ในการทดลองนี้ ใช้ 'การชนแบบ Ultra-peripheral' ซึ่งโฟตอนจากนิวเคลียสทองคำหนึ่งจะพุ่งชนนิวเคลียสทองคำอีกอันหนึ่ง โดยไม่มีการชนกันโดยตรงของนิวเคลียส ทีมวิจัยวัด 'ผลผลิตเน็ต-โปรตอน' (net-proton yield) ตามทิศทางการเคลื่อนที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ 'ความไม่สมมาตรของภาวะเร็ว' (rapidity asymmetry) นั้นน้อยกว่าที่แบบจำลองที่ให้ควาร์กเป็นตัวขนส่งทำนายไว้มาก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าเลขแบริออนถูกบรรทุกโดยตัวอื่นที่ไม่ใช่ควาร์ก
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากการชนกันของทองคำกับทองคำที่ระดับพลังงานต่างๆ กันของ RHIC ค่าความชัน (slope) ของการหยุดตัวของเน็ต-โปรตอน (net-proton stopping) มีค่าเป็นเอกซ์โพเนนเชียล โดยมีค่าพารามิเตอร์ที่วัดได้ α_B = 0.61 ± 0.03 ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการขนส่งแบบ 'baryon junction' ตาม Regge theory และไม่สอดคล้องกับการขนส่งโดยควาร์ก
ทั้งสามการทดสอบนี้ให้ข้อสรุปเดียวกันคือ ข้อมูลที่ได้ 'ทำให้ภาพที่ควาร์กเป็นผู้แบกเลขแบริออนนั้นไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป'
แนวคิดที่ว่าโครงสร้างทอพอโลยีของกลูออนสามารถแบกเลขแบริออนได้นั้น ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในทศวรรษ 1970 ในแบบจำลอง 'baryon junction' หรือ 'string junction' นี้ โครงสร้างรูปตัว Y ของสนามกลูออนจะอยู่ตรงใจกลางของโปรตอน และเป็นที่เก็บเลขแบริออนทั้งหมด (B=1) เอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ไม่มีประจุไฟฟ้า
ในมุมมองนี้ ควาร์กสามตัวไม่ได้แบกเลขแบริออนตัวละ 1/3 อีกต่อไป แต่พวกมันเป็นเหมือนกิ่งก้านที่มาต่อกับ 'ลำต้น' ซึ่งก็คือ junction เมื่อโปรตอนชนกันด้วยพลังงานสูง junction ที่เป็นกลูออนนี้จะถูกหยุดได้ง่ายกว่าควาร์กที่มีโมเมนตัมสูงมาก พลังงานของมันจะถูกแปลงเป็นแบริออนใหม่ๆ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลำแสง ในขณะที่ตัวควาร์กจะพุ่งต่อไปข้างหน้า
การค้นพบนี้เปลี่ยนโฉมหน้าฟิสิกส์พื้นฐานในหลายประเด็น:
กลูออนในฐานะผู้แบกเลขควอนตัม: กลูออนไม่ได้เป็นเพียงแค่ 'กาว' ที่ยึดควาร์กเข้าด้วยกันอีกต่อไป พวกมันสามารถเป็นตัวแบกหลักของคุณสมบัติควอนตัมที่ถูกอนุรักษ์ไว้ ทำให้สสารที่ประกอบด้วยกลูออนมีบทบาทโดยตรงมากขึ้นในโครงสร้างของสสารทั่วไป
เบาะแสของความไม่สมมาตรของสสาร-ปฏิสสาร: การขนส่งเลขแบริออนเป็นกระบวนการที่สำคัญในเอกภพยุคแรกเริ่ม การทำความเข้าใจว่าเลขแบริออนถูกขนส่งและหยุดตัวอย่างไร จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการไขปัญหาความไม่สมมาตรระหว่างสสารและปฏิสสารในจักรวาล
สถานะที่แปลกใหม่ของ QCD: ผลลัพธ์นี้สนับสนุนการมีอยู่ของสสารที่แปลกใหม่ทางทฤษฎี เช่น 'baryonium glueballs' และ gluonic 'buckyballs' ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นจากกลูออนล้วนๆ และสามารถแบกเลขแบริออนได้โดยไม่ต้องมีควาร์ก
ในขณะที่การรื้อถอนเครื่องตรวจจับ STAR ที่ RHIC กำลังดำเนินการอยู่ ผลการทดลองนี้จะถูกนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
เครื่องชนอนุภาครุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึงคือ Electron-Ion Collider (EIC) ที่ Brookhaven ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบโครงสร้างของกลูออนในสสารได้ละเอียดยิ่งขึ้น จะสามารถทดสอบข้อค้นพบนี้ด้วยการวัดที่มีความแม่นยำสูงขึ้น
สำหรับตอนนี้ เอกลักษณ์ของโปรตอนดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับ 'ปม' รูปตัว Y ที่ทำจากสนามกลูออนบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้แต่อนุภาคที่เราคุ้นเคยที่สุด ก็ยังสามารถซ่อนความประหลาดใจเอาไว้ได้เสมอ