คำให้การนี้สอดรับกับกรอบการต่อสู้ของฝ่าย OpenAI ต่อหน้าคณะลูกขุน ในคำแถลงเปิดคดี William Savitt ทนายของ OpenAI กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเพราะ Musk ไม่ได้สิ่งที่ต้องการจาก OpenAI พร้อมกล่าวว่า Musk ใช้คำมั่นเรื่องเงินทุนกดดันผู้ก่อตั้ง พยายามเข้าควบคุม OpenAI ต้องการควบรวมกับ Tesla และอยากตั้งบริษัทแสวงกำไรที่เขาจะถือหุ้นมากกว่า 50%
นี่คือจุดที่ OpenAI พยายามหักล้างภาพของ Musk ในฐานะผู้ปกป้องความบริสุทธิ์ขององค์กรไม่แสวงกำไร โดยสาระสำคัญของฝ่ายจำเลยคือ Musk เองก็ไม่ได้ปฏิเสธเส้นทางเชิงพาณิชย์ หากโครงสร้างนั้นทำให้เขามีอำนาจเหนือองค์กร รายงานที่อ้าง Reuters ยังระบุว่า Altman ให้การว่า Musk สนใจจะยึดอำนาจควบคุม OpenAI และทำเงินจากบริษัท
เงาของ Google ก็สำคัญในเรื่องเล่านี้ Altman กล่าวว่าเขาเกือบไม่ได้เริ่ม OpenAI เพราะเชื่อว่า Google นำหน้าไปไกลมากแล้วในด้านปัญญาประดิษฐ์ ส่วนทนายของ OpenAI โต้ว่า สิ่งที่ Musk ให้ความสำคัญไม่ใช่สถานะไม่แสวงกำไรของ OpenAI แต่คือการเอาชนะ Google ในการแข่งขัน AI
บทบาทของ Satya Nadella สำคัญเพราะ Microsoft ไม่ใช่แค่นักลงทุนฉากหลังในคดีนี้ ABC7 รายงานว่า CEO ของ Microsoft ขึ้นให้การในช่วงที่ Musk ดำเนินคดีกับ Microsoft ในข้อกล่าวหาว่าช่วยเหลือและสนับสนุนการละเมิด charitable trust ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีใหญ่เกี่ยวกับโครงสร้างและพันธกิจของ OpenAI
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอว่า Nadella ตอบอะไรบนคอกพยาน สิ่งที่ระบุได้อย่างมั่นคงคือ คำให้การของ Nadella ร่วมกับคำให้การของ Ilya Sutskever ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ช่วยขับให้เห็นเรื่องเล่าที่แข่งขันกันในคดีนี้ และเพราะข้อกล่าวหาของ Musk แตะความสัมพันธ์ระหว่าง OpenAI กับ Microsoft โดยตรง คำให้การของ Nadella จึงมีน้ำหนักต่อแนวป้องกันของ OpenAI แม้หลักฐานที่มีจะยังไม่รองรับการสรุปคำตอบเฉพาะเจาะจงของเขา
ส่วน Bret Taylor ข้อมูลยิ่งจำกัดกว่า KTVU รายงานเพียงว่า Taylor ในฐานะประธานบอร์ด OpenAI ให้การเสร็จก่อนที่ Altman จะสาบานตนขึ้นเบิกความ แต่เนื้อหาคำให้การของ Taylor ไม่ปรากฏในข้อมูลที่ให้มา ดังนั้นจึงยังไม่ควรสรุปว่าเขาพูดอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับ Musk, Tesla, Microsoft หรือพันธกิจไม่แสวงกำไรของ OpenAI
พยานที่หนุนเรื่อง “การควบคุม” ของ OpenAI ได้ชัดที่สุดในข้อมูลที่มีคือ Altman และ Brockman โดย Brockman ให้การว่า Musk “ยอมแพ้” ต่อ OpenAI หลังรู้ว่าเขาจะไม่ได้อำนาจควบคุม และเล่าถึงเหตุการณ์ตึงเครียดที่ Musk แสดงท่าทีโกรธในที่ประชุม พร้อมยืนยันว่าพันธกิจของ OpenAI เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขามาโดยตลอด
คดีนี้ถูกตัดให้แคบลงแล้ว ข้อกล่าวหาที่ยังเหลือในการพิจารณาคือ breach of charitable trust หรือการละเมิดหน้าที่ที่ผูกกับทรัสต์เพื่อการกุศล และ unjust enrichment หรือการได้ประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม แยกออกไป รายงานเกี่ยวกับคำให้การของ Nadella ระบุว่า Musk ฟ้อง Microsoft ฐานช่วยเหลือและสนับสนุนการละเมิด charitable trust
ความแคบลงนี้สำคัญมาก เพราะในสายตาสาธารณะ คดีอาจดูเหมือนการลงประชามติครั้งใหญ่ต่ออัตลักษณ์ของ OpenAI แต่ในเชิงกฎหมาย ศาลกำลังพิจารณาว่า Musk พิสูจน์ข้อกล่าวหาที่เหลือได้หรือไม่ และ OpenAI, Altman, Brockman หรือ Microsoft ได้รับประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม หรือฝ่าฝืนหน้าที่ที่โยงกับพันธกิจเพื่อการกุศลของ OpenAI หรือไม่
แนวทางเยียวยาที่ชัดเจนที่สุดจากรายงานที่มีคือเรื่องโครงสร้างและตัวบุคคล: Musk ต้องการให้ Altman พ้นจากตำแหน่งผู้นำของ OpenAI
รายงานสรุปการพิจารณาอีกฉบับยังระบุว่า Musk ต้องการคำสั่งศาลให้ OpenAI ยกเลิกการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างบริษัทแสวงกำไร และกลับไปสู่โครงสร้างไม่แสวงกำไร แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ให้รายการคำขอเยียวยาทั้งหมดที่ยังอยู่บนโต๊ะอย่างครบถ้วน ดังนั้นการอ่านที่ระมัดระวังคือ Musk กำลังผลักดันการเยียวยาเชิงโครงสร้างที่กระทบธรรมาภิบาลและทิศทางของ OpenAI โดยมีบทบาทของ Altman เป็นประเด็นเฉพาะ
บทบาทของคณะลูกขุนในคดีนี้มีขอบเขตจำกัด รายงานโครงสร้างการพิจารณาระบุว่า ช่วงพิจารณาความรับผิดถูกกำหนดให้เดินหน้าไปจนถึงราววันที่ 21 พฤษภาคม จากนั้นคดีจะถูกส่งให้คณะลูกขุนออกความเห็นแบบ advisory verdict หรือคำตัดสินเชิงแนะนำ ก่อนที่ผู้พิพากษา Gonzalez Rogers จะเข้าสู่ช่วงพิจารณาแนวทางเยียวยา รายงานอีกแหล่งระบุเช่นกันว่า คำตัดสินของคณะลูกขุนเป็นเพียงคำแนะนำ และผู้พิพากษา Gonzalez Rogers จะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้ายทั้งเรื่องความรับผิดและแนวทางเยียวยา
พูดให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้อ่านที่ไม่คุ้นกับระบบลูกขุนสหรัฐฯ: ต่อให้คณะลูกขุนเห็นด้วยกับ Musk ก็ไม่ได้แปลว่า Altman จะถูกปลดทันที หรือ OpenAI จะถูกสั่งปรับโครงสร้างโดยอัตโนมัติ คำตัดสินนั้นจะสะท้อนว่าลูกขุนมองพยานหลักฐานอย่างไร แต่ผู้พิพากษายังเป็นผู้ชี้ขาดว่ามีความรับผิดทางกฎหมายหรือไม่ และหากมี ศาลควรสั่งเยียวยาอย่างไร
หากผู้พิพากษาเห็นด้วยกับ Musk ในข้อกล่าวหาหนึ่งข้อหรือทั้งสองข้อ การต่อสู้รอบถัดไปอาจไปลงที่ธรรมาภิบาลและโครงสร้างของ OpenAI รวมถึงคำขอให้ปลด Altman และคำสั่งใด ๆ ที่อาจกระทบทิศทางเชิงพาณิชย์ของบริษัท แต่หากผู้พิพากษาเห็นด้วยกับ OpenAI ข้อกล่าวหาที่เหลือของ Musk ก็อาจล้มลงได้ แม้คณะลูกขุนจะให้ความเห็นในอีกทางหนึ่ง เพราะอำนาจตัดสินสุดท้ายยังอยู่กับผู้พิพากษา
คำให้การของ Altman ทำให้แกนของคดีเปลี่ยนจากคำถามว่า OpenAI ยังซื่อสัตย์ต่อพันธกิจไม่แสวงกำไรหรือไม่ ไปสู่คำถามว่า Musk เองเคยต้องการโครงสร้างเชิงพาณิชย์ที่เขาควบคุมได้หรือเปล่า ฝั่ง Musk บอกว่า OpenAI ทรยศต่อคำมั่นเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ส่วนฝั่ง OpenAI โต้ว่า Musk เคยผลักดันเส้นทางธุรกิจเมื่ออำนาจอยู่ในมือเขา
ดังนั้นจุดชี้ขาดอาจไม่ใช่เพียงคำแนะนำจากคณะลูกขุน แต่คือคำวินิจฉัยสุดท้ายของผู้พิพากษา Gonzalez Rogers ต่อข้อกล่าวหาที่ยังเหลืออยู่ และคำสั่งเชิงโครงสร้างใด ๆ ที่อาจตามมา
Comments
0 comments