รายงานวิเคราะห์ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโลกครึ่งแรกปี 2026 ของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์และโมบิลิตีเกาหลี (KAMA) ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 14 กันยายน ชี้ว่าผู้ผลิตรถยนต์จีน 6 กลุ่มมีบทบาทระดับชี้ขาดในตลาดโลก โดยมียอดขายรวม 5.504 ล้านคัน หรือเกือบสองในสามของยอดขายทั่วโลก
ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ส่วนแบ่งตลาดรวมของทั้ง 6 กลุ่มเพิ่มขึ้น 5.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน มาอยู่ที่ 62.3%
6
6 กลุ่มผู้ผลิตจีนที่ติด 10 อันดับแรกของโลก
ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ยอดขายรถพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ที่ 8.847 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวมของผู้ผลิตจีน 6 กลุ่มขยายตัว 11.6% ซึ่งเร็วกว่าตลาดโดยรวมอย่างชัดเจน
6
| อันดับโลก |
กลุ่มผู้ผลิต |
ยอดขายรถพลังงานไฟฟ้า ครึ่งแรกปี 2026 |
| 1 |
BYD |
2.290 ล้านคัน |
| 2 |
Geely Group |
1.127 ล้านคัน |
| 4 |
SAIC Motor Group |
752,000 คัน |
| 6 |
Chery Automobile |
579,000 คัน |
| 7 |
Leapmotor |
417,000 คัน |
| 9 |
Changan Group |
339,000 คัน |
ทั้ง 6 กลุ่มเพิ่มส่วนแบ่งยอดขายรถพลังงานไฟฟ้าโลกจาก 57.2% ในครึ่งแรกปี 2025 เป็น 62.3% ในช่วงเดียวกันของปี 2026
6
ความเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ได้เกิดจากความใหญ่ของ BYD เพียงรายเดียว เพราะรายชื่อใน 10 อันดับแรกมีทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์รายเดิมและผู้เล่นที่เน้นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ KAMA เชื่อมโยงการขยายตัวของผู้ผลิตจีนกับความสามารถในการแข่งขันด้านราคา กลยุทธ์หลายแบรนด์ และการรุกตลาดต่างประเทศที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
1
6
ตลาดในประเทศอ่อนแรง แต่การส่งออกเร่งตัว
แรงขับเคลื่อนจากต่างประเทศเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดรถยนต์นั่งภายในจีนอ่อนแอลง ยอดขายในประเทศเดือนกรกฎาคมลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.47 ล้านคัน ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 88.2% เป็น 923,000 คัน
สำหรับรถ EV และปลั๊กอินไฮบริด การส่งออกพุ่งขึ้น 147.8% แต่ยอดขายในประเทศของกลุ่มรถดังกล่าวลดลง 3.9%
18
ช่องว่างนี้กว้างขึ้นในเดือนสิงหาคม ยอดส่งออกรถยนต์นั่งเพิ่ม 77.5% จากปีก่อนเป็น 894,000 คัน ขณะที่ยอดขายภายในประเทศลดลง 23.7% เหลือ 1.55 ล้านคัน
17
BYD เป็นตัวอย่างของความสำคัญของตลาดต่างประเทศในภาวะเช่นนี้ บริษัทมียอดขายรวมเดือนสิงหาคม 440,293 คัน เพิ่มขึ้น 17.8% จากปีก่อน แต่ยอดส่งมอบไปต่างประเทศทะยาน 134.5% สู่ 189,466 คัน
34
เหตุใดปลั๊กอินไฮบริดจึงสำคัญในยุโรป
ยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดรองรับรถพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตในจีน แต่เงื่อนไขทางการค้าส่งผลโดยตรงต่อการจัดพอร์ตสินค้า ภาษีเพิ่มเติมของสหภาพยุโรป (EU) สำหรับรถที่ผลิตในจีนมุ่งเป้าไปที่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV ไม่ใช่รถปลั๊กอินไฮบริด จึงทำให้ PHEV มีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในการส่งออกเข้าสู่ยุโรป
24
ความแตกต่างดังกล่าวจูงใจให้ผู้ส่งออกปรับสัดส่วนรถตามแต่ละตลาด ผู้ผลิตสามารถนำเสนอ BEV ในประเทศที่ต้นทุนยังแข่งขันได้ และใช้ PHEV ในตลาดที่ได้รับเงื่อนไขภาษีเอื้อกว่า รายงานที่มีอยู่สนับสนุนภาพรวมของกลยุทธ์ระดับตลาดนี้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดครบถ้วนแยกรายผู้ผลิตเกี่ยวกับการส่งออก PHEV ไปยุโรป
ผู้ผลิตจีนยังเดินหน้าขยายฐานในต่างประเทศด้วย ฝ่ายบริหารของ BYD ระบุเป้าหมายการส่งมอบต่างประเทศไว้ที่ 1.9-2 ล้านคันในปี 2026 และมากกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2027 พร้อมพิจารณาสถานที่ผลิตนอกประเทศเพิ่มเติม
33
จีนมีโอกาสส่งออกรถเกิน 10 ล้านคันในปี 2026 หรือไม่
เมื่อถึงปลายฤดูร้อน เป้าหมายดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ในเชิงตัวเลข จีนส่งออกรถยนต์ 7.153 ล้านคันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 66.7% จากปีก่อน และมากกว่ายอดส่งออกทั้งปี 2025 ที่ 7.1 ล้านคันแล้ว เดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวมีรถส่งออก 1.01 ล้านคัน
22
หากจะให้ยอดส่งออกทั้งปีเกิน 10 ล้านคัน จีนต้องส่งออกรถเพิ่มอีกราว 2.85 ล้านคันตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม หรือเฉลี่ยประมาณ 712,000 คันต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่ายอด 1.01 ล้านคันที่ทำได้ในเดือนสิงหาคม ดังนั้นเป้าหมายนี้จึงดูเป็นไปได้จากโมเมนตัมที่มีอยู่
22
อย่างไรก็ดี นี่ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันได้ มาตรการกีดกันทางการค้า ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และอุปสงค์ที่อ่อนตัวในประเทศปลายทาง ล้วนสามารถชะลอการส่งมอบได้ แต่ข้อมูลครึ่งแรกของ KAMA แสดงให้เห็นฐานสำคัญของแรงส่งดังกล่าวแล้ว นั่นคือผู้ผลิตจีนชั้นนำได้สร้างขนาดธุรกิจในตลาดรถพลังงานไฟฟ้าโลกขึ้นอย่างโดดเด่น
6