คำถามเรื่องบิ๊กเทคหันไปใช้ตลาดฟรังก์สวิสและเยนอาจฟังดูเหมือนเป็นภาพเดียวกัน แต่หลักฐานที่มีในรายงานชุดนี้ยังต้องแยกให้ชัด รายงานที่อ้างถึงลงรายละเอียดการกู้ยืมของ Alphabet ในสกุลดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์สเตอร์ลิง และฟรังก์สวิส รวมถึงขนาดดีลและจำนวนชุดหุ้นกู้ในตลาดฟรังก์สวิส . รายงานเหล่านี้ไม่ได้ให้ข้อมูลของหุ้นกู้สกุลเยนที่เทียบเคียงได้
ดังนั้นข้อสรุปที่รองรับได้คือ บิ๊กเทคกำลังมองหาตลาดทุนนอกดอลลาร์เมื่อช่วยเพิ่มฐานนักลงทุน กระจายแหล่งเงิน หรือให้ราคาเหมาะสมกว่า ไม่ใช่ข้อสรุปเฉพาะว่าเงินเยนเป็นแกนหลักของรอบระดมทุนนี้ .
รอบลงทุน AI ครั้งนี้ต่างจากยุคซอฟต์แวร์แบบเดิม เพราะไม่ได้จบแค่การจ้างวิศวกรหรือเขียนโค้ดเพิ่ม แต่ต้องสร้างสินทรัพย์จริงจำนวนมาก ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ ชิปประมวลผล GPU ระบบคลาวด์ ไปจนถึงไฟฟ้าและโครงสร้างพลังงานที่ใช้เดินเครื่อง AI ขนาดใหญ่ .
El País อ้างประมาณการของ J.P. Morgan ว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ทั่วโลก รวมถึงพลังงานที่จำเป็น อาจมีต้นทุนมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยคาดว่าจะมีเพียงราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่มาจากกระแสเงินสดปกติของบริษัท . ถ้าตัวเลขนี้ใกล้เคียงทิศทางจริง การขยาย AI จะไม่ใช่แค่กระแสเทคโนโลยี แต่เป็นเหตุการณ์ระดมทุนระยะยาวของตลาดทุน
นี่คือเหตุผลที่การออกหุ้นกู้มีความหมาย หนี้ช่วยให้กลุ่ม hyperscaler หรือผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดยักษ์ ระดมเงินก้อนใหญ่ได้โดยไม่ต้องพึ่งกำไรปัจจุบันหรือเงินสดในงบดุลทั้งหมด และยังสามารถออกตราสารหลายอายุให้สอดคล้องกับสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้นาน .
หุ้นกู้ฟรังก์สวิสไม่ได้เป็นแค่สีสันของตลาดการเงิน GlobalCapital อธิบายว่าตลาดสวิตเซอร์แลนด์เป็นตลาดเฉพาะที่ผู้ออกตราสารต่างชาติใช้เพื่อเพิ่มความหลากหลายของนักลงทุน และอาจประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับตลาดบ้านเกิด . สำหรับบริษัทคลาวด์ขนาดใหญ่ ประเด็นนี้สำคัญ เพราะเม็ดเงินที่ต้องใช้สร้าง AI ใหญ่เกินกว่าจะมองตลาดหุ้นกู้ investment grade ในสหรัฐฯ เป็นแหล่งทุนเดียว
ดีลของ Alphabet แสดงให้เห็นว่าตลาดเฉพาะอย่างฟรังก์สวิสก็รับอุปทานจากบิ๊กเทคได้ในระดับจริงจัง บริษัทออกหุ้นกู้ 3.055 พันล้านฟรังก์สวิส แบ่งเป็น 5 ชุด และ GlobalCapital ระบุว่าเป็นดีลใหญ่ที่สุดของผู้กู้ภาคเอกชนต่างชาติในตลาดฟรังก์สวิส . ภาพนี้น่าจะทำให้ hyperscaler รายอื่นจับตา เพราะแปลว่านักลงทุนต่างประเทศนอกสหรัฐฯ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเงินเบื้องหลังศึก AI
.
แพ็กเกจระดมทุนของ Alphabet สะท้อนสูตรที่บิ๊กเทคอาจใช้มากขึ้น นั่นคือออกหุ้นกู้หลายสกุล ยืดอายุหนี้ให้ยาว และใช้ช่วงที่นักลงทุนยังต้องการเครดิตของบริษัทเทคชั้นนำเพื่อรีบล็อกเงินทุนก่อนที่ความสามารถในการประมวลผลจะกลายเป็นคอขวดเชิงยุทธศาสตร์ .
Brew Markets รายงานว่า Alphabet ระดมทุนได้เกือบ 32,000 ล้านดอลลาร์ภายในไม่ถึงหนึ่งวัน หลังขายหุ้นกู้ปอนด์สเตอร์ลิงและฟรังก์สวิสระดับทำสถิติ . รายงานเดียวกันระบุว่าบริษัทขายหุ้นกู้อายุ 100 ปี ซึ่งพบไม่บ่อย และความต้องการซื้อหนี้อายุศตวรรษนี้สูงเกือบ 10 เท่าของวงเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่เสนอขาย
.
อีกด้านหนึ่ง รายงานระบุว่าแผนออกหุ้นกู้สกุลปอนด์และฟรังก์สวิสของ Alphabet เกิดขึ้นหลังการเสนอขายหุ้นกู้ดอลลาร์สหรัฐ 20,000 ล้านดอลลาร์ และเงินที่ได้มีเป้าหมายเพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI . Vontobel ยังระบุว่าช่วงต้นปี 2026 มีคลื่นการออกหุ้นกู้ของกลุ่ม hyperscaler โดย Alphabet/Google ออกตราสารหลายชุดในสกุลดอลลาร์ ปอนด์ และฟรังก์สวิส
.
ในรายงานที่มีอยู่ Alphabet ให้รายละเอียดด้านสกุลเงินและขนาดดีลชัดที่สุด แต่แนวโน้มไม่ได้จำกัดอยู่ที่บริษัทเดียว Axios วางกรอบเรื่องนี้ว่าเป็นการที่บิ๊กเทคหันมาเดิมพันกับตลาดบอนด์ โดยระบุถึง Alphabet, Amazon และบริษัทกลุ่มเดียวกันที่ระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อใช้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI .
ความหมายเชิงแข่งขันคือ ความสามารถในการเข้าถึงทุนราคาดีและแหล่งทุนที่หลากหลายเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของสนามแข่ง AI เอง หากผู้ให้บริการคลาวด์ต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก ชิปขั้นสูง และไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ ผู้ชนะอาจไม่ใช่แค่บริษัทที่มีโมเดล AI ดีที่สุด แต่รวมถึงบริษัทที่ระดมทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วและมีวินัยพอด้วย .
ความต้องการซื้อสูงไม่ได้แปลว่านักลงทุนเชื่อว่าโครงการ AI ทุกโครงการจะให้ผลตอบแทนโดดเด่นเสมอไป สิ่งที่สะท้อนชัดกว่าคือ นักลงทุนยังมองบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ว่าเป็นผู้กู้คุณภาพสูง มีฐานธุรกิจและกระแสเงินสดที่น่าเชื่อถือ .
แต่ตลาดตราสารหนี้ก็เป็นพื้นที่ที่ความกังวลปรากฏเร็วเช่นกัน The Irish Times รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่านักลงทุนขายหนี้ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสหรัฐฯ เพราะความกังวลต่อการใช้จ่าย AI เริ่มลามเข้าสู่ตลาดเครดิต โดยตะกร้าบอนด์ของกลุ่ม hyperscaler มีส่วนชดเชยผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 0.78 จุดเปอร์เซ็นต์ .
นี่คือแรงตึงหลักของยุคโครงสร้างพื้นฐาน AI ตลาดบอนด์ช่วยให้การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และกำลังประมวลผลเกิดขึ้นได้ แต่ตลาดเดียวกันก็อาจกลายเป็นแรงกดดัน หากรายได้จาก AI และคลาวด์เติบโตไม่ทันความเร็วของงบลงทุน .
การที่บิ๊กเทคออกไปหาเงินในตลาดฟรังก์สวิส ปอนด์สเตอร์ลิง และตลาดนอกดอลลาร์อื่น ๆ บอกเราว่า AI กำลังถูกจัดไฟแนนซ์เหมือนโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ มากกว่าสินค้าเทคโนโลยีรอบปกติ สินทรัพย์มีราคาแพง เป็นของจริง ใช้งานระยะยาว และต้องพึ่งตลาดทุนทั่วโลกมากขึ้น .
สำหรับ Alphabet, Amazon และคู่แข่ง คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่ากู้ได้หรือไม่ ตอนนี้ตลาดยังเปิดประตูให้ผู้กู้ชั้นนำ แต่คำถามใหญ่กว่าคือ กระแสเงินสดจากบริการ AI ความต้องการคลาวด์ และการใช้งานของลูกค้าธุรกิจจะมาเร็วพอทำให้การแข่งขันที่ใช้หนี้หนุนในวันนี้ดูเป็นการลงทุนที่มีวินัย หรือกลายเป็นการเร่งใช้เงินเกินตัวในสายตานักลงทุน .
Comments
0 comments