สก็อตต์ เบสเซนต์กล่าวเมื่อ 2 กันยายนว่า สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันอิหร่านไปยังสายการบิน ภาคเดินเรือ สินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทให้เช่าเครื่องบิน และธนาคารอิหร่านเพิ่มเติม [1][2] เขาเตือนรัสเซียและผู้สนับสนุนรายอื่นของเตหะรานให้ “อยู่ห่าง ๆ” โดยระบุว่าการตัดการสนับสนุนจากภายนอกเป็นหนทางที่เร็วที่สุดในการยุติความขัดแย้ง [2] เ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did U.S. Treasury Secretary Scott Bessent say on September 2, 2026, about the Trump administration’s planned efforts to squeeze Iran’s. Article summary: Bessent said the administration’s economic-pressure campaign against Iran would be broad and escalating: airlines, aircraft-leasing companies, the maritime sector, digital assets, and further Iranian banks were all poten. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers,
รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาขยายเป้าหมายการคว่ำบาตร เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอิหร่าน โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ว่ามาตรการอาจครอบคลุมมากกว่าธนาคารอิหร่าน และอาจมุ่งไปยังเครือข่ายธุรกิจหรือการเงินที่ช่วยให้เตหะรานรักษาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศไว้ได้ 1
2
ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News หลังการประชุม G20 ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา เบสเซนต์ระบุว่า สายการบิน ภาคธุรกิจเดินเรือ และสินทรัพย์ดิจิทัล อาจเป็นเป้าหมายของมาตรการเพิ่มเติม นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าบริษัทให้เช่าเครื่องบินอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งอาจขยายขอบเขตไปถึงบริษัทที่จัดหาเครื่องบินหรือสนับสนุนด้านการเงินแก่การดำเนินงานในภาคการบิน 2
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เบสเซนต์ระบุเมื่อวันที่ 1 กันยายนว่า สหรัฐฯ น่าจะประกาศคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านแห่งหนึ่งภายในสัปดาห์นั้น และคาดว่าจะมีมาตรการต่อธนาคารอีกแห่งในสัปดาห์ถัดไป 1
ภาพรวมจากคำให้สัมภาษณ์ชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบหลายช่องทางที่อิหร่านอาจใช้ทำการค้า รับบริการ เคลื่อนย้ายเงินทุน หรือรักษาความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจต่างชาติ
เมื่อถูกถามถึงการสนับสนุนอิหร่านของรัสเซีย หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแสดงจุดยืนหนุนเตหะราน เบสเซนต์ส่งสารถึงทั้งรัสเซียและผู้สนับสนุนรายอื่นว่า “อยู่ห่าง ๆ” เขากล่าวว่าหนทางที่เร็วที่สุดในการยุติความขัดแย้ง คือไม่มีใครให้การสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน 2
เบสเซนต์ยังระบุว่าสหรัฐฯ กำลังหารืออย่างครอบคลุมกับทุกฝ่ายที่สนับสนุนอิหร่าน และจะจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างเป็นระบบ ถ้อยแถลงนี้สะท้อนว่าแคมเปญกดดันของวอชิงตันไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะอิหร่านโดยตรง แต่รวมถึงเครือข่ายภายนอก บริษัท และช่องทางการเงินที่อำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจกับเตหะรานด้วย 2
เบสเซนต์ไม่ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อทุกภาคส่วนที่เขาเอ่ยชื่อ แต่ระบุว่าเป็น เป้าหมายที่อาจถูกดำเนินการ ภายใต้การขยายแคมเปญทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่วนมาตรการที่มีความชัดเจนกว่าในเวลานั้น คือความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการต่อธนาคารอิหร่านเพิ่มเติม 1
2
สำหรับสายการบิน ผู้ให้เช่าเครื่องบิน บริษัทขนส่งทางเรือ และผู้เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล สารสำคัญคือการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับอิหร่านอาจเผชิญการตรวจสอบจากสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น ขณะที่รัฐบาลทรัมป์เดินหน้าตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ในการลดการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากภายนอกต่อรัฐบาลอิหร่าน 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สก็อตต์ เบสเซนต์กล่าวเมื่อ 2 กันยายนว่า สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันอิหร่านไปยังสายการบิน ภาคเดินเรือ สินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทให้เช่าเครื่องบิน และธนาคารอิหร่านเพิ่มเติม [1][2]
สก็อตต์ เบสเซนต์กล่าวเมื่อ 2 กันยายนว่า สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันอิหร่านไปยังสายการบิน ภาคเดินเรือ สินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทให้เช่าเครื่องบิน และธนาคารอิหร่านเพิ่มเติม [1][2] เขาเตือนรัสเซียและผู้สนับสนุนรายอื่นของเตหะรานให้ “อยู่ห่าง ๆ” โดยระบุว่าการตัดการสนับสนุนจากภายนอกเป็นหนทางที่เร็วที่สุดในการยุติความขัดแย้ง [2]
เบสเซนต์ย้ำว่ายังไม่มีการประกาศคว่ำบาตรทุกภาคส่วนที่เอ่ยถึง แต่ธุรกิจและช่องทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอาจถูกตรวจสอบเข้มงวดขึ้น [1][2]