การพบกันที่อันดงถือเป็น การประชุมสุดยอดครั้งที่สองของทั้งสองผู้นำในปีนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่เรียกว่า “shuttle diplomacy” หรือการที่ผู้นำสองประเทศผลัดกันเดินทางเยือนกันเป็นระยะ เพื่อรักษาช่องทางการสื่อสารและความร่วมมือระหว่างรัฐบาล
การเลือกสถานที่จัดประชุมที่บ้านเกิดของผู้นำถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญ เพราะไม่เพียงสะท้อนความสัมพันธ์ทางการเมือง แต่ยังแสดงถึงความพยายามสร้าง ความไว้วางใจและความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทูตในเอเชียตะวันออก
สำหรับการเดินทางสองวันของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นครั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะจัดพิธีต้อนรับในระดับ ใกล้เคียงกับการเยือนรัฐ (state visit) ซึ่งเป็นเกียรติพิธีที่มักสงวนไว้สำหรับผู้นำต่างประเทศระดับสูง
กำหนดการหลักของการเยือนประกอบด้วย
กิจกรรมเหล่านี้มีทั้งส่วนที่เป็นการหารือเชิงนโยบายและส่วนที่เน้นการสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองระหว่างผู้นำ
เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่าการพบกันครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะ “กระชับความไว้วางใจและมิตรภาพ” ระหว่างสองประเทศ โดยใช้การเยือนบ้านเกิดของกันและกันเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์เกาหลีใต้–ญี่ปุ่นเคยเผชิญความตึงเครียดจากประเด็นประวัติศาสตร์และการเมือง แต่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายพยายามเพิ่มความถี่ของการพบปะระดับผู้นำเพื่อสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือในภูมิภาค
ดังนั้น การประชุมสุดยอดที่อันดงจึงไม่ได้เป็นเพียงการหารือทางการทูตตามปกติ แต่ยังถูกออกแบบให้เป็น ช่วงเวลาทางการทูตเชิงสัญลักษณ์ ที่เน้นความไว้วางใจส่วนบุคคลของผู้นำ และความตั้งใจของทั้งสองประเทศในการเดินหน้าความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง