รายงาน Keyrock ระบุว่า ระหว่างพฤษภาคม 2025 ถึงเมษายน 2026 AI agents ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนประมาณ 176 ล้านครั้ง มูลค่ารวมกว่า 73 ล้านดอลลาร์ โดยกว่า 98.6% ชำระด้วย USDC [1][11] ธุรกรรมของ AI ส่วนใหญ่มีขนาดเพียงประมาณ $0.01–$0.10 และกว่า 76% ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมคงที่ราว $0.30 ของเครือข่ายบัตรเครดิต ทำให้การใช้การ์ดแบบเดิม...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Keyrock report (May 2025–April 2026) reveal about the rise of stablecoins in AI agent payments—including why traditional credit. Article summary: The report’s core takeaway was that stablecoins are becoming the default payment rail for AI agents because most agent payments are tiny, frequent, and machine-to-machine, which makes card economics and settlement latenc. Topic tags: general, general web, user generated, documentation. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Stablecoins have moved beyond their origins in trading to become a credible, programmable payment rail with the potential to move over $1 trillion annually" source context "Stablecoin Payments, The Trillion Dollar Opportunity" Reference image 2: visual subject "Stablecoins have moved beyond their o
คลื่นแรกของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย AI agents ที่ทำงานอัตโนมัติ กำลังเริ่มเกิดขึ้น และรูปแบบการจ่ายเงินของมันแตกต่างจากการซื้อขายออนไลน์แบบเดิมอย่างมาก
รายงานจากบริษัทคริปโต Keyrock ที่วิเคราะห์ข้อมูลช่วง พฤษภาคม 2025 – เมษายน 2026 พบว่า AI agents ได้ดำเนินธุรกรรมบนบล็อกเชนประมาณ 176 ล้านรายการ รวมมูลค่ามากกว่า 73 ล้านดอลลาร์ และแนวโน้มสำคัญคือ stablecoins กำลังกลายเป็นระบบชำระเงินหลักสำหรับธุรกรรมระหว่างซอฟต์แวร์กับซอฟต์แวร์ (machine‑to‑machine) โดยเฉพาะธุรกรรมขนาดเล็กจำนวนมากที่ระบบอัตโนมัติสร้างขึ้น
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้สำคัญคือ AI agents ไม่ได้ซื้อของแบบมนุษย์ พวกมันสามารถทำธุรกรรมเล็ก ๆ หลายพันครั้งต่อชั่วโมง เช่น จ่ายค่า API, ข้อมูล, พลังประมวลผล หรือการเรียกใช้โมเดล AI ซึ่งระบบชำระเงินแบบเดิมไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมแบบนี้
ปัญหาใหญ่คือโครงสร้างค่าธรรมเนียมของระบบบัตรเครดิต
ข้อมูลที่สรุปจากรายงาน Keyrock ระบุว่า มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยของ AI agent อยู่ประมาณ $0.01–$0.10 และที่สำคัญ ประมาณ 76% ของธุรกรรมมีมูลค่าต่ำกว่าค่าธรรมเนียมคงที่ราว $0.30 ของระบบบัตรเครดิต
พูดง่าย ๆ คือค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวก็อาจแพงกว่าตัวธุรกรรม
ตัวอย่างเช่น หาก AI agent จ่าย $0.03 เพื่อเรียกใช้ weather API ค่าธรรมเนียมการประมวลผลบัตรเครดิตเพียงอย่างเดียวก็สูงกว่าราคาสินค้าไปแล้วหลายเท่า
นอกจากเรื่องค่าธรรมเนียมแล้ว ระบบการ์ดแบบเดิมยังมีข้อจำกัดอื่นสำหรับซอฟต์แวร์อัตโนมัติ เช่น
สำหรับ AI agents ที่อาจทำธุรกรรมหลายพันครั้งต่อชั่วโมง ระบบแบบนี้จึงแทบใช้ไม่ได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์
Stablecoin แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้หลายจุด
บนเครือข่ายบล็อกเชน โดยเฉพาะ Layer‑2 ธุรกรรมสามารถยืนยันได้ภายในไม่กี่วินาที และค่าธรรมเนียมอาจอยู่เพียง เศษเสี้ยวของหนึ่งเซนต์ ทำให้แม้แต่ธุรกรรมเล็กมากก็ยังคุ้มค่า
แทนที่จะต้องเก็บข้อมูลบัตรเครดิต AI agent สามารถ เซ็นธุรกรรมบนบล็อกเชน เพื่อโอน stablecoin อย่างเช่น USDC ไปยังผู้ให้บริการได้โดยตรง
ผลลัพธ์คือโมเดลการชำระเงินแบบใหม่ที่
สิ่งนี้เปิดทางให้โมเดลราคาใหม่ เช่น
หนึ่งในข้อมูลที่โดดเด่นที่สุดในรายงานคือ การกระจุกตัวของ stablecoin ที่ใช้
ธุรกรรมของ AI agents ที่วิเคราะห์ในช่วงเวลานี้ ประมาณ 98.6% ถูกชำระด้วย USDC
เหตุผลที่เป็นไปได้ ได้แก่
เมื่อระบบต้องเชื่อมต่อหลายแพลตฟอร์ม นักพัฒนาจึงมักเลือกสินทรัพย์ชำระเงินที่ เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ง่ายที่สุด
นอกจาก stablecoins แล้ว ยังมีโครงสร้างโปรโตคอลใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเศรษฐกิจของ AI agents
Coinbase เปิดตัว x402 ซึ่งเป็นโปรโตคอลการชำระเงินแบบเปิดที่นำ HTTP status code เดิมอย่าง 402 “Payment Required” กลับมาใช้งานเพื่อรองรับการชำระเงินอัตโนมัติบนเว็บ
แนวคิดคือ API หรือเว็บไซต์สามารถตอบกลับด้วยคำขอให้ชำระเงิน และ client ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือ AI agent ก็สามารถจ่าย stablecoin เช่น USDC แล้วดำเนินคำขอต่อได้ทันที
โมเดลนี้ช่วยให้บริการสามารถคิดค่าบริการแบบ micropayment ต่อคำขอ ได้โดยไม่ต้องมีบัญชีหรือระบบ subscription
Stripe กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ การชำระเงินระหว่างเครื่องกับเครื่อง รวมถึงระบบสำหรับ agent‑driven commerce โดยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับ Machine Payments Protocol (MPP) ที่พัฒนาร่วมกับเครือข่าย Tempo
เป้าหมายคือให้ผู้พัฒนาสามารถเรียกเก็บเงินจาก AI agents แบบอัตโนมัติสำหรับบริการ เช่น API หรือข้อมูล
เครือข่ายการชำระเงินแบบดั้งเดิมก็เริ่มปรับตัวเช่นกัน
Visa เปิดตัว Intelligent Commerce Connect ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Intelligent Commerce เพื่อรองรับธุรกรรมที่เริ่มต้นโดย AI agents
ระบบนี้ช่วยให้ร้านค้าสามารถรับการชำระเงินจาก agent ได้ผ่านการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียว พร้อมระบบตรวจสอบตัวตน tokenization และการควบคุมความปลอดภัยสำหรับธุรกรรมอัตโนมัติ
นอกจากบริษัทการเงินแล้ว ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น AWS และ Google ก็เริ่มพัฒนาโครงสร้างที่ช่วยให้ AI agents สามารถ
ระบบเหล่านี้จะทำงานร่วมกับเฟรมเวิร์กของ AI agents เพื่อให้ซอฟต์แวร์สามารถทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัยภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์
แม้ตัวเลขธุรกรรมในรายงาน Keyrock จะยังเล็กเมื่อเทียบกับระบบชำระเงินทั่วโลก—เพียง 73 ล้านดอลลาร์ในหนึ่งปี—แต่บริษัทการเงินมองเห็นศักยภาพระยะยาว
หาก AI agents เริ่มทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น เช่น
จำนวนธุรกรรมอาจเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะ AI agent หนึ่งตัวอาจทำธุรกรรมหลายพันหรือหลายล้านครั้งต่อปี
ในสถานการณ์นั้น โครงสร้างที่มีมูลค่ามากที่สุดอาจไม่ใช่โมเดล AI เอง แต่คือ ระบบการชำระเงินที่ทำให้เศรษฐกิจอัตโนมัตินี้เกิดขึ้นได้
รายงาน Keyrock สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่
แทนที่มนุษย์จะเป็นผู้ทำธุรกรรมเกือบทั้งหมด ซอฟต์แวร์อัตโนมัติอาจเริ่มซื้อบริการจากซอฟต์แวร์อื่นอย่างต่อเนื่อง เช่น
เศรษฐกิจแบบนี้ต้องการระบบชำระเงินที่
ในปัจจุบัน stablecoins และโปรโตคอลการชำระเงินบนอินเทอร์เน็ต เป็นโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับความต้องการนี้มากที่สุด และหากการค้าแบบ AI agents เติบโตต่อไป โครงสร้างเหล่านี้อาจกลายเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลแบบใหม่ในอนาคต
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายงาน Keyrock ระบุว่า ระหว่างพฤษภาคม 2025 ถึงเมษายน 2026 AI agents ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนประมาณ 176 ล้านครั้ง มูลค่ารวมกว่า 73 ล้านดอลลาร์ โดยกว่า 98.6% ชำระด้วย USDC [1][11]
รายงาน Keyrock ระบุว่า ระหว่างพฤษภาคม 2025 ถึงเมษายน 2026 AI agents ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนประมาณ 176 ล้านครั้ง มูลค่ารวมกว่า 73 ล้านดอลลาร์ โดยกว่า 98.6% ชำระด้วย USDC [1][11] ธุรกรรมของ AI ส่วนใหญ่มีขนาดเพียงประมาณ $0.01–$0.10 และกว่า 76% ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมคงที่ราว $0.30 ของเครือข่ายบัตรเครดิต ทำให้การใช้การ์ดแบบเดิมไม่คุ้มค่า [4][5]
บริษัทเทคโนโลยีและการเงินกำลังสร้างโครงสร้างใหม่สำหรับการชำระเงินของ AI เช่น Coinbase x402, โปรโตคอล machine‑payments ของ Stripe และระบบ Intelligent Commerce ของ Visa