การที่ iShares Bitcoin Trust หรือ IBIT ของ BlackRock แซง Grayscale Bitcoin Trust หรือ GBTC ไม่ใช่แค่ข่าวว่าใครขึ้นอันดับหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างของตลาด: เมื่อ Bitcoin เข้ามาอยู่ในรูปแบบ ETF สปอตในสหรัฐฯ ผู้ลงทุนเริ่มให้ค่าน้ำหนักกับสิ่งที่ตลาด ETF ถนัดอยู่แล้ว—ขนาดกองทุน สภาพคล่อง ค่าธรรมเนียม แบรนด์ และช่องทางเข้าถึง—มากกว่าความได้เปรียบจากการเป็นผู้มาก่อนในโลกคริปโต
สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้ตามตลาดทุนสหรัฐฯ ทุกวัน ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น ส่วน spot Bitcoin ETF คือผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้ผู้ลงทุนรับความเสี่ยงจากราคา Bitcoin ผ่านกองทุนที่อยู่ในระบบตลาดทุน แทนการใช้โครงสร้างคริปโตแบบเดิมโดยตรง
กองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2024 และ IBIT กลายเป็นหนึ่งในกองทุนที่ดูดเงินใหม่ได้โดดเด่นที่สุดตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด ด้าน GBTC เข้าสู่ยุค ETF ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่แปลงโครงสร้างมาจากกองทุนเดิม โดยรายงานหนึ่งระบุว่า Grayscale เริ่มต้นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ ETF ด้วย Bitcoin ราว 620,000 BTC
แต่ภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2024 ตำแหน่งผู้นำก็เปลี่ยนมือแล้ว
ช่องว่างระหว่างทั้งสองกองทุนไม่ได้กว้างมากในวันนั้น แต่ทิศทางสำคัญกว่า ตัวเลขบอกว่า GBTC ไม่ได้แพ้จากฐานที่เล็ก ตรงกันข้าม GBTC เข้าสู่ยุค spot ETF ด้วยฐาน Bitcoin เดิมขนาดใหญ่ แต่ก็ยังถูก IBIT ไล่ทันและแซงได้
ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดคือ ความต้องการลงทุนใน Bitcoin กำลัง “มีหน้าตาแบบ ETF” มากขึ้น รายงานของ CCN มองว่าการที่ IBIT แซง GBTC อาจสะท้อนการเปลี่ยนความชอบของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ Finbold เชื่อมการเติบโตของ IBIT กับความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อการลงทุนใน Bitcoin ของกลุ่มสถาบัน
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่าผู้ซื้อ IBIT ทุกคนเป็นนักลงทุนสถาบัน แหล่งข่าวที่อ้างถึงไม่ได้แจกแจงผู้ถือปลายทางทั้งหมด สิ่งที่พูดได้อย่างมีน้ำหนักกว่าคือ ช่องทางสถาบันและโครงสร้างกองทุนกระแสหลักมีบทบาทมากขึ้นในการเข้าถึง Bitcoin โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงทุนสามารถซื้อ exposure ผ่าน ETF ที่อยู่ในกรอบกำกับดูแล แทนโครงสร้างคริปโตแบบเก่า
จุดแข็งของ Grayscale คือการมาก่อน GBTC เป็นช่องทางสำคัญมายาวนานสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใน Bitcoin ผ่านผลิตภัณฑ์ลักษณะกองทุน และมีรายงานว่า GBTC ถือ Bitcoin ประมาณ 620,000 BTC ตอนแปลงเป็นโครงสร้าง ETF
แต่เมื่อ spot Bitcoin ETF วางขายเคียงกันในตลาดเดียว ผู้ลงทุนก็เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทั้งค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง แบรนด์ และแรงซื้อขายจริง ข้อมูลวันที่ 28 พฤษภาคมทำให้การหมุนเงินเห็นชัด: IBIT มีเงินไหลเข้า 102.5 ล้านดอลลาร์เมื่อปิดตลาด ขณะที่ GBTC มีเงินไหลออก 105 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลวันเดียวไม่ได้อธิบายการแข่งขันทั้งหมด แต่สะท้อนรูปแบบสำคัญ: เงินใหม่กำลังไหลเข้าหา ETF ของ BlackRock ขณะที่ Grayscale ยังต้องรับมือกับแรงไถ่ถอน
IBIT ไม่ได้ขึ้นนำเพียงเพราะให้ exposure ต่อ Bitcoin ได้ เพราะผู้ออกกองทุนรายอื่นก็มีผลิตภัณฑ์คล้ายกัน เช่น กองทุน Bitcoin ของ Fidelity ซึ่งมีรายงานว่าสินทรัพย์อยู่ราว 11,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน และอยู่อันดับสามรองจาก IBIT กับ GBTC
ความต่างของ BlackRock อยู่ที่เครื่องจักรของตลาด ETF รายงานของ DL News ระบุว่า Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg Intelligence ชี้ไปที่ค่าธรรมเนียมต่ำ สภาพคล่องขนาดใหญ่ และชื่อแบรนด์ iShares ว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ IBIT ขึ้นเป็นผู้นำหมวดนี้ ขณะเดียวกัน Blockworks รายงานตั้งแต่เมษายน 2024 ว่า IBIT มีเงินไหลเข้าสะสมมากกว่า 15,300 ล้านดอลลาร์ และเป็นกองทุนที่โดดเด่นด้านการดึงเม็ดเงินตั้งแต่ spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 11 มกราคม
พูดให้สั้นคือ ตลาด spot Bitcoin ETF เริ่มทำงานเหมือนอุตสาหกรรม ETF โดยรวม: ขนาด สภาพคล่อง ภาพจำเรื่องต้นทุน ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และเครือข่ายจัดจำหน่ายสามารถทบกันเป็นแรงส่งได้ Grayscale มีแต้มต่อจากการเป็นผู้นำฝั่งคริปโตมาก่อน แต่ BlackRock มีเครื่องมือครบแบบผู้เล่น ETF กระแสหลัก
รายงานภายหลังชี้ว่าการเปลี่ยนขั้วนี้ไม่ได้เป็นเพียงพาดหัวข่าวชั่วคราว CryptoSlate ซึ่งอ้างข้อมูลจาก Dune Analytics รายงานว่า spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 113,000 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ถือ 56,000 ล้านดอลลาร์ หรือราวครึ่งหนึ่งของตลาดที่มี 12 ผลิตภัณฑ์ รายงานเดียวกันระบุว่า Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund และ GBTC อยู่แถวระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อกองทุน
ตัวเลขภายหลังไม่ได้หมายความว่า IBIT จะไม่มีวันถูกแซง อันดับกองทุนเปลี่ยนได้ตามกระแสเงิน ราคา Bitcoin ค่าธรรมเนียม และความชอบของผู้ลงทุน แต่ทำให้เห็นว่าการแซงในเดือนพฤษภาคม 2024 ไม่ใช่ความบังเอิญทางสถิติวันเดียว IBIT ได้กลายเป็นจุดอ้างอิงใหม่ของตลาดไปแล้ว
แม้การที่ IBIT แซง GBTC จะสำคัญ แต่มีข้อจำกัดที่ควรจำไว้
IBIT แซง GBTC คือการเปลี่ยนผู้นำจากผู้บุกเบิกฝั่งคริปโตไปสู่ยักษ์ใหญ่จัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิม Grayscale พิสูจน์มาก่อนแล้วว่ามีดีมานด์ขนาดใหญ่สำหรับการเข้าถึง Bitcoin ผ่านผลิตภัณฑ์กองทุน แต่ BlackRock แสดงให้เห็นว่าเมื่อตลาด spot ETF เปิดให้แข่งขันตรง ๆ แบรนด์ สภาพคล่อง ค่าธรรมเนียม และระบบจัดจำหน่ายสามารถพลิกความได้เปรียบเดิมได้อย่างรวดเร็ว
ความหมายเชิงบวกคือ Bitcoin กำลังถูกสถาบันและตลาดทุนกระแสหลักนำไปบรรจุในช่องทางการลงทุนที่คุ้นเคยมากขึ้น แต่ข้อควรจำคือ อำนาจนำในตลาด ETF บอกว่า “ผู้ลงทุนเข้าถึง Bitcoin ผ่านช่องทางไหน” ไม่ได้บอกครบว่า “ใครถือทั้งหมด” หรือ “ราคาจะไปทางไหนต่อ”
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ปลายเดือนพฤษภาคม 2024 IBIT ของ BlackRock ขึ้นเป็น Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสินทรัพย์มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์และถือ 288,670 BTC เทียบกับ GBTC ที่ 19,700 ล้านดอลลาร์และ 287,450 BTC [6]
ปลายเดือนพฤษภาคม 2024 IBIT ของ BlackRock ขึ้นเป็น Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสินทรัพย์มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์และถือ 288,670 BTC เทียบกับ GBTC ที่ 19,700 ล้านดอลลาร์และ 287,450 BTC [6] ความได้เปรียบเดิมของ GBTC ถูกลดทอนเมื่อผู้ลงทุนเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง แบรนด์ และกระแสเงินเข้าออกได้โดยตรง; วันที่ 28 พฤษภาคม IBIT มีเงินไหลเข้า 102.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ GBTC มีเงินไหลออก 105 ล้านดอลลาร์ [11...
จุดเปลี่ยนนี้ทำให้ผู้จัดการสินทรัพย์ดั้งเดิม โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม iShares ของ BlackRock กลายเป็นศูนย์กลางการแข่งขันในตลาด spot Bitcoin ETF [10][12]
| สะท้อนการโยกเงินไปหาผลิตภัณฑ์ ETF รุ่นใหม่ |