เพื่อผลักดันเป้าหมายนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง Drone Diplomacy Task Force ซึ่งมีภารกิจหลัก เช่น
เขายังเน้นว่าโดรนกำลังมีความสำคัญมากขึ้นทั้งในภาคอุตสาหกรรม ความมั่นคงของประเทศ และความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การจัดประชุม Taiwan‑Germany Aerospace Conference เองก็สะท้อนรูปแบบความร่วมมือที่ไต้หวันต้องการขยายต่อไป
เจียงกล่าวถึงการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและธุรกิจระหว่างบริษัทไต้หวันกับเยอรมนี พร้อมย้ำว่าไต้หวันต้องการเป็น พันธมิตรที่เชื่อถือได้ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของประเทศประชาธิปไตย
ยุทธศาสตร์โดยรวมคือการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีโดรน กำลังการผลิต และการใช้งานในภาคต่าง ๆ กับประเทศที่มีผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจร่วมกัน
นอกจากการผลิตโดรนแล้ว ไต้หวันยังต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้าน โดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เจียงชี้ถึงความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีของประเทศ รวมถึงโครงการวิจัยและศูนย์พัฒนาโดรน‑AI ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายทำให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางของ ระบบนิเวศโดรนประชาธิปไตย ในภูมิภาค
ตัวเลขการส่งออกล่าสุดสะท้อนว่าความต้องการโดรนจากไต้หวันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุโรป
ข้อมูลการวิจัยที่อ้างถึงโดย Focus Taiwan ระบุว่า
ในภาพรวม มูลค่าการส่งออกโดรนของไต้หวันแตะประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งสะท้อนความต้องการจากตลาดโลกที่กำลังมองหาทางเลือกนอกเหนือจากผู้ผลิตจีน
ยุทธศาสตร์นี้ผสมผสานทั้งนโยบายอุตสาหกรรม ความร่วมมือด้านความมั่นคง และการทูตเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
หากประสบความสำเร็จ ไต้หวันหวังว่าอุตสาหกรรมโดรนจะสามารถ
ในมุมมองของรัฐบาลไต้หวัน โดรนอาจกลายเป็น “ไพ่ใบใหม่” ทางเทคโนโลยี ของประเทศ คล้ายกับบทบาทของเซมิคอนดักเตอร์ในเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน.
Comments
0 comments