Vitalik Buterin เสนอโมเดลการเงินไร้ตัวกลาง (DeFi) แบบใช้ Options เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2025 เพื่อแทนที่ระบบการกู้ยืมแบบมีหลักประกัน (CDP) และยกเลิกการบังคับขายทอดตลาด (Liquidation) โดยสิ้นเชิง [1][3][13] โมเดลนี้ใช้ระบบ Oracle แบบหน่วงเวลา (Delayed Oracles) แทนการรายงานราคาแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการปั่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Vitalik Buterin propose on June 1, 2025, to replace liquidation-based DeFi lending, how would the options-based system work, what a. Article summary: On June 1, 2025, Vitalik Buterin published a research post on the Ethereum Research forum proposing a fundamental redesign of DeFi lending — replacing collateralized debt positions (CDPs) and forced liquidations with an . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Maturity in question: DeFi’s paradoxical 2025. # DeFi’s 2025 Paradox: Growth Amidst Lingering Questions of Maturity. DeFi’s 2025: institutional growth, record lending, yet persiste" source context "DeFi's 2025 Paradox: Growth Amidst Lingering Questions of Maturity" Reference image 2: visual subject "A smartphone
หากย้อนมองหายนะครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเงินไร้ตัวกลาง (DeFi) ไม่ว่าจะเป็น ‘Black Thursday’ ของ MakerDAO หรือ เกลียวมรณะของ LUNA/UST ล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือ การบังคับขายทอดตลาดแบบลูกโซ่ (Forced Liquidation Cascade)
ทว่าเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2025 Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้เผยแพร่บทความวิจัยลงบนเว็บบอร์ด Ethereum Research เสนอแนวคิดการออกแบบ DeFi ยุคใหม่ที่จะ ล้มล้างระบบการกู้ยืมแบบมีหลักประกัน (CDP) ไปสู่โมเดลที่ใช้ตราสารอนุพันธ์ 'Options' โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการกำจัดคำว่า ‘Liquidation’ ให้หายไปจากระบบการเงินโดยสิ้นเชิง
แทนที่ผู้ใช้จะกู้ยืมเงินโดยใช้สินทรัพย์ค้ำประกันเหมือนที่ผ่านมา ภายใต้โมเดลใหม่นี้ ผู้ใช้จะสร้างคู่โทเค็น (Token Pairs) ที่แสดงถึงสถานะขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) เปรียบเสมือนการสร้าง ‘กองทุนดัชนีสังเคราะห์’ ที่อ้างอิงการเคลื่อนไหวของราคาผ่านสัญญา Options
ความแตกต่างพื้นฐานอยู่ที่กลไกล้วนๆ จากเดิมที่ระบบมีเส้นตายตายตัว เมื่อราคาหลักประกันหล่นถึงจุดหนึ่งจะถูกขายทอดตลาดทันที แต่ในโลกของ Options จะไม่มี 'จุด' นั้นอีกต่อไป เพราะมูลค่าของ Options มีลักษณะ Non-Linear (ไม่เป็นเส้นตรง) หมายความว่าหากราคาเหวี่ยงแรง ผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ล้างพอร์ตภายในพริบตา
กล่าวให้เห็นภาพคือ ระบบเดิมเป็นเหมือนสวิตช์เปิด-ปิด (โดน Liquidation เมื่อไหร่คือจบ) แต่ระบบใหม่เป็นเหมือนการค่อยๆ ละลาย ค่าสินทรัพย์จะลดลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา (Time Decay) และโอกาสในการทำกำไรที่เปลี่ยนไป แทนที่จะระเบิดเป็นศูนย์ทีเดียว
หัวใจของหายนะใน DeFi หลายครั้งเกิดจากการพึ่งพา Oracle หรือผู้รายงานราคาแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจสอบสุขภาพของสินเชื่อ หากมีผู้ประสงค์ร้ายใช้ Flash Loan ปั่นราคาให้เกิดการผิดเพี้ยนเพียงเสี้ยววินาที ระบบก็จะบังคับขายหลักประกันของผู้คนจำนวนมากทันที ซึ่ง Buterin มองว่านี่คือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดที่ยังแก้ไม่ตกในโลก DeFi
ด้วยระบบ Options นี้ แต่ตรินเสนอให้ใช้ 'Oracle แบบหน่วงเวลา' (Slow/Delayed Oracles) โดยราคาที่ใช้ในการชำระราคา (Settlement) จะอิงกับราคาเมื่อหมดอายุสัญญา หรือใช้ค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ราคาเรียลไทม์แบบวินาทีต่อวินาที สิ่งนี้ช่วยลดช่องโหว่จากการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่การป้อนข้อมูลราคาลงอย่างฉับพลันได้อย่างมีนัยสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีจุด 'ทริกเกอร์' การบังคับขาย ยังช่วยแก้ปัญหา การเทขายลดหลั่นกัน (Recursive Sell-off) เมื่อตลาดเกิดแรงเทขายอย่างรุนแรงจนทำให้พอร์ตผู้ใช้ติดลบเป็นจำนวนมาก สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) จะไม่เร่งขายหลักประกันเพื่อชำระหนี้ ซึ่งการขายนั้นเองที่ทำให้ราคายิ่งตกหนัก เกิดเป็นโดมิโนล้มระเนระนาด (เหมือนในเหตุการณ์ LUNA/UST) ด้วยตัวเลือกแบบ Options นี้ การดูดซับแรงกระแทกจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการเสื่อมค่าตามเวลาและความน่าจะเป็น แทนที่จะทำลายล้างทั้งระบบในคราวเดียว
แม้กรอบทฤษฎีจะดูงดงาม แต่ความเป็นจริงยังมีปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก
ข้อเสนอนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเทคนิค แต่สอดคล้องกับแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้นของ Buterin ที่ว่า DeFi ที่ 'แท้จริง' ควรลดการพึ่งพา Stablecoin แบบรวมศูนย์ที่สามารถถูกแทรกแซงได้ เช่น USDC และ USDT โมเดล Options นี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์ใหม่สำหรับ Stablecoin แบบอัลกอริทึม (Algorithmic Stablecoin) ที่สามารถรักษาค่าคงที่ของราคาผ่านกลไกตลาด Options เอง แทนที่จะพึ่งพาการค้ำประกันหนี้จนเกินพอดี ซึ่งมีความเปราะบางต่อภาวะ Bank Run
มองไปในอนาคต Buterin จินตนาการถึงโลกที่ผู้ใช้สามารถออกแบบ 'พอร์ตการลงทุนดิจิทัลส่วนบุคคล' ของตัวเองได้ เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการ สัดส่วนความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กองทุนดัชนีคริปโตเฉพาะคุณ หรือพอร์ตที่ควบคุมความผันผวนเอง ระบบ Options จะทำหน้าที่เป็นกลไกอัตโนมัติในการปรับพอร์ต ป้องกันความเสี่ยง และทำให้กราฟการลงทุนลื่นไหลขึ้น นี่จะเป็นการก้าวข้ามจากการเป็นแค่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อัดสำเนามาจากโลก TradFi (การเงินดั้งเดิม) ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของการจัดการความเสี่ยงแบบกระจายศูนย์อย่างแท้จริง
ในตอนนี้ ข้อเสนอยังเป็นเพียงงานวิจัย ยังไม่มีข้อเสนอ EIP อย่างเป็นทางการหรือแผนการพัฒนาเป็น Protocol ใดๆ แต่หัวใจของแนวคิดชัดเจน นั่นคือ ตราบใดที่รากฐานของ DeFi ยังเป็น 'หนี้' และ 'การบังคับขาย' หายนะครั้งใหญ่ก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเปลี่ยนรากฐานจาก 'หนี้' เป็น 'ทางเลือก' เปลี่ยนความล้มเหลวจากการ 'ระเบิด' เป็นการ 'ค่อยๆ ละลาย' และนั่นคือระบบที่ Buterin เชื่อว่าการเงินไร้ตัวกลางควรจะเป็นมาโดยตลอด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Vitalik Buterin เสนอโมเดลการเงินไร้ตัวกลาง (DeFi) แบบใช้ Options เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2025 เพื่อแทนที่ระบบการกู้ยืมแบบมีหลักประกัน (CDP) และยกเลิกการบังคับขายทอดตลาด (Liquidation) โดยสิ้นเชิง [1][3][13]
Vitalik Buterin เสนอโมเดลการเงินไร้ตัวกลาง (DeFi) แบบใช้ Options เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2025 เพื่อแทนที่ระบบการกู้ยืมแบบมีหลักประกัน (CDP) และยกเลิกการบังคับขายทอดตลาด (Liquidation) โดยสิ้นเชิง [1][3][13] โมเดลนี้ใช้ระบบ Oracle แบบหน่วงเวลา (Delayed Oracles) แทนการรายงานราคาแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการปั่นราคาและการโจมตีด้วยสินเชื่อฉับพลัน (Flash Loans) อันเป็นสาเหตุของความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ [8][13][15]
ความท้าทายหลักคือการจัดการสภาพคล่องและการลื่นไถลของราคา (Slippage) ในการปรับสมดุลพอร์ต แต่เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง Stablecoin แบบกระจายศูนย์ที่แท้จริง และกองทุนดัชนีที่ปรับสมดุลตัวเองได้โดยอัตโนมัติ [7][12][15]