Gamers Nexus และผู้ร่วมตรวจสอบกล่าวหาว่าทีวี OLED ของ LG บางเครื่องที่ทดสอบยังทำกิจกรรมเกี่ยวกับข้อมูลขณะจอดำในโหมดสแตนด์บาย เช่น ค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายและสแกนชื่อเครือข่าย Wi‑Fi ใกล้เคียง รวมถึงข้อมูลการรับชมและข้อม... แนวทางลดความเสี่ยงที่ทำได้คือ อัปเดตเฟิร์มแวร์ ปิด Live Plus/ACR และฟีเจอร์เสียงที่ไม่จำเป็น เปิ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Gamers Nexus investigation, conducted with Level1Techs and independent security researchers and reported by The Verge, Malwareb. Article summary: The investigation alleged that some tested LG OLED TVs remained highly active in apparent standby: they identified devices on the local network, surveyed nearby Wi‑Fi networks, and collected microphone-derived logs and v. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
คำถามสำคัญจากการตรวจสอบครั้งนี้คือ เมื่อทีวีอยู่ในโหมดสแตนด์บายและหน้าจอดับ คำว่า “ปิด” หมายถึงปิดจริงแค่ไหน
Gamers Nexus ซึ่งทำงานร่วมกับ Level1Techs และนักวิจัยความปลอดภัยอิสระ ระบุจากการทดสอบทีวี OLED ของ LG ที่วางขายปลีกบางรุ่นว่า ตัวเครื่องยังทำกิจกรรมเกี่ยวกับข้อมูลอยู่มากแม้จอดำ รายงานอ้างถึงการตรวจพบอุปกรณ์ในเครือข่ายภายในบ้าน การเก็บชื่อและข้อมูลสัญญาณของเครือข่าย Wi‑Fi รอบข้าง การใช้ระบบจดจำคอนเทนต์อัตโนมัติ (Automated Content Recognition หรือ ACR) และการจัดการข้อมูลที่ได้จากไมโครโฟน นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่าข้อมูลบางส่วนอาจถูกเก็บไว้ในเครื่องตอนออฟไลน์ ก่อนส่งออกเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง 48
25
อย่างไรก็ดี นี่คือข้อกล่าวหาที่มาจากการทดสอบอุปกรณ์เฉพาะชุด ไม่ใช่ข้อสรุปที่ชี้ขาดแล้วว่าทีวี LG ทุกรุ่นทำงานแบบเดียวกัน หรือทุกประเด็นได้รับการวินิจฉัยโดยหน่วยงานอิสระแล้ว
ตามรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบ ทีวีที่ถูกทดสอบมีการค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายภายในบ้าน ซึ่งอาจระบุได้ว่าในเครือข่ายมีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ สวิตช์เครือข่าย หรืออุปกรณ์สมาร์ตโฮมใดบ้าง ทีมงานยังระบุว่าทีวีเก็บชื่อเครือข่าย Wi‑Fi ที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมข้อมูลสัญญาณ 25
ประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดคือไมโครโฟน รายงานระบุว่าทีมพบการจัดการเสียงจากไมโครโฟนขณะหน้าจอดูเหมือนปิดอยู่ รวมถึงข้อมูลที่อาจเก็บอยู่ภายในเครื่องได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และถูกอัปโหลดภายหลังเมื่อการเชื่อมต่อกลับมา รายงานยังเชื่อมโยงเส้นทางข้อมูลที่ถูกกล่าวหากับโครงสร้างพื้นฐานด้านโฆษณาของ LG 48
25
การตรวจสอบยังมุ่งไปที่ ACR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ตัวอย่างเสียงและภาพเพื่อระบุว่าบนจอกำลังเปิดเนื้อหาอะไรอยู่ รวมถึงภาพหรือเสียงจากอินพุตของทีวีด้วย นั่นทำให้ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แอปสตรีมมิงที่ติดตั้งในทีวี เพราะกิจกรรมการรับชมอาจถูกวัดได้จากหลายช่องทาง 48
ข้อโต้แย้งไม่ได้อยู่แค่ว่าทีวีมีไมโครโฟนหรือมีกิจกรรมเครือข่ายหรือไม่ แต่อยู่ที่การตีความพฤติกรรมที่นักวิจัยสังเกตเห็น
LG ระบุว่าข้อมูลเสียงถูกประมวลผลเพื่อฟังก์ชันจดจำเสียง และปฏิเสธว่าทีวีบันทึกบทสนทนาในห้องโดยรอบ บริษัทอธิบายการสแกนเครือข่ายว่าเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์อุปกรณ์และบริการ ไม่ใช่การทำแผนที่รายละเอียดของคนในบ้านแบบไม่เลือกหน้า รายงานที่มีอยู่ยังไม่สามารถชี้ขาดโดยอิสระว่ากิจกรรมที่บันทึกในการทดสอบเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ LG อธิบายไว้หรือไม่ 2
48
ความต่างนี้มีนัยสำคัญ การที่ไมโครโฟนพร้อมรับคำสั่งเสียงแบบแฮนด์ฟรี ไม่เท่ากับการบันทึกเสียงสนทนาที่ไม่เกี่ยวข้อง และการค้นหาบริการหรืออุปกรณ์เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงาน ก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากับการเก็บบัญชีรายการอุปกรณ์อย่างละเอียดเพื่อใช้ทำโฆษณาหรือสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ ดังนั้น เจ้าของทีวีควรมองข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเหตุผลให้ตรวจสอบการตั้งค่าและอัปเดตระบบ มากกว่าจะสรุปว่าทีวี LG ทุกเครื่องมีพฤติกรรมเหมือนกัน
ทีมวิจัยยังระบุว่าได้เปิดเผยช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกล (remote-code execution หรือ RCE) ใน webOS แก่ LG แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดวิธีโจมตีในช่วงกระบวนการเปิดเผยช่องโหว่อย่างรับผิดชอบ (responsible disclosure) รายงานยืนยันว่าประเด็นด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ แต่ข้อมูลสาธารณะที่มีอยู่ยังไม่ระบุองค์ประกอบที่ได้รับผลกระทบ เงื่อนไขการโจมตี รหัส CVE หรือสถานะการออกแพตช์สำหรับทุกรุ่น 25
ในทางปฏิบัติ นี่เป็นเหตุผลที่ควรอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และไม่ควรเชื่อข้อมูลที่อ้างเส้นทางโจมตีเฉพาะเจาะจงเกินกว่าที่ LG หรือนักวิจัยจะเผยแพร่คำแนะนำทางเทคนิคที่ตรวจสอบได้
ACR คือการตั้งค่าด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้สามารถลงมือจัดการได้ก่อน เพราะระบบนี้ออกแบบมาเพื่อระบุเนื้อหาที่รับชมสำหรับการวิเคราะห์และโฆษณา และอาจใช้กับเนื้อหาที่เข้าทางอินพุตภายนอก ไม่ได้จำกัดเพียงแอปในตัวทีวี 48
ตัวเลือกความเป็นส่วนตัวต่างกันไปตามยี่ห้อ รุ่น ประเทศ เวอร์ชันของ webOS และตัวเลือกช่วงตั้งค่าเริ่มต้น จึงไม่ควรเหมารวมว่า ACR เปิดเป็นค่าเริ่มต้นในทีวี LG, Samsung, Sony, Vizio หรือ Roku ทุกรุ่น หรือมีชื่อเมนูเหมือนกันทั้งหมด แต่หลักแลกเปลี่ยนยังเหมือนเดิม: ฟีเจอร์ที่ปรับคำแนะนำหรือโฆษณาให้ตรงใจ อาจต้องใช้การเก็บข้อมูลมากกว่าที่ผู้ชมต้องการ
บนทีวี LG ที่ใช้ webOS ฟีเจอร์ ACR มักใช้ชื่อว่า Live Plus โดยเส้นทางเมนูที่มีรายงานคือ การตั้งค่า → ทั่วไป → ระบบ → การตั้งค่าขั้นสูง → Live Plus แต่อาจแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชันของระบบ 2 อีกแนวทางหนึ่งคือ การตั้งค่าทั้งหมด → ทั่วไป → ระบบ → การตั้งค่าเพิ่มเติม แล้วปิด Live Plus และเปิดตัวเลือกอย่าง จำกัดการติดตามโฆษณา หากมี
40
อัปเดต webOS และแอปที่ติดตั้งอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีรายงานประเด็นความปลอดภัยซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการเปิดเผยข้อมูลอย่างรับผิดชอบ 25
ตรวจสอบและปิดตัวเลือกต่อไปนี้ หากมีในรุ่นของคุณ
การปิด Live Plus เป็นขั้นตอนที่ชัดเจนที่สุดในการจำกัดชั้น ACR ของ LG 2
40
หากทำได้ ให้ใช้ Guest Wi‑Fi หรือสร้างเครือข่าย IoT/VLAN แยกสำหรับทีวี จุดประสงค์คือกันทีวีออกจากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เก็บข้อมูลบนเครือข่าย อุปกรณ์ทำงาน และตัวควบคุมสมาร์ตโฮมที่มีความสำคัญ วิธีนี้ไม่ได้ตัดอินเทอร์เน็ตของทีวี แต่ช่วยลดสิ่งที่ทีวีจะค้นพบหรือเข้าถึงได้ในเครือข่ายบ้าน
หากไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องเร็ว ปลุกเครื่องผ่านเครือข่าย หรือใช้ฟีเจอร์ควบคุมจากระยะไกล ให้พิจารณาปิดตัวเลือก Quick Start และ Network Wake หากไม่ได้ใช้ความสามารถสมาร์ตทีวี การถอด Wi‑Fi หรือสาย Ethernet ออกคือวิธีที่ลดการเชื่อมต่อได้เด็ดขาดกว่า แต่จะแลกกับการใช้แอปสตรีมมิง การอัปเดต และฟีเจอร์ออนไลน์ไม่ได้
การอัปเดตเฟิร์มแวร์อาจเปลี่ยนเมนู สิทธิ์ที่อนุญาต และค่าเริ่มต้น ควรกลับมาตรวจการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและเสียงเป็นระยะ แทนที่จะถือว่าตัวเลือกตอนตั้งค่าเครื่องครั้งแรกจะคงเดิมตลอดไป
ข้อกล่าวหาที่มีผลมากที่สุดจากการตรวจสอบคือ ทีวี OLED ของ LG บางเครื่องที่ถูกทดสอบอาจยังทำงานในสภาวะที่ดูเหมือนสแตนด์บาย จนทำให้มีโอกาสเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ในบ้าน เครือข่าย Wi‑Fi ใกล้เคียง การรับชม และอาจรวมถึงข้อมูลจากไมโครโฟน ขณะที่ LG โต้แย้งการตีความดังกล่าว โดยยืนยันว่าการประมวลผลเสียงเกี่ยวข้องกับการจดจำเสียง และปฏิเสธการบันทึกบทสนทนารอบข้าง 48
2
ระหว่างที่ยังไม่มีข้อมูลทางเทคนิคและคำชี้แจงเพิ่มเติมมาคลี่คลายความเห็นต่างนี้ แนวทางที่รอบคอบคืออัปเดตทีวี ปิด ACR และฟีเจอร์เสียงที่ไม่จำเป็น และแยกทีวีออกจากอุปกรณ์สำคัญในเครือข่ายภายในบ้าน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Gamers Nexus และผู้ร่วมตรวจสอบกล่าวหาว่าทีวี OLED ของ LG บางเครื่องที่ทดสอบยังทำกิจกรรมเกี่ยวกับข้อมูลขณะจอดำในโหมดสแตนด์บาย เช่น ค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายและสแกนชื่อเครือข่าย Wi‑Fi ใกล้เคียง รวมถึงข้อมูลการรับชมและข้อม...
Gamers Nexus และผู้ร่วมตรวจสอบกล่าวหาว่าทีวี OLED ของ LG บางเครื่องที่ทดสอบยังทำกิจกรรมเกี่ยวกับข้อมูลขณะจอดำในโหมดสแตนด์บาย เช่น ค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายและสแกนชื่อเครือข่าย Wi‑Fi ใกล้เคียง รวมถึงข้อมูลการรับชมและข้อม... แนวทางลดความเสี่ยงที่ทำได้คือ อัปเดตเฟิร์มแวร์ ปิด Live Plus/ACR และฟีเจอร์เสียงที่ไม่จำเป็น เปิดการจำกัดการติดตามโฆษณา และย้ายทีวีไปอยู่เครือข่าย Guest Wi‑Fi หรือเครือข่าย IoT แยกต่างหาก [2][40][25]