การลงทุนซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจจีนมาอย่างยาวนาน ก็เริ่มสะดุดเช่นกัน
ข้อมูลเดือนเมษายนชี้ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (fixed‑asset investment) ต่ำกว่าที่คาดไว้และเริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัว สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจที่อ่อนลงในวงกว้าง
ปัจจัยกดดันการลงทุนประกอบด้วย
เมื่อการบริโภค การผลิต และการลงทุนชะลอลงพร้อมกัน มักเป็นสัญญาณของแรงกดดันเชิงมหภาค มากกว่าปัญหาเฉพาะภาคธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง
ตลาดรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยขนาดใหญ่ของผู้บริโภค แสดงภาพการชะลอตัวได้ชัดเจน
ยอดขายรถยนต์นั่งในจีน ลดลง 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือประมาณ 1.625 ล้านคันในเดือนเมษายน ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM)
ความต้องการรถยนต์ในประเทศลดลงต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 7 ติดต่อกัน สะท้อนความระมัดระวังของผู้บริโภคและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ปัจจัยที่ทำให้ยอดขายรถยนต์อ่อนตัว ได้แก่
แม้ว่าการส่งออกรถยนต์ของจีนยังเติบโตได้ดี แต่ความต้องการภายในประเทศยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของภาวะการใช้จ่ายของครัวเรือน
ปัจจัยภายนอกก็มีบทบาทต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในเดือนเมษายนเช่นกัน
ราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในหลายภาคส่วน
ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นสามารถกระทบเศรษฐกิจได้หลายทาง เช่น
เมื่อรวมกับอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ต้นทุนพลังงานที่สูงจึงยิ่งขยายแรงชะลอตัวในหลายภาคเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจจีนเติบโตประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นปีที่ค่อนข้างแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเดือนเมษายนทำให้พื้นที่สำหรับความผิดพลาดแคบลง
หากการบริโภคและการลงทุนยังคงอ่อนแอในไตรมาสสอง การรักษาการเติบโตทั้งปีที่ประมาณ 5% จะยิ่งท้าทายมากขึ้น นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากจึงคาดว่ารัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการกระตุ้นแบบเฉพาะจุดหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป
มาตรการที่อาจถูกนำมาใช้ ได้แก่
ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จะเป็นตัวบอกว่าเดือนเมษายนเป็นเพียงการสะดุดชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการชะลอตัวในวงกว้าง
ตัวชี้วัดในเดือนเมษายนสะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังไม่สม่ำเสมอ แม้ต้นปีจะดูแข็งแรง แต่การผสมกันของ การบริโภคที่อ่อนแอ การผลิตที่ชะลอ ยอดขายรถยนต์ที่ลดลง และการลงทุนที่อ่อนแรง บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนเชิงนโยบายอยู่มาก
สำหรับรัฐบาลปักกิ่ง ความท้าทายสำคัญคือการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพามาตรการกระตุ้นที่เพิ่มหนี้มากเกินไป ซึ่งเป็นสมดุลสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจจีนตลอดปี 2026
Comments
0 comments