Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้... Samsung วางทิศทางระยะยาวจาก HBM มาตรฐานไปสู่ cHBM ที่ปรับแต่ง base die ให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็ว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Samsung and SK hynix reveal at Hot Chips 2026 about their HBM roadmaps, including Samsung’s planned 16 Gbps-per-pin HBM4E reaching. Article summary: Samsung presented a roadmap centered on faster HBM4E, increasingly customized base dies, and ultimately processor-on-memory zHBM; SK hynix emphasized that advanced packaging, thermals, wafer warpage, and stack-height lim. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
Samsung และ SK hynix ขึ้นเวที Hot Chips 2026 พร้อมคำตอบคนละแบบต่อโจทย์เดียวกันของหน่วยความจำสำหรับ AI นั่นคือ จะเพิ่มแบนด์วิดท์ได้อย่างไรโดยไม่ปล่อยให้ความร้อน ขนาดแพ็กเกจ และความซับซ้อนในการผลิตกลายเป็นคอขวด
Samsung ให้น้ำหนักกับความเร็ว base die ที่ปรับแต่งตามลูกค้า และอนาคตที่หน่วยความจำจะถูกวางใกล้หรือซ้อนอยู่บนชิปประมวลผลโดยตรง ส่วน SK hynix มองลึกไปที่ตัวแพ็กเกจ ทั้งระบบระบายความร้อน ความโก่งงอของแพ็กเกจ อินเทอร์คอนเนกต์ และข้อจำกัดทางกายภาพเมื่อสแตกหน่วยความจำสูงขึ้น 2
3
ตัวเลขประสิทธิภาพที่กล่าวถึงควรอ่านในฐานะสเปกจากผู้ผลิต เป้าหมายตามโรดแมป หรือข้ออ้างด้านการออกแบบ ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระจากผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายแล้ว
Samsung ระบุว่าได้เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ตัวอย่างรุ่นนี้มีความเร็วต่อพินที่ทำงานได้อย่างเสถียร 14 Gbps และสามารถขยายสมรรถนะไปถึง 16 Gbps โดย Samsung ระบุแบนด์วิดท์ไว้ที่ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตกสำหรับรุ่น 12 ชั้น 17
18
หากเดินหน้าไปสู่การกำหนดค่าที่ 16 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ต่อสแตกจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 TB/s นอกจากนี้ Samsung ยังวางแผนรุ่น 8 ชั้นและ 16 ชั้น แสดงให้เห็นว่า HBM4E ถูกออกแบบมาให้รองรับชิปเร่งความเร็วและความต้องการด้านความจุหลายรูปแบบ 18
20
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ 14 Gbps เป็นสเปกที่มีความเสถียรของตัวอย่างซึ่งกำลังส่งให้ลูกค้า ขณะที่ 16 Gbps เป็นระดับสมรรถนะสูงสุดที่บริษัทระบุว่าสามารถขยายไปถึงได้ ดังนั้นตัวเลขแบนด์วิดท์เหล่านี้จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นผลการทดสอบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ผ่านการยืนยันแล้วทั้งหมด
โรดแมปของ Samsung ไม่ได้มีแค่การเพิ่มความเร็ว DRAM หรือเพิ่มจำนวนชั้นของสแตก แต่ยังอธิบายการพัฒนาไปสู่ cHBM หรือ custom HBM ซึ่ง base die สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็วของลูกค้าแต่ละรายได้ วิธีนี้ทำให้แพ็กเกจหน่วยความจำมีบทบาทเชิงรุกต่อการออกแบบระบบ มากกว่าการเป็นเพียงชิ้นส่วนมาตรฐานที่นำไปติดตั้งกับชิปประมวลผล 1
14
ปลายทางในระยะยาวคือ zHBM โครงสร้างแบบสามมิติที่นำลอจิกของหน่วยประมวลผลมาซ้อนในแนวตั้งร่วมกับ DRAM Samsung ให้เหตุผลว่าแนวทางนี้อาจตัดบางส่วนของเส้นทางเชื่อมต่อแบบ 2.5D ที่ใช้กันในปัจจุบันออกไป รวมถึง interposer และลิงก์ SerDes ซึ่งมีศักยภาพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและแบนด์วิดท์อย่างมาก 1
14
Samsung ระบุว่า zHBM อาจให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานดีขึ้นประมาณ 70% และมีแบนด์วิดท์ DRAM มากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับการออกแบบแบบเดิมที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์หรือข้ออ้างของบริษัทต่อสถาปัตยกรรมในอนาคต ไม่ใช่ผลวัดจากผลิตภัณฑ์ zHBM ที่วางจำหน่ายแล้ว 1
3
เมื่อความเร็วอินพุต/เอาต์พุตสูงขึ้นและสแตกมีความหนาแน่นมากขึ้น ปริมาณความร้อนที่ต้องระบายออกจากแพ็กเกจก็เพิ่มตามไปด้วย Samsung จึงนำเสนอ Heat Path Block หรือ HPB ซึ่งสร้างเส้นทางระบายความร้อนเพิ่มเติมรอบบริเวณ PHY ที่ใช้พลังงานสูง บริษัทระบุว่า HPB สามารถลดอุณหภูมิสูงสุดได้มากกว่า 35% เมื่อครอบคลุมพื้นที่ PHY มากกว่า 50% 10
14
Samsung ยังระบุว่าเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้งานและตรวจสอบแล้วใน HBM4E พร้อมวางแผนบูรณาการให้กว้างขึ้นใน HBM5 4
7 ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อการแข่งขัน เพราะระบบระบายความร้อนไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบสนับสนุนของแพ็กเกจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่กำหนดว่าอินเทอร์เฟซจะทำงานได้เร็วเพียงใด
การนำเสนอของ SK hynix ที่ Hot Chips 2026 เน้นด้านการผลิตและการบูรณาการเข้ากับแพ็กเกจ บริษัทเปรียบเทียบแนวทางเชื่อมต่อสแตก HBM เข้ากับชิปเร่งความเร็วหลายรูปแบบ ทั้ง CoWoS-S ที่ใช้ซิลิคอนอินเตอร์โพสเซอร์ขนาดใหญ่, CoWoS-L ที่ใช้ RDL interposer และ EMIB ของ Intel ซึ่งเป็นแนวทางเชื่อมต่อผ่านบริดจ์
แต่ละวิธีมีข้อแลกเปลี่ยนด้านการเดินสาย ตำแหน่งการวางได การวางขนาดของอินเตอร์โพสเซอร์หรือซับสเตรต และความเสี่ยงที่แพ็กเกจจะโก่งงอเมื่อวางสแตกหน่วยความจำหลายชุดไว้ข้างชิปเร่งความเร็ว 11
12
ข้อมูลด้านแพ็กเกจ HBM ปัจจุบันของ SK hynix สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่สำหรับออกแบบมีจำกัดมากเพียงใด บริษัทระบุแพ็กเกจ HBM4 ที่มีความสูงในแกน Z อยู่ที่ 775 ไมโครเมตร พร้อม TSV หลายหมื่นจุดและไมโครบัมป์บน base die หลายพันจุด เมื่อสแตกสูงขึ้น นักออกแบบต้องควบคุมความหนาของไดที่ลดลง ช่องว่างที่แคบลง ความเค้นทางกล และการนำความร้อนออกจากโครงสร้างภายในแพ็กเกจที่มีขนาดจำกัด 11
12
โรดแมปของ SK hynix ยังใส่ EMIB ไว้เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการผสานรวมแบบ 2.5D นั่นแสดงถึงความสนใจหรือความเข้ากันได้ทางเทคนิคกับแนวทางดังกล่าว แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีความร่วมมือเชิงพาณิชย์ที่ยืนยันแล้วระหว่าง SK hynix กับ Intel 12
SK hynix กำลังพัฒนา iHBM แนวทางระบายความร้อนที่วางวัสดุนำความร้อนสูงไว้ใกล้กับจุดร้อนเฉพาะภายในโครงสร้าง HBM บริษัทอ้างว่าแนวทางนี้สามารถลดความต้านทานความร้อนได้มากกว่า 30% 2
9
ความแตกต่างระหว่าง iHBM กับ HPB ของ Samsung สะท้อนว่าทั้งสองบริษัทกำลังแก้ปัญหาเดียวกันในระดับไดและแพ็กเกจ แต่เลือกเส้นทางทางกายภาพคนละแบบ Samsung อธิบายถึงโครงสร้างถ่ายเทความร้อนโดยเฉพาะรอบบริเวณ PHY ขณะที่ SK hynix มุ่งระบายความร้อนออกจากจุดร้อนภายในที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณๆ
อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยังอธิบายตัวเลขเหล่านี้ในฐานะข้ออ้างของผู้ผลิตและแนวคิดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ดังนั้นตัวเลขลดอุณหภูมิกับลดความต้านทานความร้อนจึงไม่ควรถูกนำมาเปรียบเทียบกันโดยตรงเสมือนเป็นผลทดสอบชุดเดียวกัน
การเพิ่มจำนวนชั้นด้วยวิธีเชื่อมต่อแบบเดิมย่อมชนกับเพดานด้านความหนาในที่สุด SK hynix ระบุว่ากำลังวิจัย hybrid bonding เพื่อก้าวข้ามสแตก 16 ชั้น โดยเทคนิคนี้อาจเปิดทางให้สร้างโครงสร้างที่สูงขึ้น ใช้ไดที่หนากว่าเดิม และมีระยะพิทช์ที่แคบลง 1
3
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่คาดว่า hybrid bonding จะพร้อมใช้งานกับ HBM4E เป้าหมายที่เป็นไปได้เร็วที่สุดคือ HBM5 และแม้แต่กรอบเวลาดังกล่าวก็ยังเป็นความคาดหวังด้านการพัฒนา ไม่ใช่กำหนดการผลิตภัณฑ์ที่ยืนยันแล้ว 2
5
ด้วยเหตุนี้ HBM5 จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ HBM4E ยังสามารถเพิ่มความเร็วและความจุได้ด้วยวิธีการซ้อนชั้นและแพ็กเกจจิ้งที่มีอยู่ แต่ HBM รุ่นถัดไปอาจต้องพึ่งเทคนิคใหม่ด้านการบอนดิ้ง การระบายความร้อน และการควบคุมความเค้นทางกล เพื่อให้การขยายสเกลยังทำได้ในทางปฏิบัติ
การนำเสนอของ Samsung สื่อว่าความได้เปรียบในการแข่งขันระยะถัดไปจะมาจากการปรับแต่งหน่วยความจำและการเชื่อมต่อหน่วยความจำเข้ากับโปรเซสเซอร์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ตัวอย่าง HBM4E ให้การเพิ่มความเร็วในระยะใกล้ ขณะที่ cHBM และ zHBM ชี้ไปสู่แพ็กเกจที่ออกแบบเฉพาะตามชิปเร่งความเร็ว และท้ายที่สุดคือการผสานหน่วยความจำเข้ากับชุดประมวลผลโดยตรง 1
18
ฝั่ง SK hynix ส่งสารว่า ความก้าวหน้าเหล่านั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้หากยังไม่แก้ปัญหาทางกายภาพที่มองไม่เห็นจากตัวเลขแบนด์วิดท์ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจโก่งงอ ความต้านทานความร้อน ความหนาแน่นของการเดินสาย ความสูงของสแตก และอัตราผลิตผ่านที่โรงงาน iHBM และ hybrid bonding คือความพยายามของบริษัทในการยืดขีดความสามารถของหน่วยความจำแบบซ้อนชั้น โดยไม่มองข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ 2
11
สำหรับผู้ออกแบบชิปเร่งความเร็ว AI ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงค่อนข้างชัดเจน: โรดแมป HBM กำลังพูดถึงแพ็กเกจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตัวได DRAM Samsung เดิมพันกับการปรับแต่งและการผสานรวมแบบสามมิติ ส่วน SK hynix เดิมพันกับวิศวกรรมแพ็กเกจและวินัยด้านการผลิต แต่ทั้งสองแนวทางก็ยังไม่อาจลบข้อแลกเปลี่ยนพื้นฐานระหว่างแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น ความร้อนที่เพิ่มขึ้น และความซับซ้อนของการผสานรวมที่มากกว่าเดิมได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้...
Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้... Samsung วางทิศทางระยะยาวจาก HBM มาตรฐานไปสู่ cHBM ที่ปรับแต่ง base die ให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็วของลูกค้า และ zHBM ที่ซ้อนตรรกะประมวลผลเข้ากับ DRAM โดยตรง ขณะที่ SK hynix เน้นการออกแบบแพ็กเกจ การระบายความร้อน ความโก่...
SK hynix กำลังวิจัย hybrid bonding เพื่อรองรับสแตกที่สูงกว่า 16 ชั้น แต่ระบุว่าไม่น่าพร้อมสำหรับ HBM4E และอาจเริ่มเห็นได้เร็วที่สุดในยุค HBM5
Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้... Samsung วางทิศทางระยะยาวจาก HBM มาตรฐานไปสู่ cHBM ที่ปรับแต่ง base die ให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็ว...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Samsung and SK hynix reveal at Hot Chips 2026 about their HBM roadmaps, including Samsung’s planned 16 Gbps-per-pin HBM4E reaching. Article summary: Samsung presented a roadmap centered on faster HBM4E, increasingly customized base dies, and ultimately processor-on-memory zHBM; SK hynix emphasized that advanced packaging, thermals, wafer warpage, and stack-height lim. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
Samsung และ SK hynix ขึ้นเวที Hot Chips 2026 พร้อมคำตอบคนละแบบต่อโจทย์เดียวกันของหน่วยความจำสำหรับ AI นั่นคือ จะเพิ่มแบนด์วิดท์ได้อย่างไรโดยไม่ปล่อยให้ความร้อน ขนาดแพ็กเกจ และความซับซ้อนในการผลิตกลายเป็นคอขวด
Samsung ให้น้ำหนักกับความเร็ว base die ที่ปรับแต่งตามลูกค้า และอนาคตที่หน่วยความจำจะถูกวางใกล้หรือซ้อนอยู่บนชิปประมวลผลโดยตรง ส่วน SK hynix มองลึกไปที่ตัวแพ็กเกจ ทั้งระบบระบายความร้อน ความโก่งงอของแพ็กเกจ อินเทอร์คอนเนกต์ และข้อจำกัดทางกายภาพเมื่อสแตกหน่วยความจำสูงขึ้น 2
3
ตัวเลขประสิทธิภาพที่กล่าวถึงควรอ่านในฐานะสเปกจากผู้ผลิต เป้าหมายตามโรดแมป หรือข้ออ้างด้านการออกแบบ ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระจากผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายแล้ว
Samsung ระบุว่าได้เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ตัวอย่างรุ่นนี้มีความเร็วต่อพินที่ทำงานได้อย่างเสถียร 14 Gbps และสามารถขยายสมรรถนะไปถึง 16 Gbps โดย Samsung ระบุแบนด์วิดท์ไว้ที่ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตกสำหรับรุ่น 12 ชั้น 17
18
หากเดินหน้าไปสู่การกำหนดค่าที่ 16 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ต่อสแตกจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 TB/s นอกจากนี้ Samsung ยังวางแผนรุ่น 8 ชั้นและ 16 ชั้น แสดงให้เห็นว่า HBM4E ถูกออกแบบมาให้รองรับชิปเร่งความเร็วและความต้องการด้านความจุหลายรูปแบบ 18
20
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ 14 Gbps เป็นสเปกที่มีความเสถียรของตัวอย่างซึ่งกำลังส่งให้ลูกค้า ขณะที่ 16 Gbps เป็นระดับสมรรถนะสูงสุดที่บริษัทระบุว่าสามารถขยายไปถึงได้ ดังนั้นตัวเลขแบนด์วิดท์เหล่านี้จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นผลการทดสอบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ผ่านการยืนยันแล้วทั้งหมด
โรดแมปของ Samsung ไม่ได้มีแค่การเพิ่มความเร็ว DRAM หรือเพิ่มจำนวนชั้นของสแตก แต่ยังอธิบายการพัฒนาไปสู่ cHBM หรือ custom HBM ซึ่ง base die สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็วของลูกค้าแต่ละรายได้ วิธีนี้ทำให้แพ็กเกจหน่วยความจำมีบทบาทเชิงรุกต่อการออกแบบระบบ มากกว่าการเป็นเพียงชิ้นส่วนมาตรฐานที่นำไปติดตั้งกับชิปประมวลผล 1
14
ปลายทางในระยะยาวคือ zHBM โครงสร้างแบบสามมิติที่นำลอจิกของหน่วยประมวลผลมาซ้อนในแนวตั้งร่วมกับ DRAM Samsung ให้เหตุผลว่าแนวทางนี้อาจตัดบางส่วนของเส้นทางเชื่อมต่อแบบ 2.5D ที่ใช้กันในปัจจุบันออกไป รวมถึง interposer และลิงก์ SerDes ซึ่งมีศักยภาพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและแบนด์วิดท์อย่างมาก 1
14
Samsung ระบุว่า zHBM อาจให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานดีขึ้นประมาณ 70% และมีแบนด์วิดท์ DRAM มากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับการออกแบบแบบเดิมที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์หรือข้ออ้างของบริษัทต่อสถาปัตยกรรมในอนาคต ไม่ใช่ผลวัดจากผลิตภัณฑ์ zHBM ที่วางจำหน่ายแล้ว 1
3
เมื่อความเร็วอินพุต/เอาต์พุตสูงขึ้นและสแตกมีความหนาแน่นมากขึ้น ปริมาณความร้อนที่ต้องระบายออกจากแพ็กเกจก็เพิ่มตามไปด้วย Samsung จึงนำเสนอ Heat Path Block หรือ HPB ซึ่งสร้างเส้นทางระบายความร้อนเพิ่มเติมรอบบริเวณ PHY ที่ใช้พลังงานสูง บริษัทระบุว่า HPB สามารถลดอุณหภูมิสูงสุดได้มากกว่า 35% เมื่อครอบคลุมพื้นที่ PHY มากกว่า 50% 10
14
Samsung ยังระบุว่าเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้งานและตรวจสอบแล้วใน HBM4E พร้อมวางแผนบูรณาการให้กว้างขึ้นใน HBM5 4
7 ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อการแข่งขัน เพราะระบบระบายความร้อนไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบสนับสนุนของแพ็กเกจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่กำหนดว่าอินเทอร์เฟซจะทำงานได้เร็วเพียงใด
การนำเสนอของ SK hynix ที่ Hot Chips 2026 เน้นด้านการผลิตและการบูรณาการเข้ากับแพ็กเกจ บริษัทเปรียบเทียบแนวทางเชื่อมต่อสแตก HBM เข้ากับชิปเร่งความเร็วหลายรูปแบบ ทั้ง CoWoS-S ที่ใช้ซิลิคอนอินเตอร์โพสเซอร์ขนาดใหญ่, CoWoS-L ที่ใช้ RDL interposer และ EMIB ของ Intel ซึ่งเป็นแนวทางเชื่อมต่อผ่านบริดจ์
แต่ละวิธีมีข้อแลกเปลี่ยนด้านการเดินสาย ตำแหน่งการวางได การวางขนาดของอินเตอร์โพสเซอร์หรือซับสเตรต และความเสี่ยงที่แพ็กเกจจะโก่งงอเมื่อวางสแตกหน่วยความจำหลายชุดไว้ข้างชิปเร่งความเร็ว 11
12
ข้อมูลด้านแพ็กเกจ HBM ปัจจุบันของ SK hynix สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่สำหรับออกแบบมีจำกัดมากเพียงใด บริษัทระบุแพ็กเกจ HBM4 ที่มีความสูงในแกน Z อยู่ที่ 775 ไมโครเมตร พร้อม TSV หลายหมื่นจุดและไมโครบัมป์บน base die หลายพันจุด เมื่อสแตกสูงขึ้น นักออกแบบต้องควบคุมความหนาของไดที่ลดลง ช่องว่างที่แคบลง ความเค้นทางกล และการนำความร้อนออกจากโครงสร้างภายในแพ็กเกจที่มีขนาดจำกัด 11
12
โรดแมปของ SK hynix ยังใส่ EMIB ไว้เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการผสานรวมแบบ 2.5D นั่นแสดงถึงความสนใจหรือความเข้ากันได้ทางเทคนิคกับแนวทางดังกล่าว แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีความร่วมมือเชิงพาณิชย์ที่ยืนยันแล้วระหว่าง SK hynix กับ Intel 12
SK hynix กำลังพัฒนา iHBM แนวทางระบายความร้อนที่วางวัสดุนำความร้อนสูงไว้ใกล้กับจุดร้อนเฉพาะภายในโครงสร้าง HBM บริษัทอ้างว่าแนวทางนี้สามารถลดความต้านทานความร้อนได้มากกว่า 30% 2
9
ความแตกต่างระหว่าง iHBM กับ HPB ของ Samsung สะท้อนว่าทั้งสองบริษัทกำลังแก้ปัญหาเดียวกันในระดับไดและแพ็กเกจ แต่เลือกเส้นทางทางกายภาพคนละแบบ Samsung อธิบายถึงโครงสร้างถ่ายเทความร้อนโดยเฉพาะรอบบริเวณ PHY ขณะที่ SK hynix มุ่งระบายความร้อนออกจากจุดร้อนภายในที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณๆ
อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยังอธิบายตัวเลขเหล่านี้ในฐานะข้ออ้างของผู้ผลิตและแนวคิดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ดังนั้นตัวเลขลดอุณหภูมิกับลดความต้านทานความร้อนจึงไม่ควรถูกนำมาเปรียบเทียบกันโดยตรงเสมือนเป็นผลทดสอบชุดเดียวกัน
การเพิ่มจำนวนชั้นด้วยวิธีเชื่อมต่อแบบเดิมย่อมชนกับเพดานด้านความหนาในที่สุด SK hynix ระบุว่ากำลังวิจัย hybrid bonding เพื่อก้าวข้ามสแตก 16 ชั้น โดยเทคนิคนี้อาจเปิดทางให้สร้างโครงสร้างที่สูงขึ้น ใช้ไดที่หนากว่าเดิม และมีระยะพิทช์ที่แคบลง 1
3
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่คาดว่า hybrid bonding จะพร้อมใช้งานกับ HBM4E เป้าหมายที่เป็นไปได้เร็วที่สุดคือ HBM5 และแม้แต่กรอบเวลาดังกล่าวก็ยังเป็นความคาดหวังด้านการพัฒนา ไม่ใช่กำหนดการผลิตภัณฑ์ที่ยืนยันแล้ว 2
5
ด้วยเหตุนี้ HBM5 จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ HBM4E ยังสามารถเพิ่มความเร็วและความจุได้ด้วยวิธีการซ้อนชั้นและแพ็กเกจจิ้งที่มีอยู่ แต่ HBM รุ่นถัดไปอาจต้องพึ่งเทคนิคใหม่ด้านการบอนดิ้ง การระบายความร้อน และการควบคุมความเค้นทางกล เพื่อให้การขยายสเกลยังทำได้ในทางปฏิบัติ
การนำเสนอของ Samsung สื่อว่าความได้เปรียบในการแข่งขันระยะถัดไปจะมาจากการปรับแต่งหน่วยความจำและการเชื่อมต่อหน่วยความจำเข้ากับโปรเซสเซอร์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ตัวอย่าง HBM4E ให้การเพิ่มความเร็วในระยะใกล้ ขณะที่ cHBM และ zHBM ชี้ไปสู่แพ็กเกจที่ออกแบบเฉพาะตามชิปเร่งความเร็ว และท้ายที่สุดคือการผสานหน่วยความจำเข้ากับชุดประมวลผลโดยตรง 1
18
ฝั่ง SK hynix ส่งสารว่า ความก้าวหน้าเหล่านั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้หากยังไม่แก้ปัญหาทางกายภาพที่มองไม่เห็นจากตัวเลขแบนด์วิดท์ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจโก่งงอ ความต้านทานความร้อน ความหนาแน่นของการเดินสาย ความสูงของสแตก และอัตราผลิตผ่านที่โรงงาน iHBM และ hybrid bonding คือความพยายามของบริษัทในการยืดขีดความสามารถของหน่วยความจำแบบซ้อนชั้น โดยไม่มองข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ 2
11
สำหรับผู้ออกแบบชิปเร่งความเร็ว AI ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงค่อนข้างชัดเจน: โรดแมป HBM กำลังพูดถึงแพ็กเกจทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตัวได DRAM Samsung เดิมพันกับการปรับแต่งและการผสานรวมแบบสามมิติ ส่วน SK hynix เดิมพันกับวิศวกรรมแพ็กเกจและวินัยด้านการผลิต แต่ทั้งสองแนวทางก็ยังไม่อาจลบข้อแลกเปลี่ยนพื้นฐานระหว่างแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น ความร้อนที่เพิ่มขึ้น และความซับซ้อนของการผสานรวมที่มากกว่าเดิมได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้...
Samsung เริ่มส่งตัวอย่าง HBM4E แบบ 12 ชั้นให้ลูกค้ารายใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยรุ่นปัจจุบันมีความเร็วคงที่ 14 Gbps ต่อพิน แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s และความจุ 48 GB ต่อสแตก ส่วนเป้าหมาย 16 Gbps อาจดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปใกล้... Samsung วางทิศทางระยะยาวจาก HBM มาตรฐานไปสู่ cHBM ที่ปรับแต่ง base die ให้เหมาะกับชิปเร่งความเร็วของลูกค้า และ zHBM ที่ซ้อนตรรกะประมวลผลเข้ากับ DRAM โดยตรง ขณะที่ SK hynix เน้นการออกแบบแพ็กเกจ การระบายความร้อน ความโก่...
SK hynix กำลังวิจัย hybrid bonding เพื่อรองรับสแตกที่สูงกว่า 16 ชั้น แต่ระบุว่าไม่น่าพร้อมสำหรับ HBM4E และอาจเริ่มเห็นได้เร็วที่สุดในยุค HBM5