แซม อัลต์แมนกล่าวว่า การมอบอำนาจทางศาสนาให้ AI หรือยอมให้โมเดลตัดสินใจแทนมนุษย์ เป็น “ปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริง” แม้โพสต์ของเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อ Anthropic รายงานระบุว่า Anthropic ปรึกษานักคิดทางศาสนาเกี่ยวกับแนวทางด้านศีลธรรมของ Claude และคำถามว่า AI อาจมีสติรับรู้หรือไม่ แต่ผู้ร่วมก่อตั้ง คริสโตเฟอร์ โอลาห์ ย...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Sam Altman say about treating AI models as religious authorities or surrendering human judgment to them, why was his warning interp. Article summary: Sam Altman said he was “very uncomfortable” with people ascribing “religious force” to AI models or surrendering human judgment to them, calling it “a real safety issue.” His post did not name Anthropic, but its timing m. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI กล่าวว่าเขา “รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก” กับการที่ผู้คนมอบ “อำนาจเชิงศาสนา” ให้โมเดล AI หรือยอมสละวิจารณญาณของมนุษย์ให้ AI ตัดสินใจแทน พร้อมเรียกเรื่องนี้ว่า “ปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริง” เขาไม่ได้ระบุชื่อ Anthropic ในโพสต์ แต่จังหวะที่โพสต์ออกมา—ไม่กี่วันหลังมีรายงานเรื่องการหารือของบริษัทกับนักคิดทางศาสนา—ทำให้หลายสำนักข่าวมองว่าเป็นการวิจารณ์ Anthropic โดยนัย 7
1
ใจกลางของข้อถกเถียงคือการแยกคำถามสองอย่างออกจากกัน: การหารือว่า AI ควรประพฤติตัวอย่างไร หรืออาจมีสติรับรู้หรือไม่ ไม่ได้แปลว่ากำลังเรียกร้องให้ผู้คนยอมรับ AI เป็นผู้มีอำนาจทางจิตวิญญาณ รายงานระบุว่า Anthropic สำรวจประเด็นเหล่านี้ ขณะที่คริสโตเฟอร์ โอลาห์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท บอกว่ายังไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าโมเดล AI มีสติรับรู้หรือไม่ 1
โพสต์ของอัลต์แมนเชื่อมโยงสองประเด็นเข้าด้วยกัน คือการปฏิบัติต่อ AI ราวกับมีอำนาจทางศาสนา และการยกการตัดสินใจของมนุษย์ให้โมเดล เขามองว่าการผสมสองอย่างนี้เป็นปัญหาด้านความปลอดภัย แต่เนื่องจากโพสต์ไม่ได้ระบุบริษัทหรือโครงการใด การตีความว่าหมายถึง Anthropic จึงอิงกับข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน ไม่ใช่การกล่าวหาโดยตรงในโพสต์ 7
คำเตือนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องศาสนา หากผู้คนเชื่อคำตอบที่มั่นใจและคล้ายมนุษย์ของโมเดลจนมองว่าเป็นแหล่งอ้างอิงที่มีอำนาจ ก็อาจให้น้ำหนักกับคำตอบมากกว่าความสามารถที่พิสูจน์ได้ของระบบ อย่างไรก็ตาม รายงานที่อ้างถึงบันทึกคำเตือนของอัลต์แมน แต่ไม่ได้ระบุว่ามีคนทำเช่นนี้แพร่หลายแค่ไหน หรือวัดผลกระทบไว้เท่าใด 6
7
Anthropic ปรึกษานักคิดทางศาสนาเกี่ยวกับการวางแนวทางด้านศีลธรรมให้ Claude และคำถามว่าโมเดล AI อาจมีสติรับรู้หรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ทับซ้อนกับคำเตือนของอัลต์แมน จึงทำให้หลายคนอ่านคำพูดของเขาว่าเป็นการตอบโต้สิ่งที่บริษัทกำลังศึกษา 1
7
แต่การสำรวจคำถามเรื่องจิตสำนึกไม่ใช่หลักฐานว่าโมเดลมีประสบการณ์ภายในจริง และการหารือกับนักคิดทางศาสนาเพื่อกำหนดแนวทางด้านศีลธรรม ก็ไม่ได้ทำให้โมเดลมีสถานะทางศาสนาโดยตัวมันเอง โอลาห์กล่าวว่า “เราไม่รู้ว่าโมเดล AI มีสติรับรู้หรือไม่” พร้อมย้ำว่าเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ 1
การออกแบบโมเดลให้ทำตามแนวทางว่าควรตอบสนองอย่างไร ไม่ได้พิสูจน์ว่าโมเดลมีชีวิตภายในหรือประสบการณ์ส่วนตัว รายงานเกี่ยวกับ Anthropic กล่าวถึงทั้งพฤติกรรมของ Claude และความเป็นไปได้เรื่องจิตสำนึก ซึ่งไม่ควรถูกรวมเป็นข้อสรุปเดียวกัน 1
รายงานยังกล่าวถึงข้อกังวลต่อการฝึกโมเดลโดยปฏิบัติต่อมันเสมือนมีจิตสำนึก โดยผู้บริหารด้าน AI ของ Microsoft เตือนว่าแนวทางเช่นนั้นอาจเป็นอันตราย นี่เป็นข้อกังวลที่มีรายงานไว้ ไม่ใช่ข้อยุติของคำถามว่าเครื่องจักรมีจิตสำนึกได้หรือไม่ ส่วนจุดยืนที่โอลาห์ระบุคือเขายังไม่แน่ใจ 9
1
สมณสาส์นด้าน AI ของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 วางศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้เป็นศูนย์กลาง รายงานเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวระบุว่า เรียกร้องให้กำกับดูแลบริษัท AI เข้มแข็งขึ้น ปกป้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง และหาทางรับมือข้อมูลปลอมที่สร้างด้วย AI ประเด็นเหล่านี้ตอกย้ำความสำคัญของการให้มนุษย์และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและใช้งาน AI 15
2
ข้อถกเถียงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ OpenAI เผชิญรายงานอีกด้านหนึ่ง Business Insider รายงานว่าเดวิด โรบินสัน ซึ่งทำงานด้านความปลอดภัย ออกจากบริษัทและวิจารณ์ผลงานด้านความปลอดภัยของอดีตนายจ้าง ส่วน BBC รายงานว่า OpenAI ปลดนักวิจัยสามคนจากข้อกล่าวหาเรื่องจัดการข้อมูลอย่างไม่เหมาะสม ข่าวเหล่านี้ไม่ได้ตอบคำถามว่า AI มีสติรับรู้ได้หรือไม่ แต่เป็นบริบทสำคัญในการพิจารณาคำกล่าวอ้างและการกำกับดูแลของทั้งสองบริษัท 12
26
ข้อสรุปที่ชัดที่สุดจึงไม่ใช่คำตัดสินว่า Anthropic หรือ OpenAI ถูกหรือผิด แต่อยู่ที่คำเตือนของอัลต์แมนว่าไม่ควรมองโมเดลเป็นผู้มีอำนาจทางศาสนา หรือยอมให้มันใช้วิจารณญาณแทนมนุษย์ ส่วนการหารือของ Anthropic เกี่ยวข้องกับแนวทางด้านศีลธรรมของ Claude และคำถามเรื่องจิตสำนึก แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าการหารือดังกล่าวเท่ากับการมอบสถานะทางศาสนาให้ Claude หรือพิสูจน์แล้วว่า AI มีจิตสำนึก 7
1
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
แซม อัลต์แมนกล่าวว่า การมอบอำนาจทางศาสนาให้ AI หรือยอมให้โมเดลตัดสินใจแทนมนุษย์ เป็น “ปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริง” แม้โพสต์ของเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อ Anthropic
แซม อัลต์แมนกล่าวว่า การมอบอำนาจทางศาสนาให้ AI หรือยอมให้โมเดลตัดสินใจแทนมนุษย์ เป็น “ปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริง” แม้โพสต์ของเขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อ Anthropic รายงานระบุว่า Anthropic ปรึกษานักคิดทางศาสนาเกี่ยวกับแนวทางด้านศีลธรรมของ Claude และคำถามว่า AI อาจมีสติรับรู้หรือไม่ แต่ผู้ร่วมก่อตั้ง คริสโตเฟอร์ โอลาห์ ย้ำว่ายังไม่มีคำตอบ
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับการกำกับดูแล AI และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ขณะที่รายงานเรื่องการลาออกและการปลดพนักงานที่ OpenAI ทำให้แนวทางด้านความปลอดภัยของบริษัทถูกจับตาเช่นกัน