กรกฎาคม 2569 มีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก 16.90°C สูงกว่าเกณฑ์ก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.47°C เป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนเป็นอันดับสองร่วมกับปี 2567 ห่างจากสถิติสูงสุดเมื่อปี 2566 เพียง 0.05°C [3][10][15] ยุโรปตะวันตกเจอช่วงมิถุนายน กรกฎาคมที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ อุณหภูมิเฉลี่ย 21.62°C ขณะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลนอกขั้วโลกทำสถิติส...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the World Meteorological Organization report in July 2026 about global temperatures, extreme heat, wildfires, drought, and flooding. Article summary: Here is what the World Meteorological Organization (WMO) reported on 11–12 August 2026, drawing on data from the EU's Copernicus Climate Change Service:. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it u
วันที่ 11-12 สิงหาคม 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization - WMO) ร่วมกับบริการ Copernicus Climate Change Service แห่งสหภาพยุโรป ออกรายงานสถานการณ์สภาพภูมิอากาศล่าสุด ซึ่งวาดภาพของโลกที่กำลังเผชิญกับความแปรปรวนทางสภาพอากาศอย่างรุนแรงและพร้อมกันหลายด้าน ตั้งแต่ความร้อนทำลายสถิติ ภัยแล้ง ไฟป่าขนาดใหญ่ ไปจนถึงน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายในซีกโลกที่แตกต่างกัน
เดือนกรกฎาคมปี 2569 เป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสองของโลก เทียบเท่ากับเดือนกรกฎาคมปี 2567 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก (surface air temperature) อยู่ที่ 16.90°C ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม (ช่วงปี 1850-1900) ถึง 1.47°C ตัวเลขนี้สูงกว่าสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกได้ในเดือนกรกฎาคมปี 2566 เพียง 0.05°C เท่านั้น
และเนื่องจากเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปีโดยปกติ เดือนกรกฎาคมปี 2569 จึงถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสองร่วมในประวัติศาสตร์ของโลกเช่นกัน
ภูมิภาคยุโรปตะวันตกบันทึกช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในสองเดือนนี้อยู่ที่ 21.62°C ทำลายสถิติเดิมที่เพิ่งตั้งไว้เมื่อปี 2565 บางประเทศในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับ คลื่นความร้อนลูกที่ 4 นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และอุณหภูมิสูงยังคงยืดเยื้อไปจนถึงเดือนสิงหาคม
ฝรั่งเศสบันทึก เดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดของประเทศ ตามมาด้วยสเปน รวมถึงภูมิภาคซาเฮล (แถบทะเลทรายซาฮารา) และอเมริกากลาง การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Copernicus โดยสำนักข่าว AFP พบว่า พื้นที่ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 900 ล้านคน เผชิญกับเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของพื้นที่เหล่านั้น และมี 33 ประเทศที่ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในเดือนกรกฎาคมของประเทศ
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลของโลกนอกเขตขั้วโลก (extra-polar oceans) สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในเดือนกรกฎาคม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20.96°C ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเส้นศูนย์สูตร คลื่นความร้อนในทะเลที่รุนแรง (Severe marine heatwaves) ส่งผลกระทบต่อชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก
สภาพอากาศที่แห้งและร้อนยาวนานเป็นเชื้อเพลิงให้เกิด ไฟป่าขนาดใหญ่ผิดปกติ ในยุโรปตะวันตก ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความร้อน ภัยแล้ง และความชื้นในดินที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ รวมถึงในบางส่วนของอเมริกาเหนือ
ภัยแล้งที่ยืดเยื้อส่งผลให้ระดับน้ำใน แม่น้ำแซน (ฝรั่งเศส) ไรน์ (เยอรมนี) และดานูบ (ยุโรปกลาง) ลดลงถึงขั้นวิกฤต จุดตรวจวัดระดับน้ำสำคัญอย่าง Kaub บนแม่น้ำไรน์ลดลงต่ำกว่าสถิติต่ำสุดเดิมที่เคยเกิดขึ้นในปี 2561 ส่งผลให้เรือขนส่งสินค้าต้องลดน้ำหนักบรรทุก ทำให้ค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น เนเธอร์แลนด์ถึงกับประกาศ "ภาวะขาดแคลนน้ำจริง" (actual water shortage) หลังอัตราการไหลของแม่น้ำไรน์ที่จุด Lobith ลดลงเหลือต่ำที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ที่เพียง 615 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่ยุโรปร้อนระอุ ฝนจากลมมรสุมที่ตกหนักกลับกระหน่ำ แอฟริกาตะวันตก และ เอเชียใต้ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ ภูฏาน เมียนมา และบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม คร่าชีวิตผู้คนหลายสิบรายในหลายภูมิภาค
นาย จอห์น เคนเนดี (John Kennedy) หัวหน้าฝ่ายข้อมูลภูมิอากาศของ WMO กล่าวว่าความร้อนจัดนี้เป็นผลมาจาก ผลรวมของภาวะโลกร้อนระยะยาว กับการเกิดระบบความกดอากาศสูงและต่ำสลับกันที่ยังคงอยู่เป็นระยะเวลานาน ทอดตัวข้ามซีกโลกเหนือ
WMO เตือนว่า คลื่นความร้อนกำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีระบบพยากรณ์อากาศที่เชื่อถือได้และการเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อจำกัดผลกระทบที่ต่อเนื่องไปถึงสังคมและเศรษฐกิจ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กรกฎาคม 2569 มีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก 16.90°C สูงกว่าเกณฑ์ก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.47°C เป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนเป็นอันดับสองร่วมกับปี 2567 ห่างจากสถิติสูงสุดเมื่อปี 2566 เพียง 0.05°C [3][10][15]
กรกฎาคม 2569 มีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก 16.90°C สูงกว่าเกณฑ์ก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.47°C เป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนเป็นอันดับสองร่วมกับปี 2567 ห่างจากสถิติสูงสุดเมื่อปี 2566 เพียง 0.05°C [3][10][15] ยุโรปตะวันตกเจอช่วงมิถุนายน กรกฎาคมที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ อุณหภูมิเฉลี่ย 21.62°C ขณะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลนอกขั้วโลกทำสถิติสูงสุดในเดือนกรกฎาคม โดยได้แรงหนุนจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังพัฒนาในมหาสมุทรแปซิฟิก [6][...
คลื่นความร้อน แล้งจัด และไฟป่ารุนแรง ปะทุในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ แม่น้ำแซน ไรน์ และดานูบลดระดับวิกฤต ฝนมรสุมหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มคร่าชีวิตผู้คนหลายสิบรายในแอฟริกาตะวันตกและเอเชียใต้ [2][10][13]