รายงานของ Tech Transparency Project (TTP) เผยแพร่เมื่อ 8 กันยายน ระบุว่า ระบบโฆษณาของ Meta ได้เผยแพร่โฆษณาแบบชำระเงิน 332 ชิ้นบน Facebook และ Instagram ซึ่งมีเนื้อหาต้องสงสัยว่าเป็นสื่อการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) ที่สร้างหรือดัดแปลงด้วยปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงสิงหาคม 2026 โฆษณาเหล่านี้เข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 29,000 คนในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ดี TTP เตือนว่าข้อมูลจากคลังโฆษณาสาธารณะของ Meta ไม่ได้สะท้อนการเผยแพร่ทั้งหมด โดยเฉพาะนอกพื้นที่ที่มีการเปิดเผยข้อมูลระดับภูมิภาค
6
9
TTP พบอะไรบ้าง
ตามรายงาน โฆษณาใช้ภาพที่สร้างหรือปรับแต่งด้วย AI เพื่อทำให้เด็กอยู่ในบริบททางเพศ และหลายชิ้นใช้เพื่อโปรโมตแอปประเภท “nudify” หรือเครื่องมือแนวดีปเฟก ซึ่งสามารถดัดแปลงภาพให้เป็นภาพลามกได้ TTP ระบุว่าบางภาพน่าจะมาจากภาพถ่ายของเด็กจริง รวมถึงสมาชิกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของราชวงศ์ยุโรป
9
10
โฆษณาปรากฏในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ อินเดีย และออสเตรเลีย โดยมีรายงานว่า TTP พบ 84 ชิ้นในอินเดีย และ 120 ชิ้นที่กำหนดเป้าหมายผู้ใช้ในออสเตรเลีย ขณะที่โฆษณาส่วนใหญ่อยู่ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร
1
12
TTP เชื่อมโยงโฆษณาจำนวนมากเข้ากับผู้พัฒนาแอป AI และเครือข่ายตัวแทนรับซื้อโฆษณาของ Meta ในจีน รายงานระบุชื่อตัวแทน เช่น GIMC และ BlueFocus ขณะที่สื่ออื่นอธิบายว่าโฆษณาหลายชิ้นพาผู้ใช้ไปยังแอปดีปเฟกประเภท “nudify”
9
6
เหตุใดการเป็น “โฆษณาแบบชำระเงิน” จึงเป็นประเด็นใหญ่
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การมีเนื้อหาอันตรายปรากฏบนแพลตฟอร์ม แต่เนื้อหากลุ่มนี้เป็น โฆษณาที่จ่ายเงิน ซึ่งตามข้อค้นพบของ TTP ต้องผ่านขั้นตอนรับโฆษณาและตรวจสอบ ก่อนถูกส่งต่อไปยังผู้ใช้
TTP มองว่าสิ่งนี้สะท้อนช่องโหว่ทั้งในการตรวจชิ้นงานโฆษณาและการกำกับดูแลผู้ลงโฆษณา โดยระบุว่าภาพจำนวนมากมีเนื้อหาชัดเจน ไม่ได้อาศัยถ้อยคำคลุมเครือหรือสัญญาณภาพที่ตีความได้ยาก อีกทั้ง Meta เคยจัดประเภทโฆษณาที่ถูกลบ 113 ชิ้นว่าเกี่ยวกับเนื้อหาทางเพศสำหรับผู้ใหญ่หรือการละเมิดนโยบายทั่วไป ก่อนเปลี่ยนเป็นการละเมิดด้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็กหลัง TTP แจ้งประเด็นดังกล่าว
9
การจัดประเภทมีผลต่อความโปร่งใสและการบังคับใช้นโยบาย เพราะหากโฆษณาต้องห้ามไม่ได้ถูกระบุอย่างสม่ำเสมอว่าเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ข้อมูลการลบเนื้อหาที่เปิดเผยต่อสาธารณะอาจไม่สะท้อนขนาดและลักษณะของปัญหาได้ชัดเจน ตามข้อสังเกตของ TTP
9
Meta ตอบอย่างไร และลบโฆษณาเมื่อใด
แอนดี สโตน โฆษกของ Meta กล่าวว่าบริษัทห้ามแอป “nudify” และการแสวงหาประโยชน์จากเด็กทุกรูปแบบ “ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือสร้างจาก AI” เขาระบุว่าผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงการบังคับใช้นโยบายเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ และบริษัทต้องพัฒนาการตรวจจับกับการบังคับใช้ต่อไป
3
Meta ยังระบุว่าโฆษณาหลายชิ้นมียอดเข้าถึงไม่มาก บางชิ้นถูกปิดใช้งานก่อนมีการรายงานจากภายนอก และบางชิ้นเผยแพร่ก่อนบริษัทนำเครื่องมือใหม่มาใช้เพื่อตรวจจับและบล็อกโฆษณาเกี่ยวกับ AI ที่ละเมิดนโยบายตั้งแต่ขั้นตอนอัปโหลด
11
TTP ระบุว่า ณ วันที่ 1 กันยายน Meta ลบไปแล้ว 183 จาก 332 ชิ้น หลัง TTP ส่งรายละเอียดข้อค้นพบให้เมื่อ 2 กันยายน Meta ได้ลบอีก 149 ชิ้นที่เหลือ และปรับการจัดประเภทโฆษณาอีก 113 ชิ้นให้เข้ากับกฎการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก
9
อย่างไรก็ตาม TTP กล่าวว่ายังพบโฆษณาลักษณะใกล้เคียงกันในวันต่อมา รวมถึงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนจากราชวงศ์ยุโรป ดังนั้น การลบโฆษณาที่ตรวจพบจึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าปัญหาที่ขั้นตอนรับและตรวจสอบโฆษณาได้รับการแก้ไขแล้ว
9
แรงกดดันทางการเมืองและการกำกับดูแล
รายงานนี้ออกมาในช่วงที่ Meta ถูกตรวจสอบมากขึ้นในเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนบนแพลตฟอร์ม TTP เชื่อมโยงกรณีนี้กับความเป็นไปได้ของข้อตกลงยอมความมูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับอัยการสูงสุดของหลายรัฐในสหรัฐฯ จากข้อกล่าวหาว่าผลิตภัณฑ์ของ Meta สร้างผลเสียต่อเยาวชน
9
ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มาร์ก วอร์เนอร์ เคยตั้งคำถามต่อ Meta ว่าโฆษณาเชิงแสวงหาประโยชน์ดังกล่าวผ่านระบบบริษัทได้อย่างไร และชี้ว่าคลังโฆษณาสาธารณะของ Meta ไม่มีช่องให้ผู้ใช้รายงานโฆษณาที่ละเมิด
17
ในอินเดีย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (NHRC) ได้ขอคำชี้แจงจากหน่วยงานภาครัฐและตำรวจ หลังมีรายงานว่าโฆษณาแบบชำระเงินบน Instagram ส่งเสริมหรืออำนวยความสะดวกในการเข้าถึง CSAM
22
18
TTP รายงานโฆษณาอย่างไร
TTP ระบุว่าได้รายงานโฆษณาทุกชิ้นที่พบต่อ National Center for Missing & Exploited Children (NCMEC) รวมถึงผ่านระบบ CyberTipline ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งเบาะแสการแสวงหาประโยชน์ต่อเด็กทางออนไลน์ เพื่อให้มีการประเมินข้อมูลและส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อเหมาะสม
9
3
ข้อสรุปสำคัญจากรายงานคือ การป้องกันการใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาล่วงละเมิดเด็กไม่ควรพึ่งพาการกลั่นกรองหลังเนื้อหาเผยแพร่แล้วเท่านั้น สำหรับระบบโฆษณา จุดควบคุมที่สำคัญต้องอยู่ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่การตรวจสอบผู้ลงโฆษณา การทบทวนชิ้นงาน การตรวจจับอัตโนมัติ การจัดประเภทการละเมิดให้ถูกต้อง และการดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อพบการละเมิด