การโจมตีลักษณะนี้สามารถ:
นักวิเคราะห์บางรายมองว่ายุทธศาสตร์โจมตีหลายชั้นแบบนี้กำลังทำให้ความคืบหน้าทางทหารของรัสเซียชะลอตัวลง
การประกาศแผนใหม่ของยูเครนเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีต่อเนื่องจากรัสเซีย เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่ามอสโกยังคงใช้ โดรน ปืนใหญ่ และการบุกตามแนวหน้า แม้ในช่วงที่มีการหารือหรือเสนอหยุดยิง
รายงานระบุว่ารัสเซียได้ยิงอาวุธจำนวนมากใส่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง ทั้งโดรนโจมตี ระเบิดนำวิถี และขีปนาวุธ โดยเป้าหมายรวมถึงเมือง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเครือข่ายลอจิสติกส์ของประเทศ
ผู้นำยูเครนมองว่าการโจมตีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัสเซียยังไม่ลดระดับปฏิบัติการทางทหาร ทำให้เคียฟจำเป็นต้องเพิ่มแรงกดดันกลับไปยังดินแดนรัสเซีย
การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเริ่มมุ่งเป้าไปที่ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและฐานทัพ ของรัสเซียมากขึ้น โดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมัน คลังเชื้อเพลิง และท่าเรือที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสงครามของมอสโก
เป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์นี้มีสองด้านคือ:
ในบางช่วง รัสเซียรายงานว่าสามารถสกัดโดรนยูเครนได้จำนวนมากระหว่างการโจมตีเป็นระลอก ซึ่งสะท้อนว่าการโจมตีลึกเข้าไปในประเทศมีความถี่เพิ่มขึ้น
ยูเครนยังกล่าวว่าการโจมตีระยะไกลสามารถทำลายยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและอุปกรณ์อื่น ๆ ของรัสเซียได้ในบางปฏิบัติการ
นอกจากผลในสนามรบแล้ว การโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซียยังมีมิติทางการเมืองและการทูตด้วย ยูเครนหวังว่าการเพิ่มต้นทุนของสงครามให้สูงขึ้นจะสร้างแรงกดดันต่อมอสโกในระหว่างที่การเจรจาระหว่างประเทศยังคงดำเนินอยู่
อย่างไรก็ตาม ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามยังเผชิญทางตันหลายครั้ง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาแรงกดดันทางทหารต่อกัน
สำหรับยูเครน แผนโจมตีระยะไกลที่เพิ่งได้รับอนุมัติสำหรับเดือนมิถุนายนสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ที่กำลังชัดเจนขึ้นของสงครามยุคใหม่ — การต่อสู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแนวหน้า แต่ขยายไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และระบบสนับสนุนทางทหารที่อยู่ลึกหลังแนวรบ
และในมุมมองของเคียฟ การโจมตีเหล่านี้อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการบ่อนทำลายศักยภาพสงครามของรัสเซียในระยะยาว.
Comments
0 comments