เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการแข่งขันแห่งชาติเวียดนาม (VCC) ประกาศปรับ Xiaomi Vietnam เป็นเงิน 290 ล้านด่ง (ประมาณ 400,000 บาท) หลังพบการกระทำผิด 3 ข้อหาเกี่ยวกับการปกป้องผู้บริโภค ทั้งการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดย... การปรับครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามใหญ่ของรัฐบาลเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้ได้ลงโทษ 14 ธุ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Vietnam fine Xiaomi VNĐ290 million (~$11,000) for in May 2026, what three specific violations of the 2023 Law on Protection of Cons. Article summary: On June 3, 2026, Vietnam's National Competition Commission (VCC) announced that it had fined Xiaomi Vietnam Co., Ltd. VNĐ290 million (approximately $11,000–$11,010) for three violations of the 2023 Law on Protection of C. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "**Hanoi (VNA)** – Xiaomi Vietnam Co., Ltd was fined 290 million VND (about 11,000 USD) for three violations of consumer protection regulations, according to the National Competiti" source context "Xiaomi Vietnam fined for violating consumer rights" Reference image 2: visual subject "A view of the business semina
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการแข่งขันแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam Competition Commission - VCC) ได้ประกาศบทลงโทษต่อบริษัท เสี่ยวหมี่ เวียดนาม (Xiaomi Vietnam Co., Ltd.) เป็นเงิน 290 ล้านด่งเวียดนาม (ประมาณ 400,000 บาท) จากความผิด 3 ข้อหา ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคปี 2023 โดยคำตัดสินอย่างเป็นทางการได้ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
นี่คือสัญญาณชัดเจนจากเวียดนามว่าถึงเวลาที่ต้องเข้มงวดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังรวมถึงการโฆษณาในโลกออนไลน์และความเป็นธรรมในสัญญากับผู้บริโภคด้วย
VCC ได้ระบุการกระทำผิด 3 ข้ออย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละข้อสะท้อนทิศทางที่ทางการเวียดนามกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
Xiaomi ไม่ได้เปิดช่องให้ผู้บริโภคเลือกว่าจะยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนตัวของตนเพื่อการโฆษณา, การแนะนำสินค้าและบริการ, หรือกิจกรรมทางการค้าอื่น ๆ ซึ่งผิดตามข้อ b, วรรค 4, มาตรา 18 ของกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคปี 2023 ข้อนี้หมายความว่า บริษัทต้องขออนุญาตก่อนนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ทางการตลาดเสมอ ไม่ใช่เก็บไปใช้เงียบ ๆ
บริษัทล้มเหลวในการแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้า หรือเปิดเผยต่อสาธารณะว่าได้ให้การสนับสนุน (Sponsor) บุคคลผู้ทรงอิทธิพลหรือ KOL เพื่อให้ช่วยโปรโมตสินค้า ซึ่งผิดตามข้อ h, วรรค 1, มาตรา 35 ของกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคปี 2023 การกระทำเช่นนี้เข้าข่าย "โฆษณาแอบแฝง" เพราะผู้บริโภคควรรู้ว่าคำแนะนำหรือคำโปรยที่ได้ยินนั้นมาจากการจ้างงาน ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ
ในสัญญามาตรฐานที่ผู้บริโภคต้องเซ็นกับ Xiaomi มีเงื่อนไขที่ลดความรับผิดชอบของบริษัทอย่างไม่เป็นธรรมบ้าง, อนุญาตให้บริษัทเปลี่ยนแปลงข้อตกลงโดยพลการโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าบ้าง ซึ่งผิดตามข้อ a, วรรค 2, และข้อ b, วรรค 2, มาตรา 27 ของกฎหมายดังกล่าว ส่วนนี้เป็นการจัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมทางอำนาจในสัญญาสำเร็จรูป
การปรับ Xiaomi ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการคุมเข้มด้านกฎหมายของเวียดนามอย่างเป็นระบบ หลังจากที่กฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคปี 2023 บังคับใช้ เจ้าหน้าที่ก็มีเครื่องมือใหม่ในการจัดการกับการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์หลอกลวง
เพียงช่วงก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม 2569 VCC ได้ปรับธุรกิจไปแล้ว 14 ราย และ 6 บุคคล รวมเป็นเงินกว่า 3.55 พันล้านด่ง (ราว 51 ล้านบาท)
คดีก่อนหน้าที่ฟ้องร้องกันอยู่ก็คือของ บริษัท Y&B จอยท์ สต็อก ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของเครื่องสำอาง Cocoon Vietnam เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 VCC สั่งปรับ Y&B เป็นเงิน 50 ล้านด่ง ในความผิดเดียวกันกับของ Xiaomi: ไม่เปิดเผยต่อผู้บริโภคว่ามีการสปอนเซอร์อินฟลูเอนเซอร์เพื่อโปรโมตสินค้า
ภายใต้กฎใหม่ KOL หรือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลของสินค้าที่ตนโฆษณา และต้องเปิดเผยว่าตนได้รับการว่าจ้างมาเสมอ หากโฆษณาที่แฝงวาระสร้างความเสียหาย ทั้งตัว KOL และบริษัทที่จ้างอาจต้องรับผิดร่วมกัน
สำหรับเวียดนาม ค่าปรับ 290 ล้านด่ง (ราว 400,000 บาท) อาจฟังดูมาก แต่หากเทียบกับความเสี่ยงทางกฎหมายที่ Xiaomi กำลังเผชิญในต่างประเทศ นับว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยว
ในเดือนมกราคม 2568 กลุ่มผู้สนับสนุนความเป็นส่วนตัวจากออสเตรีย Noyb (None of Your Business) ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมาย GDPR ของสหภาพยุโรปต่อ Xiaomi และอีก 5 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนต่อหน่วยงานใน 5 ประเทศสมาชิกอียู โดยระบุว่าบริษัทเหล่านี้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ชาวยุโรปไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอียูไม่ได้รับรองว่าจีนมีมาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่เพียงพอ
ข้อร้องเรียนเหล่านี้ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาจนำไปสู่ค่าปรับสูงถึง 4% ของรายรับรวมทั่วโลกของบริษัท หากเปรียบเทียบกับยอดค่าปรับ GDPR รวมทั่วอียูที่พุ่งถึงกว่า 7.1 พันล้านยูโรภายในต้นปี 2569 ก็จะเห็นภาพชัดว่า การบังคับใช้กฎหมายในยุโรปมีสเกลทางการเงินที่ใหญ่หลวงกว่ามาก
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การกระทำผิดของ Xiaomi ในเวียดนามอาจไม่ส่งผลโดยตรง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือการจ้างอินฟลูเอนเซอร์โปรโมตสินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จึงเป็นบทเรียนสำหรับทั้งผู้ใช้และภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการแข่งขันแห่งชาติเวียดนาม (VCC) ประกาศปรับ Xiaomi Vietnam เป็นเงิน 290 ล้านด่ง (ประมาณ 400,000 บาท) หลังพบการกระทำผิด 3 ข้อหาเกี่ยวกับการปกป้องผู้บริโภค ทั้งการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดย...
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการแข่งขันแห่งชาติเวียดนาม (VCC) ประกาศปรับ Xiaomi Vietnam เป็นเงิน 290 ล้านด่ง (ประมาณ 400,000 บาท) หลังพบการกระทำผิด 3 ข้อหาเกี่ยวกับการปกป้องผู้บริโภค ทั้งการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดย... การปรับครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามใหญ่ของรัฐบาลเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้ได้ลงโทษ 14 ธุรกิจและ 6 บุคคล รวมเป็นเงินกว่า 3.55 พันล้านด่ง สำหรับความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อผ่านอินฟลูเอนเซอร์และการละเมิดสิทธิ...