ตามรายงาน โลโก้ที่ถูกโต้แย้งเป็นรูปผลไม้ตระกูลส้มทรงกลม มีใบสีเขียวด้านบนเอียงไปทางซ้าย มีรอยแหว่งที่ด้านขวา ส่วนล่างของผลไม้ถูกออกแบบให้คล้ายปุ่มคีย์บอร์ด ขณะที่ส่วนบนถูกอธิบายว่าคล้ายลำแสงอาทิตย์
MacRumors ยังระบุว่า ส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทผู้ยื่นคำขอสามารถแปลหรือสื่อถึงผลไม้ตระกูลส้มได้ ซึ่งอาจเป็นที่มาของแนวคิดการออกแบบโลโก้ผลส้มนี้ คำขอจดทะเบียนดังกล่าวครอบคลุมทั้งคีย์บอร์ด สินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และแผงโซลาร์เซลล์
จุดนี้เองที่ทำให้ผลวินิจฉัยออกมาไม่เท่ากันในแต่ละหมวดสินค้า
Apple แย้งว่าองค์ประกอบอย่างรูปทรงผลไม้ ใบไม้ และรอยแหว่ง อาจทำให้ผู้บริโภคนึกเชื่อมโยงไปถึงโลโก้แอปเปิลถูกกัดอันเป็นที่รู้จักของบริษัท
แต่ประเด็นไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามว่า “เหมือนหรือไม่เหมือน” เท่านั้น รายงานจาก 9to5Mac และ MacTech ระบุว่า EUIPO พิจารณาประเด็นเรื่องชื่อเสียงของ Apple ในสหภาพยุโรปด้วย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่โลโก้ผลส้มนี้อาจได้ประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากชื่อเสียงของ Apple
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น Apple ต้องทำให้เห็นว่า เมื่อโลโก้นี้ถูกใช้กับสินค้าบางประเภท ผู้บริโภคอาจเกิดความเชื่อมโยงทางความคิดกับ Apple และผู้ยื่นคำขออาจอาศัยแรงดึงดูดของแบรนด์ Apple โดยไม่เหมาะสม
จุดสำคัญคือ EUIPO ไม่ได้ยอมรับเหตุผลด้านความคล้ายทางสายตาของ Apple แบบเต็ม ๆ รายงานของสื่อจีนที่อ้างอิงข้อมูลคดีระบุว่า หน่วยพิจารณาเห็นว่าโลโก้ของ Yichun Qinningmeng Electronics มีรูปทรงใกล้เคียงวงกลมสมบูรณ์ ขณะที่โลโก้ Apple ไม่ใช่วงกลมสมบูรณ์ ดังนั้นผู้บริโภคน่าจะมองโลโก้นี้เป็นส้มหรือผลไม้ทรงกลมชนิดอื่น มากกว่าจะมองว่าเป็นโลโก้ Apple
ข้อแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะคำวินิจฉัยไม่ได้เท่ากับว่า EUIPO มองว่าผู้บริโภคจะสับสนว่าโลโก้ผลส้มคือโลโก้ Apple โดยตรง และไม่ได้ขยายความคุ้มครองให้ Apple ครอบครองแนวคิด “ผลไม้มีใบและมีรอยแหว่ง” ทั้งหมด การพิจารณาจึงขยับไปอยู่ที่บริบทของสินค้า ชื่อเสียงของแบรนด์ และโอกาสที่ผู้บริโภคจะเชื่อมโยงโลโก้นี้กับ Apple
แม้ EUIPO จะไม่รับข้อโต้แย้งเรื่องความคล้ายทางสายตาอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังเห็นด้วยกับ Apple ในส่วนสินค้าที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รายงานระบุว่าเหตุผลหนึ่งคือ Apple มีชื่อเสียงสูงมากในวงการอิเล็กทรอนิกส์ และคีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับคอมพิวเตอร์ เมื่อผู้บริโภคเห็นโลโก้ผลไม้มีรอยแหว่งบนคีย์บอร์ดหรือสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงอาจเกิดความเชื่อมโยงทางความคิดกับ Apple ได้
รายงานของ 9to5Mac และ MacTech ก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า แกนกลางของคำวินิจฉัยคือความเสี่ยงที่ผู้ยื่นคำขออาจได้ประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากชื่อเสียงของ Apple ในอียู ดังนั้น คีย์บอร์ดไม่ได้ถูกสกัดเพราะ EUIPO บอกว่า “นี่คือโลโก้ Apple อีกแบบ” แต่เพราะโลโก้ผลไม้ลักษณะนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ใกล้กับสินค้าหลักของ Apple มากพอจะสร้างแรงเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้
การใส่องค์ประกอบปุ่มคีย์บอร์ดเข้าไปในโลโก้จึงไม่ได้ทำให้คำขอปลอดภัยเสมอไป ด้านหนึ่งมันช่วยบอกประเภทสินค้า แต่อีกด้านก็ยิ่งพาโลโก้เข้าไปอยู่ในบริบทคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชื่อเสียงของ Apple มีน้ำหนักมากในการพิจารณา
คำขอใช้โลโก้เดียวกันกับแผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้ถูกปฏิเสธในลักษณะเดียวกัน รายงานระบุว่า EUIPO อนุญาตให้ส่วนแผงโซลาร์เซลล์ดำเนินการต่อ ขณะที่ปฏิเสธเฉพาะการจดทะเบียนในหมวดคีย์บอร์ดและสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
นี่สะท้อนว่าการพิจารณาเครื่องหมายการค้าไม่ได้ดูโลโก้แยกจากสินค้า Apple เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงสูง แต่ผลของคดีนี้ไม่ได้แสดงว่า EUIPO ขยายอำนาจคุ้มครองของ Apple ไปถึงทุกอุตสาหกรรมหรือทุกภาพผลไม้ที่ดูคล้ายกัน อย่างน้อยในคำขอนี้ สินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และแผงโซลาร์เซลล์ได้รับผลต่างกัน
สาระของคดีนี้ไม่ใช่ “ห้ามวาดผลไม้” แต่คือการเตือนว่าโลโก้ ประเภทสินค้า และชื่อเสียงของแบรนด์ใหญ่จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน
สรุปคือ Apple ชนะในข้อพิพาทนี้จริง แต่ชนะอย่างมีขอบเขต EUIPO มองความเสี่ยงเฉพาะเมื่อโลโก้ผลส้มถูกใช้กับสินค้าใกล้เคียงกับโลกคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ของ Apple ไม่ใช่การประกาศว่าผลไม้ทรงกลมมีใบและรอยแหว่งทุกลูกเป็นของ Apple
Comments
0 comments