คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Glassnode ประเมินว่า 6.04 ล้าน BTC หรือประมาณ 30.2% ของอุปทานที่ถูกขุดแล้ว มี public key ปรากฏบนบล็อกเชน ทำให้มีความเสี่ยงเชิงทฤษฎีต่อการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต [4][14] ราว 1.92 ล้าน BTC หรือเกือบ 10% ของอุปทานอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากสคริปต์แบบ P2PK, P2MS และบางกรณีของ Taproot ส่วนที่เหลือเกิดจากพฤติกรรมการใช้งาน เช่น การใช้ address ซ้ำและการจัดการกระเป๋าของแพลตฟอร์มฝากเ... ภัยคุกคามยังเป็นเพียงทฤษฎี เพราะยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถทำลายการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้จริง แต่ชุมชนนักพัฒนากำลังหารือการอัปเกรด เช่น BIP‑360 เพื่อทำให้ระบบทนทานต่อควอนตัมมากขึ้น [8][15] What did the Glassnode report reveal about Bitcoin’s exposure to future quantum‑computing attacks, including how much BTC (and what percenta Research suggests roughly 30% of Bitcoin already has public keys visible on‑chain, which could matter if powerful quantum computers emerge. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Glassnode report reveal about Bitcoin’s exposure to future quantum‑computing attacks, including how much BTC (and what percenta. Article summary: Glassnode found that more than 6 million BTC are quantum-exposed because their public keys are already visible on-chain, which is the prerequisite for a future quantum attack that could derive private keys and steal fund. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Glassnode research finds 6M BTC — 30% of all Bitcoin — already exposed to quantum attack due to visible public keys, with exchanges holding 40% of preventable riskGlassnode researc" source context "Nearly A Third Of All Bitcoin Already Exposed To Quantum Risk" Reference image 2: visual subject "Glassnode research finds 6M BTC —
openai.com รายงานวิจัยล่าสุดจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Glassnode พยายามตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Bitcoin ในอนาคต: หากวันหนึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังพอที่จะทำลายการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ เหรียญจำนวนเท่าใดที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยง
ข้อสรุปสำคัญคือ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่า public key ของเหรียญนั้นถูกเปิดเผยบนบล็อกเชนแล้วหรือยัง หาก public key ปรากฏบนเชนแล้ว คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังพออาจคำนวณย้อนกลับเพื่อหา private key และย้ายเหรียญออกจากกระเป๋านั้นได้
Glassnode ระบุว่า ประมาณ 6.04 ล้าน BTC หรือราว 30.2% ของ Bitcoin ที่ถูกออกมาแล้ว อยู่ในกลุ่มที่มี public key เปิดเผยบนบล็อกเชน ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงเชิงทฤษฎีหากเทคโนโลยีควอนตัมก้าวหน้าถึงระดับดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่ภัยคุกคามในปัจจุบัน เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถเจาะระบบลายเซ็นของ Bitcoin ยังไม่มีอยู่จริง และกรอบเวลายังไม่แน่นอน
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "Glassnode เผยราว 30% ของ Bitcoin มีความเสี่ยงเชิงทฤษฎีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม" คืออะไร Glassnode ประเมินว่า 6.04 ล้าน BTC หรือประมาณ 30.2% ของอุปทานที่ถูกขุดแล้ว มี public key ปรากฏบนบล็อกเชน ทำให้มีความเสี่ยงเชิงทฤษฎีต่อการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต [4][14]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Glassnode ประเมินว่า 6.04 ล้าน BTC หรือประมาณ 30.2% ของอุปทานที่ถูกขุดแล้ว มี public key ปรากฏบนบล็อกเชน ทำให้มีความเสี่ยงเชิงทฤษฎีต่อการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต [4][14] ราว 1.92 ล้าน BTC หรือเกือบ 10% ของอุปทานอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากสคริปต์แบบ P2PK, P2MS และบางกรณีของ Taproot ส่วนที่เหลือเกิดจากพฤติกรรมการใช้งาน เช่น การใช้ address ซ้ำและการจัดการกระเป๋าของแพลตฟอร์มฝากเ...
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ภัยคุกคามยังเป็นเพียงทฤษฎี เพราะยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถทำลายการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้จริง แต่ชุมชนนักพัฒนากำลังหารือการอัปเกรด เช่น BIP‑360 เพื่อทำให้ระบบทนทานต่อควอนตัมมากขึ้น [8][15]
Glassnode วัด “Quantum Exposure” ของ Bitcoin อย่างไร เกณฑ์ของรายงานค่อนข้างตรงไปตรงมา:
หาก public key ถูกเปิดเผยบนบล็อกเชนแล้ว เหรียญนั้นถือว่า “quantum‑exposed”
หาก public key ยังถูกซ่อนอยู่หลัง hash ผู้โจมตีจะไม่มีข้อมูลเพียงพอในการคำนวณหา private key
เมื่อใช้วิธีนี้ Glassnode พบว่า
6.04 ล้าน BTC มี public key เปิดเผยบนเชน
คิดเป็น 30.2% ของอุปทานที่ถูกออกแล้ว
ขณะที่ 13.99 ล้าน BTC หรือ 69.8% ยังไม่ถูกเปิดเผย public key ในสภาพพักอยู่
เหรียญที่มีความเสี่ยงถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (structural exposure) และ ความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้งาน (operational exposure)
ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง: สคริปต์ที่เปิดเผย Public Key โดยการออกแบบ Bitcoin บางประเภทของเอาต์พุต (script type) เปิดเผย public key บนเชนโดยตรง ซึ่งทำให้เหรียญเหล่านี้มีความเสี่ยงในเชิงโครงสร้าง แม้เจ้าของจะไม่เคยใช้ address ซ้ำก็ตาม
ตัวอย่างสคริปต์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ได้แก่
P2PK (Pay‑to‑Public‑Key) – รูปแบบยุคแรกของ Bitcoin ที่ฝัง public key ไว้ในสคริปต์ล็อกโดยตรง
P2MS (Pay‑to‑Multisig) – multisig แบบดั้งเดิมที่เผย public key ของผู้ร่วมเซ็น
Taproot key‑path spends – Taproot ใช้โครงสร้างที่อิง public key ทำให้คีย์ปรากฏบนเชนเมื่อมีการใช้งาน
รวมกันแล้ว กลไกเหล่านี้คิดเป็นประมาณ 1.92 ล้าน BTC หรือเกือบ 10% ของอุปทานทั้งหมด ที่ถือว่ามีความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
ทำไมเหรียญยุค Satoshi จึงสำคัญ ส่วนใหญ่ของเหรียญที่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างมาจากช่วงปีแรก ๆ ของ Bitcoin
ในยุคนั้นธุรกรรมจำนวนมากใช้ P2PK ซึ่งเผย public key บนเชนถาวร นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่า ประมาณ 1.1 ล้าน BTC ที่เชื่อมโยงกับ Satoshi Nakamoto อยู่ใน address ลักษณะนี้
หากเหรียญเหล่านี้ไม่ถูกย้ายไปยังรูปแบบ address ที่ใหม่กว่า พวกมันก็จะยังคงมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในโลกที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถถอดรหัสได้
ความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้งาน (Operational Exposure) ส่วนใหญ่ของตัวเลข 6.04 ล้าน BTC ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างของระบบ แต่เกิดจากวิธีการใช้งานของผู้ใช้เอง
สองพฤติกรรมหลักที่ทำให้ public key ถูกเปิดเผยคือ:
1. การใช้ Address ซ้ำ ในการออกแบบของ Bitcoin public key จะปรากฏเมื่อมีการใช้เหรียญจาก address นั้นครั้งแรก หากผู้ใช้ยังคงใช้ address เดิมต่อไป เงินที่เหลือจะอยู่หลัง public key ที่เปิดเผยแล้ว
ในโลกที่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัม นี่อาจทำให้เหรียญเหล่านั้นถูกโจมตีได้
2. การดูแลสินทรัพย์ของแพลตฟอร์มฝากเหรียญ แพลตฟอร์มคริปโตขนาดใหญ่ เช่น Coinbase, Binance และ Bitfinex มักใช้กระเป๋าหลายประเภทและมีการเคลื่อนย้ายเหรียญจำนวนมากระหว่าง hot wallet และระบบภายใน ซึ่งอาจทำให้ public key ถูกเปิดเผยซ้ำ ๆ ระหว่างธุรกรรม
แม้งานวิจัยจะวิเคราะห์ address ที่เกี่ยวข้องกับหลาย exchange แต่ ข้อมูลสาธารณะไม่ได้ระบุจำนวน BTC ที่เปิดเผย public key ของแต่ละแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน จึงไม่สามารถจัดอันดับได้ว่า exchange ใดมีเหรียญที่เสี่ยงต่อควอนตัมมากที่สุด
ทำไมคอมพิวเตอร์ควอนตัมจึงเป็นประเด็น Bitcoin ใช้ระบบลายเซ็นดิจิทัลแบบ ECDSA (Elliptic Curve Digital Signature Algorithm) เพื่อยืนยันการใช้เหรียญ
หากมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังพอและใช้ อัลกอริทึมของ Shor มันอาจคำนวณ private key จาก public key ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถโอนเหรียญออกจาก address ที่เปิดเผย public key แล้วได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทำเช่นนั้นได้จริง และฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้ยังห่างไกลจากระดับที่จำเป็นมาก
แนวทางแก้ไขที่กำลังถูกเสนอ นักพัฒนา Bitcoin เริ่มหารือถึงการอัปเกรดเครือข่ายเพื่อเตรียมรับมือก่อนที่ภัยคุกคามจะเกิดขึ้นจริง
หนึ่งในข้อเสนอคือ BIP‑360 ซึ่งเสนอ soft fork เพื่อเพิ่มเอาต์พุตแบบใหม่ที่รองรับ การเข้ารหัสแบบต้านทานควอนตัม (quantum‑resistant) และลดการพึ่งพาลายเซ็น elliptic curve ในบางเส้นทางการใช้เหรียญ
ในชุมชนยังมีข้อเสนออื่น เช่น
สนับสนุนให้ผู้ใช้ย้ายเหรียญไปยัง address แบบใหม่
จำกัดการใช้เหรียญเก่าที่มีความเสี่ยง
แต่แนวคิดเหล่านี้ยังเป็นประเด็นถกเถียง เพราะเกี่ยวข้องกับหลักการสำคัญของ Bitcoin เช่นสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเหรียญและการกำกับดูแลเครือข่าย
สรุป งานวิจัยของ Glassnode ชี้ว่า ความเสี่ยงของ Bitcoin ต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเหรียญทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าคีย์ถูกเปิดเผยหรือไม่
6.04 ล้าน BTC (30.2%) มี public key ปรากฏบนบล็อกเชนแล้ว
ประมาณ 1.92 ล้าน BTC (~10%) มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากสคริปต์แบบเก่า
ส่วนที่เหลือเกิดจากพฤติกรรมการใช้งาน เช่น การใช้ address ซ้ำและการจัดการกระเป๋าของ exchange
แม้ภัยคุกคามจะยังเป็นเพียงทฤษฎี แต่ข้อมูลนี้สะท้อนว่าชุมชน Bitcoin เริ่มมองไปข้างหน้า และกำลังพิจารณา การอัปเกรดแบบ post‑quantum เพื่อปกป้องเครือข่ายในระยะยาว
kucoin.com
Bitcoin proposal aims to freeze 5.6 million BTC to prevent quantum ...