ก่อนหน้านั้น ภาพดาวเทียมที่ถ่ายราว 56 ชั่วโมงหลังการลงน้ำพบเรือกู้คืน Go Australis อยู่ใกล้กับ Ship 40 ซึ่งยังดูอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ต่อมาเรือในภารกิจกู้คืนมีอย่างน้อย 2 ลำเข้ามาเสริม ก่อให้เกิดกองเรือที่ต้องเร่งทำงานแข่งกับสภาพอากาศและความเสียหายจากการลอยทะเลเป็นเวลานาน
ข้อมูลระบบระบุพิกัดเรืออัตโนมัติ หรือ AIS (Automatic Identification System) จาก MarineTraffic ระบุว่า Normand Ranger อยู่ในสถานะ “Restricted Maneuverability” หรือจำกัดความสามารถในการเคลื่อนที่ และหยุดอยู่ห่างจากเมืองแดมเปียร์ของออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันตกประมาณ 841 ไมล์ทะเล
Ship 40 ไม่ได้ตกลงทะเลอย่างรุนแรง แต่ใช้การลดระดับด้วยเครื่องยนต์จรวดแบบควบคุม ก่อนแตะผิวน้ำในท่าตั้งตรงและนุ่มนวล จนโครงสร้างยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และยังส่งข้อมูลโทรมาตรกับภาพวิดีโอสดต่อไปหลังลงน้ำ
แทนที่จะจมหายตามที่คาดไว้ SpaceX จึงเปลี่ยนแผนเป็นภารกิจกู้คืน โดยติดตั้งอุปกรณ์ช่วยลอยตัวและส่งเรือลากจูงหลายลำเข้าไปยึดยาน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ระบุว่าการกู้คืนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ใช่การนำยานกลับขึ้นฝั่งเสร็จสิ้นแล้ว
Flight 13 หรือ IFT-13 ปล่อยตัวจาก Starbase ในรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เวลาประมาณ 17.51 น. ตามเวลา Central Time และทำภารกิจสำคัญได้หลายรายการ
ภารกิจนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ระบบ Starship ซึ่งประกอบด้วยบูสเตอร์และยานส่วนบนที่ติดตั้งครบชุด สามารถบรรทุกและปล่อยเพย์โหลดที่ใช้งานได้จริง ทำให้ Starship ขยับจากการเป็นเพียงยานทดสอบเข้าใกล้การเป็นระบบนำส่งดาวเทียมมากขึ้น
ข้อมูลโทรมาตรจะบอกได้ว่ายานเผชิญอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน และแรงกระทำมากเพียงใด แต่การมีฮาร์ดแวร์จริงกลับมาให้ตรวจสอบจะช่วยให้วิศวกรวิเคราะห์ผลกระทบหลังเที่ยวบินได้โดยตรง
ประเด็นสำคัญที่อาจตรวจสอบได้ ได้แก่
การตรวจเช่นนี้เปรียบได้กับการชันสูตรระบบป้องกันความร้อนหลังภารกิจแบบละเอียด ข้อมูลที่ได้อาจช่วยปรับปรุงการออกแบบ Starship ให้เหมาะกับการนำกลับมาใช้ซ้ำในอนาคต
หลังทบทวนข้อมูลภารกิจเป็นเวลา 6 วัน Elon Musk ระบุว่าการลงจอดของ Ship 40 แม่นยำเพียงพอจน “หอปล่อยสามารถจับยานได้” นั่นทำให้ SpaceX เดินหน้าวางแผนการทดสอบที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิมใน Flight 14
Musk ยืนยันระหว่างการแถลงผลประกอบการครั้งแรกของ SpaceX ในฐานะบริษัทจดทะเบียน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ว่า บริษัทจะพยายามใช้แขนกลขนาดใหญ่ของหอปล่อย ซึ่งมักเรียกว่า chopsticks จับยานส่วนบนกลับลงมาบนบก โดยกำหนดการเบื้องต้นอยู่ที่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
หากทำสำเร็จ นี่จะเป็นครั้งแรกที่ยานส่วนบนระดับวงโคจรถูกกู้คืนด้วยการจับโดยหอปล่อย Flight 14 ยังมีแผนปล่อยดาวเทียม Starlink รุ่นอัปเกรดเข้าสู่วงโคจรจริง แทนการเดินทางในวิถีกึ่งวงโคจรแบบ Flight 13
การลงทะเลอย่างแม่นยำของ Ship 40 ไม่ได้แปลว่าการจับด้วยหอปล่อยจะประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะการจับต้องให้ยานปรับตำแหน่งและความเร็วด้านข้างกับแนวดิ่งให้ตรงกับแขนกลอย่างแม่นยำมาก แต่ผลจาก Flight 13 ก็ทำให้ SpaceX มีข้อมูลและความมั่นใจมากพอที่จะลองก้าวต่อไป
SpaceX เผยผลประกอบการไตรมาสแรกในฐานะบริษัทจดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ภายใต้ชื่อย่อหุ้น SPCX ในตลาด Nasdaq หลังการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก หรือ IPO ในเดือนมิถุนายน ซึ่งได้รับการรายงานว่าเป็น IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
การรายงานผลเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาหุ้น SpaceX ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงขายหลัง IPO และตรงกับช่วงที่ข้อจำกัดการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วนเริ่มสิ้นสุดลง
บริษัทมีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในการประชุมกับนักลงทุน Musk เชื่อมโยงความคืบหน้าด้าน Starship การปล่อย Starlink V3 และแผนกู้คืนยานเข้ากับความเชื่อมั่นของตลาดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ Flight 14 จึงไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบทางวิศวกรรม แต่ยังอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า SpaceX สามารถเปลี่ยนความฝันเรื่องจรวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างรวดเร็ว ให้กลายเป็นความคืบหน้าที่จับต้องได้จริงหรือไม่