับมาคิดใหม่ว่า “คุณค่าที่มนุษย์เติมให้กับงาน” อยู่ตรงไหน
ต้นทุนแฝงของประสิทธิภาพจาก AI
การดึงมูลค่าจาก AI ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังสร้างความขัดแย้งรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานด้วย BCG เรียกสิ่งนี้ว่า “ความย้อนแย้งของความสุข” (joy paradox)
ด้านหนึ่ง ผู้ใช้ AI เป็นประจำราวสองในสามบอกว่า AI ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน งานที่น่าเบื่อหรือใช้เวลามากถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ จึงเปิดพื้นที่ทางความคิดให้พนักงานไปทำงานที่น่าสนใจมากขึ้น
แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% ระบุว่า ปัจจุบันพวกเขาใช้เวลาจัดการและกำกับ AI มากกว่าการทำงานจริง นอกจากนี้ 41% ของผู้ใช้ AI เป็นประจำยังบอกว่าภาระทางความคิดเพิ่มขึ้น
หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ผลประโยชน์จาก AI ก็มีโอกาสสูญหายไปกับกระบวนการเดิม Sylvain Duranton ผู้ร่วมจัดทำรายงานเตือนว่า ความตื่นเต้นจากความใหม่และความท้าทายทางความคิดในช่วงแรกจะจางลงอย่างรวดเร็ว หากองค์กรไม่มีกรอบกลยุทธ์คอยกำกับ
จากการติดตั้งเทคโนโลยีสู่การออกแบบงานใหม่
สำหรับบริษัทส่วนน้อยที่กำลังปิดช่องว่างระหว่างการใช้ AI กับการสร้างมูลค่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงการติดตั้งเทคโนโลยี แต่เป็นการปรับโฉมทั้งกำลังคนและกระบวนการทำงาน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้ผลักดันหลัก
นั่นหมายถึงการตัดสินใจล่วงหน้าว่างานใดควรทำให้เป็นอัตโนมัติ งานใดควรให้ AI ช่วยเสริม และงานใดที่ควรใช้เวลาของมนุษย์ไปกับการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น รวมถึงการฝึกทักษะใหม่ การปรับทักษะเดิม และการจัดสรรบทบาทให้สอดคล้องกับงานที่เปลี่ยนไป
บทเรียนจากรายงาน BCG จึงไม่ได้อยู่ที่การถามว่าองค์กรมีคนใช้ AI มากแค่ไหน แต่อยู่ที่คำถามว่า องค์กรได้ออกแบบงานใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากเวลาที่ AI ช่วยคืนมาแล้วหรือยัง
Vinciane Beauchene ผู้ร่วมจัดทำรายงาน อธิบายประเด็นนี้ว่า แทนที่จะถามว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานหรือไม่ องค์กรควรกลับมาคิดใหม่ว่า “คุณค่าที่มนุษย์เติมให้กับงาน” อยู่ตรงไหน
ต้นทุนแฝงของประสิทธิภาพจาก AI
การดึงมูลค่าจาก AI ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังสร้างความขัดแย้งรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานด้วย BCG เรียกสิ่งนี้ว่า “ความย้อนแย้งของความสุข” (joy paradox)
ด้านหนึ่ง ผู้ใช้ AI เป็นประจำราวสองในสามบอกว่า AI ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน งานที่น่าเบื่อหรือใช้เวลามากถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ จึงเปิดพื้นที่ทางความคิดให้พนักงานไปทำงานที่น่าสนใจมากขึ้น
แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% ระบุว่า ปัจจุบันพวกเขาใช้เวลาจัดการและกำกับ AI มากกว่าการทำงานจริง นอกจากนี้ 41% ของผู้ใช้ AI เป็นประจำยังบอกว่าภาระทางความคิดเพิ่มขึ้น
หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ผลประโยชน์จาก AI ก็มีโอกาสสูญหายไปกับกระบวนการเดิม Sylvain Duranton ผู้ร่วมจัดทำรายงานเตือนว่า ความตื่นเต้นจากความใหม่และความท้าทายทางความคิดในช่วงแรกจะจางลงอย่างรวดเร็ว หากองค์กรไม่มีกรอบกลยุทธ์คอยกำกับ
จากการติดตั้งเทคโนโลยีสู่การออกแบบงานใหม่
สำหรับบริษัทส่วนน้อยที่กำลังปิดช่องว่างระหว่างการใช้ AI กับการสร้างมูลค่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงการติดตั้งเทคโนโลยี แต่เป็นการปรับโฉมทั้งกำลังคนและกระบวนการทำงาน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้ผลักดันหลัก
นั่นหมายถึงการตัดสินใจล่วงหน้าว่างานใดควรทำให้เป็นอัตโนมัติ งานใดควรให้ AI ช่วยเสริม และงานใดที่ควรใช้เวลาของมนุษย์ไปกับการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์มากขึ้น รวมถึงการฝึกทักษะใหม่ การปรับทักษะเดิม และการจัดสรรบทบาทให้สอดคล้องกับงานที่เปลี่ยนไป
บทเรียนจากรายงาน BCG จึงไม่ได้อยู่ที่การถามว่าองค์กรมีคนใช้ AI มากแค่ไหน แต่อยู่ที่คำถามว่า องค์กรได้ออกแบบงานใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากเวลาที่ AI ช่วยคืนมาแล้วหรือยัง