รายงานเกี่ยวกับแผนผลิตภัณฑ์ของ Apple ชี้ว่า บริษัทกำลังลดจำนวนโครงการอุปกรณ์สวมศีรษะ และจัดลำดับความสำคัญใหม่โดยให้แว่นอัจฉริยะเป็นศูนย์กลาง
Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ที่ติดตามห่วงโซ่อุปทานของ Apple ระบุว่า แผน Vision Pro รุ่นที่สองและรุ่นที่เบากว่าอย่าง Vision Air ถูกยกเลิกหรือถูกพักไว้ โดยโครงการที่ยังถูกพูดถึงมากที่สุดคือแว่นอัจฉริยะ AI และแว่น AR อีกโครงการหนึ่งที่มีหน้าจอ
แต่รายงานจากแหล่งต่าง ๆ ยังไม่ตรงกันทั้งหมด AppleInsider ซึ่งอ้างข้อมูลจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg ระบุว่า Vision Air ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2025 และ Apple ไม่ได้เดินหน้าแว่นแบบมีจอแล้ว ขณะที่แว่น AI อาจเปิดตัวช่วงปลายปี 2027 ส่วนแว่น AR เต็มรูปแบบอาจต้องรอถึงช่วงปลายทศวรรษนี้
ดังนั้น ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ Apple กำลัง ตัดทอนและเรียงลำดับแผนงานใหม่ ไม่ใช่การยืนยันว่า Vision Pro ทุกรุ่นในอนาคตถูกยกเลิกถาวร เพราะข้อมูลทั้งหมดมาจากนักวิเคราะห์และแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ไม่ใช่ประกาศจาก Apple โดยตรง
คำถามสำคัญของ Apple ไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีใดล้ำที่สุดเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าอุปกรณ์แบบใดจะทำให้ผู้คนหยิบมาใช้ทุกวันได้จริง
Vision Pro เป็นคอมพิวเตอร์ทรงพลังที่สวมบนใบหน้า แต่มีต้นทุนสูง ขนาดใหญ่ และเหมาะกับการใช้งานเฉพาะทางมากกว่า ขณะที่แว่น AI แบบไม่มีหน้าจออาจมีเส้นทางสู่ตลาดวงกว้างกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า
แว่นประเภทนี้อาจเน้นความสามารถอย่างการสั่งงานด้วยเสียง ผู้ช่วย AI การรับข้อมูลจากกล้อง หรือการโต้ตอบกับบริการดิจิทัล โดยไม่จำเป็นต้องแสดงภาพเสมือนทับลงบนโลกจริงแบบแว่น AR เต็มรูปแบบ ส่วนแว่น AR ที่มีจอและระบบออปติกซับซ้อนยังเป็นโครงการระยะยาว เนื่องจากต้องแก้โจทย์ด้านน้ำหนัก แบตเตอรี่ คุณภาพภาพ และการผลิตในระดับจำนวนมาก
ทิศทางดังกล่าวจึงอาจเป็นกลยุทธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปของ Apple:
พูดให้เห็นภาพคือ Apple อาจไม่ได้เลิกเชื่อในอนาคตของการประมวลผลบนใบหน้า แต่กำลังเปลี่ยนเส้นทาง จากการใช้เฮดเซ็ตขนาดใหญ่เป็นตัวเปิดตลาด ไปสู่แว่นตาที่ดูคุ้นเคยและสวมใส่ได้ง่ายกว่า
Paul Meade รองประธานของ Apple ซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้ดูแลงาน Vision Pro และโครงการแว่นอัจฉริยะ กำลังย้ายไปร่วมหน่วยฮาร์ดแวร์ของ OpenAI ตามรายงานของ Bloomberg ที่สื่ออย่าง Engadget และ MacRumors นำมาอ้างถึง
การย้ายงานของ Meade ไม่ได้พิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ใดถูกยกเลิก แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงภายใน โดยเฉพาะเมื่อเขาดูแลงานทั้งฝั่ง Vision Pro และแว่นอัจฉริยะ MacRumors รายงานว่า Fletcher Rothkopf ซึ่งเคยรับผิดชอบงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Vision Pro และแว่นอัจฉริยะ จะเข้ามารับหน้าที่ต่อ
เมื่อประกอบกับรายงานก่อนหน้านี้ว่า Vision Products Group ถูกแยกโครงสร้าง และพนักงานบางส่วนถูกย้ายไปทำงานในโครงการอื่น ภาพที่ปรากฏจึงเป็นการกระจายหรือผนวกความเชี่ยวชาญด้าน spatial computing เข้ากับงานส่วนอื่นของ Apple มากกว่าการปล่อยให้ Vision Pro เป็นเครื่องยนต์เติบโตแบบเอกเทศ
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดไม่ใช่ “Apple ทิ้ง Vision Pro” แต่คือ Apple ไม่ได้แสดงความเร่งรีบเท่าเดิมในการขยายตลาดเฮดเซ็ตอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนข้อสรุป 3 ประการ:
Apple ยังอาจใช้ Vision Pro เป็นแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาอินเทอร์เฟซเชิงพื้นที่ ระบบปฏิบัติการ visionOS งานสำหรับองค์กร และเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์รุ่นถัดไป เพียงแต่การจัดสรรบุคลากรและทรัพยากรที่ถูกรายงานออกมาบ่งชี้ว่า โอกาสสำคัญถัดไปสำหรับผู้บริโภคอาจมาจาก “แว่น” มากกว่าเฮดเซ็ตราคาแพง
ยุทธศาสตร์ของ John Ternus ที่ถูกรายงานออกมา ดูเหมือนการแก้เกมจากการเดิมพันฮาร์ดแวร์ครั้งแรก มากกว่าการปฏิเสธแนวคิด spatial computing ทั้งหมด Apple อาจกำลังย้ายเงินทุนและบุคลากรจากแผนงานที่เน้นเฮดเซ็ตหลายรุ่น ไปสู่แว่น AI ที่เบากว่าและมีโอกาสกลายเป็นอุปกรณ์ใช้ประจำวันได้มากกว่า พร้อมเก็บความฝันเรื่องแว่น AR เต็มรูปแบบไว้ในระยะยาว
ดังนั้น การปลดพนักงานครั้งนี้ควรถูกมองเป็นสัญญาณของ การจัดลำดับความสำคัญใหม่ มากกว่าคำประกาศปิดฉาก โดยสิ่งที่ Apple กำลังลดความร้อนแรงลงคือ VR ในระยะใกล้ ไม่ใช่การยืนยันว่า Vision Pro, visionOS หรือธุรกิจ Vision ทั้งหมดหายไปจากแผนของบริษัทแล้ว