การทดสอบ VBSpam ไตรมาส 3/2026 ที่รายงานว่าดำเนินการ 16 วัน ตรวจอีเมล 103,969 ฉบับ ชี้ว่าฟิชชิงสามารถมาถึงผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ยืนยันตัวตนได้ ขณะที่การปิดบังในเบราว์เซอร์ซ่อนปลายทางจริงไว้ แคมเปญที่พบใช้ Amazon SES และโดเมนที่ DKIM สอดคล้องกัน พร้อม HTML ซ่อนองค์ประกอบ, JavaScript ทำให้วิเคราะห์ยาก, redirect แบบมีเ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Virus Bulletin’s Q3 2026 VBSpam comparative test reveal about phishing campaigns that abuse authenticated email services and multi-. Article summary: Virus Bulletin’s Q3 2026 VBSpam test indicated that modern phishing often succeeds by combining legitimate, authenticated sending infrastructure with browser-side cloaking that hides the real destination from simple emai. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
อีเมลที่ผ่านการยืนยันทางเทคนิค ไม่ควรถูกตีความว่า “ปลอดภัย” โดยอัตโนมัติ ผลการรายงานจากการทดสอบเปรียบเทียบ VBSpam ไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Virus Bulletin สะท้อนว่า ผู้โจมตีสามารถใช้ระบบส่งอีเมลที่ดูถูกต้องน่าเชื่อถือ แล้วโยกพฤติกรรมอันตรายไปไว้ในขั้นตอนถัดไปบนเว็บ ผ่านการเปลี่ยนเส้นทางหลายชั้นและการปิดบัง URL ตามเงื่อนไขของเบราว์เซอร์
การทดสอบดำเนินเป็นเวลา 16 วันตามแผนทดสอบของ AMTSO และประเมินอีเมล 103,969 ฉบับ โดยเป็นสแปม 103,380 ฉบับ 1
3
SPF, DKIM และ DMARC ช่วยตรวจสอบบางส่วนของเส้นทางการส่งอีเมลและความสอดคล้องกับโดเมนผู้ส่ง แต่ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาในอีเมลปลอดภัย ลิงก์ทุกลิงก์ไม่มีอันตราย หรือหน้าเว็บสุดท้ายหลังผ่านการ redirect เป็นของจริง
ประเด็นสำคัญของแคมเปญที่มีรายงานคือ คนร้ายใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการยืนยันตัวตนหรือดูน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงรอให้ผู้ใช้เปิดลิงก์ในเบราว์เซอร์ ก่อนตรวจสอบข้อมูลอย่างเบราว์เซอร์ เขตเวลา ตำแหน่ง หรือช่วงเวลา แล้วค่อยแสดงปลายทางหลอกลวงแก่เป้าหมายที่เข้าเงื่อนไข 3
5
แคมเปญภาษาเยอรมันใช้ข้อความล่อว่าเป็นการแจ้งชำระเงินค้าง และส่งผ่าน Amazon SES จากโดเมนที่มี DKIM สอดคล้องกัน แทนที่จะใช้ไฟล์แนบ อีเมล HTML ดังกล่าวมีมาร์กอัปหลอกเพื่อเบี่ยงการวิเคราะห์ ข้อความซ่อนอยู่ iframe ขนาดศูนย์ และ JavaScript ที่ถูกทำให้อ่านวิเคราะห์ได้ยาก 3
5
เมื่อกดลิงก์ ระบบจะประเมินผู้เข้าชมโดยเก็บลายนิ้วมือของเบราว์เซอร์และข้อมูลเขตเวลา ส่งคำขอ POST ที่ซ่อนไว้ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางผู้ที่ผ่านเงื่อนไขไปยัง OpenSea ลำดับนี้มีรายงานว่าสอดคล้องกับการฉ้อโกงคริปโตเคอร์เรนซีหรือ NFT แบบปิดบังเส้นทาง ซึ่งทำให้การตรวจอีเมลหรือลิงก์ตั้งต้นเพียงครั้งเดียวเห็นความเสี่ยงได้ยาก 3
5
อีกแคมเปญหนึ่งเป็นภาษาเนเธอร์แลนด์ ปลอมตัวเป็น McAfee และ TotalAV โดยเตือนว่าพบ “ไวรัสอันตราย 631 รายการ” และเสนอส่วนลดต่ออายุสมาชิก เนื้อหาหลอกลวงอยู่ใน HTML ทั้งหมด ไม่ได้อาศัยไฟล์แนบมัลแวร์แบบเดิม 3
5
จุดหลบเลี่ยงหลักคือปลายทางสามารถเปลี่ยนตามเวลา ตำแหน่ง หรือโปรไฟล์ที่ระบบคาดว่าเป็นเหยื่อ ทำให้ระบบสแกนอัตโนมัติอาจเจอหน้าเว็บปกติ ข้อผิดพลาด หรือเส้นทาง redirect คนละแบบกับที่ผู้ถูกเล็งเป้าเห็น เป้าหมายที่รายงานคือการฉ้อโกงค่าบริการสมัครสมาชิก 3
5
อีเมลภาษาโรมาเนียปลอมเป็น BCR S.A. และอ้างว่าผู้รับต้องต่ออายุความยินยอมตาม PSD2 โดย PSD2 คือกรอบกำกับบริการชำระเงินของสหภาพยุโรป รายงานระบุว่าแคมเปญนี้ซ่อนปลายทางด้วย IPv6-mapped address ซึ่งเป็นเทคนิคที่อาจทำให้การแยกวิเคราะห์ URL และการสแกนของระบบซับซ้อนขึ้น 3
ธีม “ต้องดำเนินการเรื่องธนาคาร” สร้างแรงกดดันให้เหยื่อรีบทำตามในบริบทที่คุ้นเคย จึงเหมาะกับการหลอกขโมยข้อมูลรับรองบัญชี 3
ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ว่าตรรกะสำคัญของฟิชชิงกำลังย้ายออกจากอีเมลฉบับแรก อีเมลอาจมาจากผู้ส่งที่ผ่านการยืนยันตัวตน และลิงก์แรกอาจยังไม่เผยเจตนาอันตรายอย่างชัดเจน แต่พฤติกรรมชี้ขาดเกิดขึ้นภายหลังในเบราว์เซอร์ เช่น
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าควรเลิกใช้การยืนยันตัวตนอีเมล แต่ควรใช้เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งในการตัดสินใจ ร่วมกับการวิเคราะห์เนื้อหา ชื่อเสียงผู้ส่ง พฤติกรรมของลิงก์ และความเสี่ยงของปลายทาง 3
5
ผลคะแนนรวมที่รายงานชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ชั้นนำทำอัตราการตรวจจับรวมได้สูงมาก แต่ประสิทธิภาพไม่ได้ใกล้เคียงกันทุกตัว Net at Work NoSpamProxy ได้คะแนนสุดท้าย 99.995 โดยไม่มี false positive, Bitdefender GravityZone Premium ได้ 99.994 และ SEPPmail.cloudfilter ได้ 99.985 ส่วน Rspamd มีรายงานว่าได้ 62.5% 3
5
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลจากการทดสอบเปรียบเทียบครั้งนี้ ไม่ใช่คำรับประกันว่าทุกสภาพแวดล้อมจะให้ผลเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ความต่างดังกล่าวตอกย้ำว่าการรับมือผู้ส่งที่ผ่านการยืนยันตัวตน URL ที่ถูกทำให้อ่านยาก และเว็บโฟลว์แบบมีเงื่อนไข ต้องอาศัยการตรวจสอบหลายชั้น ไม่ใช่พึ่งกลไกควบคุมเพียงจุดเดียว 1
3
5
รายงาน VBSpam ไตรมาส 3/2026 แสดงให้เห็นโมเดลฟิชชิงที่ผู้โจมตีทำให้อีเมลดูยอมรับได้ในช่วงส่งมอบ แต่จะเผยการหลอกลวงก็ต่อเมื่อเบราว์เซอร์ของผู้รับผ่านเงื่อนไขที่กำหนด การยืนยันตัวตนผู้ส่งยังจำเป็นต่อสุขอนามัยด้านความปลอดภัยของอีเมล ทว่าเกณฑ์ตัดสินว่าปลอดภัยหรือไม่ ต้องขยายไปตลอดสาย redirect จนถึงประสบการณ์จริงบนหน้าเว็บปลายทาง 3
5
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การทดสอบ VBSpam ไตรมาส 3/2026 ที่รายงานว่าดำเนินการ 16 วัน ตรวจอีเมล 103,969 ฉบับ ชี้ว่าฟิชชิงสามารถมาถึงผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ยืนยันตัวตนได้ ขณะที่การปิดบังในเบราว์เซอร์ซ่อนปลายทางจริงไว้
การทดสอบ VBSpam ไตรมาส 3/2026 ที่รายงานว่าดำเนินการ 16 วัน ตรวจอีเมล 103,969 ฉบับ ชี้ว่าฟิชชิงสามารถมาถึงผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ยืนยันตัวตนได้ ขณะที่การปิดบังในเบราว์เซอร์ซ่อนปลายทางจริงไว้ แคมเปญที่พบใช้ Amazon SES และโดเมนที่ DKIM สอดคล้องกัน พร้อม HTML ซ่อนองค์ประกอบ, JavaScript ทำให้วิเคราะห์ยาก, redirect แบบมีเงื่อนไข และ IPv6 mapped address เพื่อกลบเส้นทางหลอกลวงคริปโต/NFT การต่ออายุบริการ และข้อมู...
คะแนนรวมที่รายงานแตกต่างกันมาก: Net at Work NoSpamProxy ได้ 99.995 โดยไม่มี false positive, Bitdefender GravityZone Premium 99.994, SEPPmail.cloudfilter 99.985 ขณะที่ Rspamd ได้ 62.5%