ถ้อยแถลงล่าสุดจากเคียฟและมอสโกสะท้อนภาพสงครามที่มีแนวโน้มเดินหน้าต่อไปจนถึงฤดูหนาว มากกว่าจะคลี่คลายสู่การหยุดยิงในเร็ววัน คีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า การคาดหวังให้สงครามยุติในระยะใกล้เป็นเรื่องไม่สมจริง และยูเครนจำเป็นต้องระดมกำลังอย่างน้อยเดือนละ 30,000 คนเพื่อประคองการป้องกันประเทศ 114 ด้านดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่าการเจรจาสันติภาพอยู่ใน “ภาวะหยุดชะงักลึก” และยังไม่มีแนวคิดใหม่เกิดขึ้น 538
บูดานอฟมองว่าสงครามจะลากยาวถึงฤดูหนาว
บูดานอฟระบุว่า การคาดหวังว่าสงครามจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้เป็นเรื่องไม่สมจริง และส่งสัญญาณว่าการสู้รบน่าจะดำเนินต่อไปตลอดฤดูหนาว ขณะเดียวกัน เขากล่าวว่ายูเครนไม่สามารถระดมกำลังได้น้อยกว่า 30,000 คนต่อเดือน หากต้องการรักษาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ 114
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่การคาดการณ์ว่าทุกเดือนจะต้องมีการเกณฑ์ทหารจำนวนเท่านี้แน่นอน แต่เป็นความต้องการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนระบุไว้ และสะท้อนแรงกดดันด้านกำลังพลที่เพิ่มขึ้นเมื่อสงครามยืดเยื้อ รายงานยังชี้ว่าประเด็นการระดมกำลังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสร้างแรงกดดันทั้งทางการเมืองและสังคมภายในยูเครน 14
การแลกเปลี่ยนเชลยยังเป็นช่องทางติดต่อหลัก
บูดานอฟกล่าวว่า การติดต่อระหว่างเคียฟกับมอสโกในเวลานี้มุ่งเน้นไปที่การแลกเปลี่ยนเชลยเป็นหลัก และคาดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ 38
ช่องทางดังกล่าวมีลักษณะด้านมนุษยธรรม และไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงทางการเมือง การสื่อสารระหว่างกันยังไม่หายไปทั้งหมด แต่ขอบเขตแคบลงอย่างมาก ทั้งสองฝ่ายยังสามารถจัดการประเด็นจำกัด เช่น การแลกเปลี่ยนเชลย ขณะที่คำถามใหญ่เรื่องการหยุดยิง ดินแดน และบทบาทของประเทศที่สามยังติดขัด 3
หากมีการหารือเดือนกันยายน ก็ยังเป็นเพียงขั้นเตรียมการ
บูดานอฟกล่าวว่าคณะเจรจาของยูเครนและรัสเซียอาจพบกันในเดือนกันยายน และอาจมีผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย 2 อย่างไรก็ตาม เขาอธิบายว่าการติดต่อระยะแรกน่าจะเป็นการหารือเชิงเทคนิคและการเตรียมการ เพื่อวางพื้นฐานสำหรับกระบวนการที่ใหญ่กว่าในอนาคต ไม่ใช่การเจรจาที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพอย่างรวดเร็ว 14
จุดนี้มีความสำคัญ เพราะการมีนัดหมายหรือการเปิดช่องพูดคุยไม่ได้แปลว่าความขัดแย้งทางการเมืองหลักได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างดีที่สุด การหารือดังกล่าวอาจช่วยให้กลไกทางการทูตบางส่วนกลับมาเดินหน้าได้ ขณะที่การสู้รบยังดำเนินต่อไป
เงื่อนไขเรื่องดินแดนยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
ข้อมูลจากรายงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า มอสโกยังคงเรียกร้องให้ยูเครนสละการควบคุมดินแดนโดเนตสก์ทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่รัสเซียไม่ได้ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน 36 เงื่อนไขนี้ขัดแย้งโดยตรงกับจุดยืนของเคียฟ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การหยุดยิงยังอยู่ห่างไกล
บูดานอฟยังกล่าวว่า ผลประโยชน์ของประเทศที่สามทำให้การหาทางออกซับซ้อนขึ้น และยูเครนกับรัสเซียอาจแก้ไขได้ด้วยตนเองเพียงประเด็นจำกัด เช่น รูปแบบการหยุดยิงตามแนวปะทะ 3 ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงที่การจัดโต๊ะเจรจา แต่รวมถึงข้อขัดแย้งเรื่องเงื่อนไข ขอบเขต และผู้มีส่วนร่วมในข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
เครมลินประกาศว่าเจรจาอยู่ใน “ภาวะหยุดชะงักลึก”
เปสคอฟกล่าวว่ากระบวนการสันติภาพอยู่ใน “ภาวะหยุดชะงักลึก” และไม่มี “แนวคิดใหม่” พร้อมเชื่อมโยงจุดยืนของมอสโกเข้ากับสิ่งที่เครมลินอ้างว่าเป็นความคืบหน้าของกองทัพรัสเซียในสนามรบ 538
รายงานอีกส่วนระบุว่ายังไม่มีแผนการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ 4046 ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีสาธารณะของมอสโกที่ว่า การทูตหยุดชะงักในขณะที่ปฏิบัติการทางทหารยังดำเนินต่อไป
การเยือนมอสโกของจอห์น แรตคลิฟฟ์ยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA เดินทางไปมอสโกและพบเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย ตามข้อมูลของเครมลิน แต่ไม่ได้พบปูติน เครมลินระบุว่าปูตินได้รับรายงานเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว ทว่าไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด 633
จากข้อมูลที่มีอยู่ การเดินทางครั้งนี้จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าช่องทางสันติภาพระดับสูงได้กลับมาเปิดอีกครั้ง แม้จะแสดงให้เห็นว่าการติดต่อที่ละเอียดอ่อนระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ยังเกิดขึ้นได้ แต่จุดประสงค์และผลกระทบที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน
สงครามขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการทหาร
ภาวะชะงักงันทางการทูตเกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มข้นขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียโจมตีท่าเรือยูเครน คลังเก็บธัญพืช โรงงานพลังงาน พื้นที่อุตสาหกรรม และศูนย์กระจายสินค้าปลีก 17 บริษัทพลังงานของรัฐยูเครนยังระบุว่า โรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกของ Naftogaz ถูกโจมตีซ้ำหลายครั้ง ทำให้เกิดความกังวลต่อความมั่นคงของระบบทำความร้อน ไฟฟ้า และก๊าซก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว 18
ในทางกลับกัน ยูเครนยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียในระยะไกล โดยรอยเตอร์รายงานว่าโรงกลั่นน้ำมันของ Lukoil แห่งหนึ่งถูกโจมตีและระงับการกลั่นน้ำมันดิบหลังเหตุการณ์ดังกล่าว 19 รายงานอื่น ๆ ระบุว่ายูเครนพยายามโจมตีแหล่งเชื้อเพลิง ระบบโลจิสติกส์ และศักยภาพด้านอุตสาหกรรมทางทหารของรัสเซีย 2023
การโจมตีเหล่านี้แยกออกจากเรื่องการทูตไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายกำลังใช้แรงกดดันระหว่างที่การเจรจาหยุดนิ่ง รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและความสามารถของพลเรือนยูเครนในการรับมือสงคราม ขณะที่ยูเครนมุ่งเป้าไปยังทรัพย์สินด้านพลังงานและโลจิสติกส์ที่ระบุว่าช่วยสนับสนุนความพยายามทำสงครามของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่มีอยู่ยืนยันการโจมตีและเป้าหมายที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง แต่ยังไม่ได้แสดงว่าการโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำไปสู่ความคืบหน้าทางการเมือง 171819
ภาพรวมล่าสุดหมายความว่าอย่างไร
ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดคือ การทูตยังมีอยู่ แต่จำกัดและขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ไม่ใช่สัญญาณของข้อตกลงใกล้บรรลุ เคียฟส่งสัญญาณว่ายังอาจมีการติดต่อเชิงเทคนิคและการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็เตรียมรับมือการสู้รบต่อเนื่องและความต้องการระดมกำลังจำนวนมากในแต่ละเดือน 1214
มอสโกแสดงจุดยืนต่อสาธารณะว่าการเจรจาหยุดชะงัก โดยย้ำว่าไม่มีแนวคิดใหม่ และเน้นย้ำความคืบหน้าในสนามรบตามคำกล่าวของเครมลิน 538 การแลกเปลี่ยนเชลยยังคงเป็นช่องทางด้านมนุษยธรรมที่ทำงานได้ แต่ข้อพิพาทเรื่องดินแดนและเงื่อนไขของข้อตกลงในภาพรวมยังไม่ได้รับการแก้ไข 336
เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกัน ภาพที่ปรากฏคือความขัดแย้งกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้งโดยยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของการหยุดยิงในระยะใกล้ ยูเครนเผชิญแรงกดดันด้านกำลังพลและสังคมเพิ่มขึ้น ขณะที่การโจมตีระบบพลังงาน อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และโลจิสติกส์ที่สนับสนุนการทำสงครามของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป