OpenSharing มาพร้อมความสามารถใหม่ที่สำคัญนอกเหนือจากสเปกของ Delta Sharing ดั้งเดิม:
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งจากโลกขององค์กรชั้นนำและผู้นำด้าน AI โดยมีรายชื่อผู้สนับสนุนหลัก อาทิ Amadeus, Atlassian, LSEG, SAP, Stripe, และ OpenAI การรวมตัวกันของบริษัทซอฟต์แวร์องค์กร ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่า OpenSharing กำลังเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงข้ามอุตสาหกรรม
โปรเจกต์ OpenSharing อยู่บนแพลตฟอร์ม opensharing.io ภายใต้การดูแลของ Linux Foundation ซึ่งโครงสร้างการจัดการที่เป็นกลางนี้คือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างคู่แข่ง และทำให้มั่นใจว่าโปรโตคอลจะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนในวงกว้าง ไม่ใช่เพื่อผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
การมาถึงของ OpenSharing เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญกับความกระจัดกระจายในหลายมิติ ตั้งแต่โปรโตคอลการสื่อสารระหว่าง Agent ไปจนถึงการอนุญาตสิทธิ์การใช้งานโมเดล Linux Foundation เองก็มีความเคลื่อนไหวในหลายด้านที่เกี่ยวข้อง รวมถึงงานก่อนหน้าอย่าง Agentic AI Foundation (AAIF) ซึ่งเป็นบ้านที่เป็นกลางสำหรับโปรเจกต์ต่างๆ อาทิ Model Context Protocol (MCP) ของ Anthropic และโปรโตคอล Agent2Agent (A2A) สำหรับการสื่อสารระหว่าง Agent [2, 3, 6] OpenSharing เข้ามาเสริมความพยายามเหล่านี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ชั้นข้อมูลและทรัพยากรที่เป็นรากฐานการขับเคลื่อนเวิร์กโหลด AI โดยเฉพาะ
ที่น่าสนใจคือ การที่โปรโตคอลนี้ให้ความสำคัญกับการรองรับ On-Premises Storage ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความเข้าใจว่า หลายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบเข้มงวด เช่น การเงินหรือการแพทย์ ยังคงต้องเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้ภายในขอบเขตของตนเอง แม้ว่าจะต้องทำงานร่วมกันด้าน AI ก็ตาม การได้รับการสนับสนุนจาก MinIO, Qumulo และแนวโน้มที่จะมีพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้นอีก จึงเป็นการวางตำแหน่งให้โครงการนี้พร้อมสำหรับการนำไปใช้ในภาคส่วนเหล่านั้นทันที
Comments
0 comments