ซี.ซี. เว่ย ซีอีโอ TSMC เตือนชิปทั่วโลกจะไม่เพียงพอต่อความต้องการจาก AI ไปอีกหลายปี แม้โรงงานใหม่ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีจะเริ่มดำเนินการแล้วก็ตาม [3][6] ตอบโต้โครงการ Terafab ของอีลอน มัสก์ แบบตรงๆ ว่า 'วงการผลิตชิปไม่มีทางลัด' การสร้างโรงงานใช้เวลา 2 3 ปี กว่าจะเดินเครื่องเต็มกำลังก็อีก 1 2 ปี [8][21] TSMC เผยร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did TSMC CEO C.C. Wei say at the company's 2026 annual shareholders' meeting about AI-driven chip demand, supply constraints, competiti. Article summary: Here is a summary of what TSMC CEO C.C. Wei said at the company's 2026 annual shareholders' meeting in Hsinchu on June 4, 2026, across the topics you asked about.. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Interview: Taiwan's INFINITIX expands in South Korea to tap sovereign AI demand. Agentic AI drives a global compute shortage across the full supply chain. # TSMC chairman C.C. Wei" source context "TSMC chairman C.C. Wei denies customer favoritism regarding tight ..." Reference image 2: visual subject "A digital graphic illustrates the competitive landscape o
กระแสความนิยมในปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความต้องการชิปขั้นสูงอย่างไม่รู้จักพอ และแม้แต่ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ทัน ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2026 ณ เมืองซินจู๋ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ซี.ซี. เว่ย (C.C. Wei) ซีอีโอของ TSMC ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่มาพร้อมกับปัญหา: ความต้องการชิปที่สูงลิ่วจะยังคงมากกว่ากำลังการผลิตต่อไปในอนาคตอันใกล้
เว่ยกล่าวว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของ "เมกะเทรนด์ AI" ที่การนำโมเดล AI มาใช้ในภาคผู้บริโภค องค์กร และโครงการ AI ระดับประเทศ (Sovereign AI) ส่งผลให้ความต้องการพลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ความมั่นใจนี้ถูกสนับสนุนด้วยตัวเลขทางการเงินที่เป็นรูปธรรม แต่ก็มาพร้อมคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอุปทาน
เว่ยคาดการณ์อย่างไม่คลุมเครือว่าซัพพลายของเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจะไม่เพียงพอต่อความต้องการจาก AI ไป 'อีกหลายปีข้างหน้า' นี่ไม่ใช่ปัญหาคอขวดระยะสั้น เขาอธิบายว่าการสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ (Wafer Fabrication Plant) แห่งใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาหลายปี โดยทั่วไปจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ถึง 3 ปี และอีก 1 ถึง 2 ปีในการเพิ่มกำลังการผลิตจนเต็มศักยภาพ
แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการขยายฐานการผลิตเชิงรุกไปทั่วโลก เช่น การสร้างโรงงานใหม่ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี และขยายเพิ่มเติมในไต้หวัน แต่เว่ยก็ยอมรับว่ามัน "ยังไม่พอ, ห่างไกลจากคำว่าพอ", โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความต้องการจากลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกาอย่าง Apple และ Nvidia บริษัทกำลังเร่งจัดซื้ออุปกรณ์และทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อเร่งกระบวนการ โดยผลักดันงบลงทุนในปี 2026 ไปยังจุดสูงสุดของกรอบวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 5.2 ถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 - 1.9 ล้านล้านบาท)
แม้จะมีการลงทุนมหาศาลเช่นนี้ เว่ยก็เตือนว่าข้อจำกัดด้านซัพพลายคาดว่าจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2027 ซึ่งนั่นหมายความว่าเรากำลังอยู่ในยุคแห่งกำลังการผลิตที่ตึงตัวแบบยืดเยื้อ ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะหน้าแต่อย่างใด
ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้เพิ่มความกล้าให้กับคู่แข่ง เว่ยได้พูดถึงสองบริษัทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดโดยตรง นั่นคือ Intel และโครงการ Terafab ของอีลอน มัสก์ เขามองว่าทั้งสองบริษัทมีบทบาทที่แปลกประหลาด นั่นคือการเป็นทั้ง "ลูกค้าและคู่แข่ง" ซึ่งเป็นพลวัตที่สะท้อนความซับซ้อนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
เมื่อพูดถึง Intel เว่ยไม่ไว้หน้าคู่แข่ง โดยเรียก Intel ว่าเป็น "คู่แข่งที่น่าเกรงขาม" ที่ TSMC จะ "ไม่มีวันประมาท" แม้ว่า Intel จะยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่ใช้บริการโรงงานของ TSMC ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม คอมเมนต์ที่ตรงเป้าที่สุดของเขามุ่งไปที่ความทะเยอทะยานของโครงการ Terafab ของอีลอน มัสก์ ซึ่งพยายามสร้างศูนย์ผลิตชิปขนาดมหึมาของตนเอง เว่ยเสนอสิ่งที่ผู้สังเกตการณ์ในวงการหลายคนตีความว่าเป็นการเตือนสติตามความเป็นจริง เขายืนยันว่า "วงการผลิตชิปรับจ้างไม่มีทางลัด" และกฎพื้นฐานของเกมนี้ ซึ่งก็คือความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ความเป็นเลิศด้านการผลิต และความไว้วางใจจากลูกค้า นั้นไม่เคยเปลี่ยนไป การที่เน้นย้ำถึงระยะเวลาอันยาวนานที่ต้องใช้ในการสร้างและเดินเครื่องโรงงานใหม่ เป็นการท้าทายโดยนัยว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาใหม่หรือมีทรัพยากรมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถปิดช่องว่างนี้ได้อย่างรวดเร็ว
แม้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Samsung จะไม่ใช่ประเด็นหลักในที่ประชุมครั้งนี้ แต่สารสำคัญของเว่ยคือการวางกรอบให้ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและประวัติการดำเนินงานของ TSMC เป็นเหมือนปราการป้องกัน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาการขาดแคลนซัพพลายของ TSMC สร้างโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Intel และ Samsung เข้ามาช่วงชิงธุรกิจได้บ้าง แต่ก็ยังไม่มีใครที่สามารถเทียบชั้นอัตราผลผลิต (Yield) และขนาดการผลิตของ TSMC บนเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดได้
ภัยคุกคามจากการแข่งขันและคำเตือนเรื่องกำลังการผลิตถูกถ่วงดุลด้วยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท เว่ยนำเสนอผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ที่สูงกว่าเป้าทั้งหมด โดยมีรายได้สูงถึง 3.59 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ความสามารถของบริษัทในการเปลี่ยนความต้องการให้เป็นกำไรเห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 66.2% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 58.1%
กำไรสุทธิรายไตรมาสพุ่งสูงขึ้น 58% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.725 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (1.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) นับเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกันที่มีการเติบโตของกำไรเป็นเลขสองหลัก
โมเมนตัมนี้ไม่ได้ชะลอตัวลงแต่อย่างใด สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2026 TSMC คาดการณ์รายได้ระหว่าง 3.9 หมื่นล้าน ถึง 4.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ารายได้ 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับทั้งปี บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ โดยตอนนี้คาดว่า ยอดขายในปี 2026 จะเติบโตมากกว่า 30% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
เว่ยระบุว่าผลงานนี้เป็นผลมาจากการเริ่มผลิตเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้สำเร็จ โดยกระบวนการผลิตแบบ 3nm (นาโนเมตร) อยู่ในขั้นตอนการผลิตจำนวนมาก และ ชิป 2nm ก็กำลังเข้าสู่การผลิตจำนวนมากแล้ว ทำให้ TSMC ยังคงนำหน้าคู่แข่งไปหนึ่งก้าวเสมอ
ตำแหน่งของ TSMC ในฐานะผู้ผลิตชิปรับจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลกนั้นไม่สั่นคลอนในตอนนี้ โดยผลิตชิป IC (Integrated Circuit) โลจิกขั้นสูงคิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI ด้วยอำนาจต่อรองนี้ เว่ยยังส่งสัญญาณถึงความสนใจในการปรับราคาชิปให้สูงขึ้นเพื่อสะท้อนมูลค่าของกำลังการผลิตที่หายากและล้ำสมัย
ทว่า ภายใต้การคาดการณ์ทางการเงินที่เป็นขาขึ้น ก็มีบันทึกของความเปราะบางซ่อนอยู่ บริษัทกำลังใช้จ่ายเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อแก้ปัญหาที่ไม่มีทางออกอย่างรวดเร็ว และเผชิญกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง จากการเป็นฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก เว่ยเคยสรุปความตึงเครียดนี้ด้วยตัวเองในการประชุมแถลงผลประกอบการครั้งก่อนว่า "ผมเองก็กังวลใจกับมันมากเช่นกัน" การยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ผสานกับกลยุทธ์การลงทุนขั้นสุดและการครองความเป็นจ้าวด้านเทคโนโลยี คือสิ่งที่นิยามเส้นทางการนำทางของ TSMC ท่ามกลางเมกะเทรนด์ AI
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ซี.ซี. เว่ย ซีอีโอ TSMC เตือนชิปทั่วโลกจะไม่เพียงพอต่อความต้องการจาก AI ไปอีกหลายปี แม้โรงงานใหม่ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีจะเริ่มดำเนินการแล้วก็ตาม [3][6]
ซี.ซี. เว่ย ซีอีโอ TSMC เตือนชิปทั่วโลกจะไม่เพียงพอต่อความต้องการจาก AI ไปอีกหลายปี แม้โรงงานใหม่ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีจะเริ่มดำเนินการแล้วก็ตาม [3][6] ตอบโต้โครงการ Terafab ของอีลอน มัสก์ แบบตรงๆ ว่า 'วงการผลิตชิปไม่มีทางลัด' การสร้างโรงงานใช้เวลา 2 3 ปี กว่าจะเดินเครื่องเต็มกำลังก็อีก 1 2 ปี [8][21]
TSMC เผยรายได้ Q1/2026 ทำสถิติใหม่ 3.59 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรพุ่ง 58% พร้อมคาดการณ์รายได้ Q2 สูงถึง 4.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขานรับ 'เมกะเทรนด์ AI' [12][36]