อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปฏิเสธ meme coin ทั้งหมดเสียทีเดียว
เขามองว่ามันสามารถเป็น วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตหรือกิจกรรมสนุกของชุมชนออนไลน์ คล้ายกับมีม เรื่องตลก หรือการทดลองทางสังคมที่เกิดขึ้นในชุมชนดิจิทัลได้
ประเด็นสำคัญคือเส้นแบ่งระหว่างสองบทบาทนี้:
จุดเริ่มต้นของดราม่าคือเมื่อ Schwartz เปิด trust line ให้โทเค็น FUZZY บน XRP Ledger ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใครก็สามารถตรวจสอบได้บนบล็อกเชน
บน XRPL การเปิด trust line เป็นขั้นตอนทางเทคนิคที่จำเป็น หากกระเป๋าเงินต้องการถือหรือโต้ตอบกับโทเค็นที่ถูกออกบนเครือข่ายนั้น
แต่สิ่งสำคัญคือ:
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Schwartz เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในชุมชน Ripple และ XRPL และรู้จักในชื่อออนไลน์ว่า JoelKatz กิจกรรมใด ๆ บนบล็อกเชนของเขามักถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
Schwartz จึงออกมาชี้แจงว่า เขาอาจรู้เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้น้อยกว่าที่หลายคนคิด และการเปิด trust line ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการรับรองโครงการ
กระแสการคาดเดายิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมีรายงานว่า Schwartz ได้ เพิ่มสภาพคล่องในพูล AMM ของคู่ XRP/FUZZY
ธุรกรรมดังกล่าวมีการฝากประมาณ:
ในระบบ Automated Market Maker (AMM) ของ XRPL การให้สภาพคล่องเป็นเพียงการช่วยให้ตลาดสามารถซื้อขายได้ราบรื่น และผู้ให้สภาพคล่องจะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมธุรกรรม
แต่ผู้สังเกตการณ์บางคนตีความการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นหลักฐานว่าเขากำลังสนับสนุนโทเค็น
ความคิดเห็นของ Schwartz สะท้อนประเด็นใหญ่ในโลกคริปโต นั่นคือ meme coin มักทำให้เส้นแบ่งระหว่างวัฒนธรรมออนไลน์กับการเงินเลือนลาง
ในด้านหนึ่ง:
แต่อีกด้านหนึ่ง:
Schwartz พยายามแยกบทบาททั้งสองอย่างชัดเจน
เขาไม่ได้มีปัญหากับแบบแรก แต่เขาวิจารณ์แบบหลัง เพราะเชื่อว่ามันอาจกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างความหวังเกินจริงให้กับนักเทรด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมบนบล็อกเชนของบุคคลที่มีชื่อเสียงสามารถถูกตีความเป็นสัญญาณตลาดได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นเพียงการทดลองหรือการทำธุรกรรมทางเทคนิค
ในระบบแบบกระจายศูนย์อย่าง XRPL ทุกการกระทำ เช่นการเปิด trust line หรือการให้สภาพคล่อง จะถูกบันทึกและตรวจสอบได้
แต่กรณี FUZZY ทำให้เห็นว่า
การมีธุรกรรมบนบล็อกเชน ไม่ได้เท่ากับการสนับสนุนโครงการเสมอไป
และสำหรับผู้ลงทุนในตลาดคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส การเข้าใจความแตกต่างนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
Comments
0 comments