กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้วยข้อความมีลิขสิทธิ์โดยทั่วไปเข้าข่าย fair use เพราะเป็นการใช้งานเชิงเปลี่ยนแปลง และการจำกัดมากเกินไปอาจกระทบความก้าวหน้าด้าน AI ของสหรัฐฯ เอกสารของรัฐบาลเป็นเพียงความเห็นต่อศาล ไม่ใช่คำพิพากษา คดีจึงยังต้องพิจารณาหลักฐานเรื่องที่มาของเนื้อหา ความเสี่ยงที่โมเดลจะ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Trump administration argue in its brief supporting OpenAI in The New York Times’ copyright lawsuit, why does the government bel. Article summary: The administration’s filing is a strong policy endorsement of OpenAI’s fair-use position, but it does not decide the case or bind other courts. It raises the stakes in AI copyright litigation by framing broad access to t. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสนับสนุนแนวแก้ต่างของ OpenAI อย่างเป็นทางการในคดีลิขสิทธิ์ที่ The New York Times ยื่นฟ้อง โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เสนอว่าการนำผลงานมีลิขสิทธิ์มาใช้ฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM โดยทั่วไปควรเข้าข่ายหลัก fair use ของกฎหมายลิขสิทธิ์สหรัฐฯ 3
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่คำตัดสินของศาล และไม่ได้สร้างกฎที่ใช้บังคับทั่วประเทศทันทีต่อบริษัท AI หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ทุกฝ่าย สิ่งที่รัฐบาลยื่นคือความเห็นทางกฎหมายต่อศาล ส่วนผลคดีจะยังขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการตีความหลัก fair use ในแต่ละกรณี 3
รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นเอกสารต่อศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตัน สนับสนุนข้อโต้แย้งว่า การฝึก LLM มักเป็น fair use เพราะเป็นการใช้ผลงานในลักษณะ transformative หรือ “เปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการใช้” กล่าวคือ โมเดลเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลจำนวนมากเพื่อนำไปสร้างเนื้อหาใหม่ ไม่ใช่เพียงเผยแพร่ซ้ำผลงานต้นฉบับ 3
กระทรวงยุติธรรมยังคัดค้านแนวคิดที่ว่าจะต้องมีใบอนุญาตก่อนจึงจะใช้ผลงานมีลิขสิทธิ์ฝึก AI ได้โดยทั่วไป โดยมองว่าการตีความเช่นนั้นไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายลิขสิทธิ์ และอาจขัดขวางความก้าวหน้าด้านความคิดสร้างสรรค์และวิทยาศาสตร์ 2
3
แต่การสนับสนุนนี้ไม่ใช่ “บัตรผ่าน” สำหรับทุกขั้นตอนของการพัฒนา AI ศาลยังอาจพิจารณาว่าได้มาซึ่งข้อมูลอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ กระบวนการฝึกเป็นอย่างไร โมเดลสร้างผลลัพธ์ที่ละเมิดผลงานต้นทางหรือเปล่า และส่งผลต่อมูลค่าหรือตลาดลิขสิทธิ์อย่างไร 29
30
เอกสารของรัฐบาลไม่ได้วางกรอบเรื่องนี้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างสำนักพิมพ์กับบริษัทเทคโนโลยี แต่ระบุว่าอุตสาหกรรม AI ของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้ มีความสำคัญต่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ โอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่งคั่ง และความมั่นคงของชาติ 3
ข้อกังวลคือ หากผู้พัฒนา AI ต้องขออนุญาตใช้ผลงานทุกชิ้นในการฝึกโมเดล อาจทำให้การพัฒนา AI ของสหรัฐฯ ช้าลงหรือเสียความสามารถในการแข่งขัน เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม Stanley Woodward วางจุดยืนนี้ไว้ในกรอบการรักษาความเข้มแข็งของภาค AI สหรัฐฯ ขณะที่ Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เสนอในอีกเวทีหนึ่งว่า ประเทศต่าง ๆ ควรเปิดทางให้ AI ฝึกจากผลงานของครีเอเตอร์ พร้อมหาวิธีคุ้มครองศิลปินไปด้วย 1
17
กระทรวงยุติธรรมยื่นเอกสารในฐานะ statement of interest หรือคำแถลงแสดงจุดยืนของรัฐบาล ไม่ใช่คำพิพากษา ดังนั้นจึงไม่ผูกมัดศาลในคดีของ Times ไม่ผูกมัดศาลรัฐบาลกลางแห่งอื่น และไม่ได้กำหนดผลลัพธ์ของคดีในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับผู้พัฒนา AI รายอื่น 3
ถึงอย่างนั้น นัยทางปฏิบัติก็มีความสำคัญ เพราะรัฐบาลกลางเลือกหนุนทฤษฎี fair use ในวงกว้าง ท่ามกลางคดีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ยื่นต่อบริษัทอย่าง OpenAI, Microsoft, Anthropic และ Meta คำตอบที่เป็นบรรทัดฐานผูกพันจริงจะต้องมาจากคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่จากเอกสารของรัฐบาล 3
29
The New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft ในปี 2023 โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทใช้บทความหนังสือพิมพ์หลายล้านชิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อฝึกโมเดลเบื้องหลัง ChatGPT ประเด็นสำคัญของฝ่ายหนังสือพิมพ์คือ มูลค่าทางการค้าของงานข่าวและตลาดการให้สิทธิใช้งานเนื้อหา 18
OpenAI ระบุว่าโมเดลของตนฝึกด้วยข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และการพัฒนาดังกล่าวตั้งอยู่บนหลัก fair use 18 ดังนั้น ข้อพิพาทไม่ได้อยู่แค่ว่ามีการคัดลอกหรือไม่ แต่รวมถึงว่าจุดประสงค์ ลักษณะ และผลกระทบของการคัดลอกนั้นผ่านเกณฑ์ fair use หรือไม่ด้วย
คำวินิจฉัยของศาลรัฐบาลกลางบางคดีสนับสนุนข้อโต้แย้งของบริษัท AI ว่าการฝึกโมเดลเป็นการใช้แบบ transformative แต่ยังไม่มีคำตัดสินใดสร้างกฎสากลที่ใช้ได้กับทุกคดี
ในคดีเกี่ยวกับ Anthropic ผู้พิพากษา William Alsup ระบุว่าการฝึก AI ด้วยหนังสือเป็นการใช้ที่ “transformative อย่างแท้จริง” ส่วนผู้พิพากษา Vince Chhabria ในอีกคดีที่เกี่ยวกับ Meta ก็เห็นว่าการใช้หนังสือเพื่อฝึกโมเดลมีลักษณะ transformative เช่นกัน 29
แต่ทั้งสองแนวทางสะท้อนว่าข้อถกเถียงยังไม่จบ Alsup แยกประเด็นการเก็บหนังสือเถื่อนออกจากการฝึกโมเดล ขณะที่ Chhabria เตือนว่าการฝึก AI อาจไม่เป็น fair use ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานว่าเกิดการทดแทนหรือทำลายตลาดเดิมหรือตลาดที่กำลังเกิดขึ้น 29
30
คำถามสำคัญที่ยังเปิดอยู่ในคดี Times และคดีลักษณะเดียวกัน ได้แก่
จุดยืนของรัฐบาลทรัมป์ให้น้ำหนักกับพื้นที่ในการฝึก AI ที่กว้าง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ขณะที่ Times และเจ้าของลิขสิทธิ์รายอื่นเห็นว่า นวัตกรรมไม่ควรตั้งอยู่บนการนำผลงานที่มีมูลค่าไปใช้โดยไม่มีความยินยอมหรือค่าตอบแทน 3
18
ถ้อยแถลงของ Lutnick สรุปโจทย์เชิงนโยบายที่ยังไร้ข้อยุติได้ชัดเจน: เปิดทางให้ AI พัฒนา แต่ต้องคุ้มครองศิลปินและผู้สร้างสรรค์ด้วย 17 อย่างไรก็ตาม ศาลต้องวินิจฉัยคำถามที่แคบกว่า นั่นคือ การใช้งานในคดีนั้น ๆ เข้าเกณฑ์ fair use ตามกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่ตัดสินนโยบายอุตสาหกรรมในภาพรวม
เอกสารของรัฐบาลทรัมป์เป็นแรงสนับสนุนครั้งสำคัญต่อข้อโต้แย้งทางกฎหมายและนโยบายของ OpenAI ว่า การฝึก LLM ด้วยเนื้อหามีลิขสิทธิ์โดยทั่วไปควรเป็น fair use เพราะมีลักษณะเปลี่ยนแปลงและให้ประโยชน์ต่อสังคม 3
แต่เอกสารนี้ยังไม่ชี้ขาดคดีของ The New York Times ว่า OpenAI และ Microsoft จะชนะหรือไม่ ยังคงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการชั่งปัจจัย fair use ของศาล โดยเฉพาะลักษณะการฝึก ที่มาของเนื้อหา ความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และผลกระทบต่อตลาดของงานข่าว 29
30
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้วยข้อความมีลิขสิทธิ์โดยทั่วไปเข้าข่าย fair use เพราะเป็นการใช้งานเชิงเปลี่ยนแปลง และการจำกัดมากเกินไปอาจกระทบความก้าวหน้าด้าน AI ของสหรัฐฯ
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ด้วยข้อความมีลิขสิทธิ์โดยทั่วไปเข้าข่าย fair use เพราะเป็นการใช้งานเชิงเปลี่ยนแปลง และการจำกัดมากเกินไปอาจกระทบความก้าวหน้าด้าน AI ของสหรัฐฯ เอกสารของรัฐบาลเป็นเพียงความเห็นต่อศาล ไม่ใช่คำพิพากษา คดีจึงยังต้องพิจารณาหลักฐานเรื่องที่มาของเนื้อหา ความเสี่ยงที่โมเดลจะสร้างผลงานซ้ำ และความเสียหายต่อตลาด
New York Times กล่าวหา OpenAI และ Microsoft ว่าใช้บทความหลายล้านชิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ OpenAI ยืนยันว่าฝึกจากข้อมูลสาธารณะและได้รับความคุ้มครองตามหลัก fair use